ภารกิจตำรับเพี้ยน : ปาร์ตี้เปลี่ยนชีวิต
เสียงโทรศัพท์แจ๊กขึ้นกลางห้องเช่าแบบรวมสุดเก่า เจมส์สะดุ้งเฮือก มือไม้หาหูฟังแทบไม่เจอ นัท เพื่อนร่วมคณะก็พุ่งเข้ามาแย่งโทรศัพท์แบบไม่มีจังหวะให้พัก “ฮัลโหล! จะบอกว่าวันนี้เซเว่นลดขนมใช่ไหม!?” เจมส์แทบกลอกตา “แกนี่นัท มันสายไปแล้ว…มันสามทุ่มกว่า เค้าไม่เน้นขนม เขาเน้นกลับบ้านนอนได้แล้ว”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แกไม่เข้าใจหรอก วันนี้วันเกิดไอ้โอม! ถ้าเราพลาดต้องเสียศักดิ์ศรีแก๊งแน่ คนอย่างนัทไม่เคยลืมวันสำคัญ!” นัทประกาศอย่างฟุ่มเฟือยพร้อมชูนิ้วโป้ง ส่งสายตาเหมือนจะเอาชีวิตกัน เจมส์ถอนหายใจ “แล้วจะไม่เตรียมอะไรเลยเหรอ ของขวัญก็ไม่มี เค้กก็ไม่มี ไฟก็ยังดับอยู่นะเพื่อน”
นัทสลับท่าโพส “อยู่ที่ไอเดีย! เดี๋ยวฉันใช้คาถาแผนลับ” ว่าแล้วก็หยิบแคนดี้กับขนมนมถั่วเหลืองจากกล่องเก็บของมากองกลาง “ไอ้นี่ล่ะแทนเค้ก ไม่มีใครรู้ ของขวัญก็ใบนี้!” มันโชว์ซองจดหมายเปล่าๆ ติดเทปตราไปรษณีย์ “เดี๋ยวแกล้งว่าของจริงอยู่ข้างใน” เจมส์นิ่งอึ้งอย่างทนไม่ไหว “…เอาจริงดิ?”
ปาร์ตี้ความคิดเองเออเองเริ่มขึ้น นัทยืนคุมฉาก ใครถามอะไรก็ตอบแบบไม่สนใจรายละเอียด “เดี๋ยวมันก็เข้าใจเองแหละน่า” เจมส์พยายามเสนอว่าอย่างน้อยเอาป้าย HBD กระดาษลังไปแปะหน้าห้องโอมดีกว่าไหม แต่นัทยืนยันหนักแน่น “ความลึกลับกับความเรียบง่ายน่ะ ตำนานคืองานเซอร์ไพรส์”
แผนเริ่มต้นที่ความมั่นใจเกินเหตุ สองคนแอบไปเคาะประตูห้องโอมแบบรัว ๆ พร้อมเปิดไฟฉายมือถือส่องหน้าให้ดูระทึก ข้างในเงียบลึกลับ นัทร้อง “โอม ตื่น! ไฟดับ เซอร์ไพรส์!” วินาทีต่อมา ประตูเปิดอย่างกะทันหัน ปรากฏไวท์เพื่อนข้างห้องที่กำลังมองมาด้วยสีหน้าเหวอเต็มพิกัด
“นี่มันอะไรเนี่ย” ไวท์พูดเสียงนิ่ง ๆ เจมส์รีบยกขนมนมถั่วเหลืองขึ้น “เอ่อ สุขสันต์วันเกิดครับ…เอ่อ โอ๊ย! ผิดห้อง!” ไวท์ส่ายหน้า “พวกพี่นี่อยู่ปีสองจริงเหรอ” แต่นัทไม่ท้อ หันไปซุบซิบกับเจมส์ “โอเค แผน บี ไปห้องโอม”
ถึงหน้าห้องเป้าหมาย เสียงในห้องโอมเงียบผิดปกติ แต่ทั้งคู่ยืนยันจะแอบเข้าไปแบบเซอร์ไพรส์เต็มสูบ นัทแอบไขกุญแจที่เคยแอบฝากไว้ แต่ลืมว่าแม่บ้านเปลี่ยนลูกบิดใหม่เมื่อวาน เจมส์ลุ้นจนเหงื่อออก “แก ทำไมเสียงคีย์แบบนี้…โอ๊ย ลั่น!” แล้วไฟฉายตกมากระแทกพื้นเสียงดังเปรี้ยง
มีเสียงขยับข้างในโผล่มา พร้อมกับโอมที่งัวเงียออกมาในชุดนอนลายกบสุดเฟี้ยว “อะไรวะ ตีสามเนี่ยนะ!?” ทั้งเจมส์กับนัทเงียบกันไปสามวินาที ก่อนที่นัทจะกลั้นขำแล้วโพล่งเสียงดัง “เซอร์ไพรส์!! HBD เด้อ!” โอมยืนอึ้ง ก่อนจะโบกมือเหมือนไล่ยุง “ไปละฝันดี ขอบคุณมาก…” เสียงปิดประตูดังกุก ๆ ตามด้วยเสียงนกหวีดของยามสายตรวจมาพอดี
นัทยังคงไม่ยอมแพ้ “มันแค่เซอร์ไพรส์รอบแรก การแก้ตัวต้อง ‘ใหญ่ขึ้น’ แกฟังเสียงฉันนะเจมส์ ไอ้นี่เดี๋ยวได้เป็นทอล์กออฟเดอะเทอม!” แววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจ เจมส์เริ่มสงสัย “แน่ใจนะ มันไม่ใช่…การสร้างความเดือดร้อนเหรอ?” แต่นัทไม่ตอบ
รุ่งเช้า แก๊งสาม—เจมส์ นัท โอม—ไปเรียนพร้อมกันแบบงัวเงีย โอมยังคงมึน ๆ กับปาร์ตี้ดึก นัทพยายามดึงความสนใจ “โอม แกชอบขนมนมถั่วเหลืองไหม?” โอมเลิกคิ้ว “ไม่อะ ฉันแพ้ถั่ว” เจมส์กลืนขำแทบไม่ไหว นัทมองของขวัญซองเปล่าในมือ น้ำเสียงอ้ำอึ้ง “คือ…เราใส่เงินไปในอากาศให้แล้วนะ” โอมส่ายหัว “เออ ขอบคุณสำหรับอากาศมาก”
ในคลาสอาจารย์สุพรพูดถึงงานกลุ่ม นัทเสนอทีมเจมส์ โอมโดยไม่ถามใครเลย “ทีมเราเทพอยู่แล้ว” แล้วอาจารย์หยุดนิ่ง “สามคนแต่ต้องรับผิดชอบโปรเจกต์สุดสัปดาห์ร่วมกับชมรมศิลป์ แผนงานรับน้องใหม่ ห้ามผิดพลาด” เจมส์หน้าเสียทันที นัทตอบ “รับทราบ!” ทั้งหมดไม่ได้ตั้งใจจะรับงาน…
เย็นนั้นในหอรวม นัทลั่น “ฟังนะ นี่มันโอกาสทองที่เราจะพลิกสถานการณ์ ทุกปัญหามีทางออกด้วยความคิดสร้างสรรค์หนุ่มสาวอย่างเรา” เจมส์ถอนหายใจ “หรือขึ้นอยู่กับความซวย” โอมตัดบท “ไม่เอาแผนแบบเมื่อคืนนะ…ขอร้อง” นัทหัวเราะ “รอบนี้ไร้ปัญหาชัวร์!”
แผนคือการสร้างงานรับน้องธีม ‘ย้อนยุค’ ด้วยพร็อปจากร้านของเจ๊หวานในตลาด เจมส์รู้ดีว่าถ้าให้ร้านเจ๊หวานเช่าของ ต้องเจออย่างน้อยสามมุกงง ฟังราคาไม่เข้าใจแน่นอน “ป้ายผ้าแฮนด์เมดกับพวงมาลัยย้อนยุค ไอ้นี่มันสองร้อยหรือล้านกันแน่นะ…” เจมส์คิดในใจ
ตอนเดินตลาด นัทเจรจากับเจ๊หวานเสียงดังเชิงมั่น “เอาแบบดูดีแต่ไม่เปลืองงบหน่อยเจ๊” เจ๊หวานตบไหล่ “ใจเย็นเด็ก เจ๊คิดว่าร้อยเดียวได้ครบ!” แต่ของจริงคือป้ายลูกโป่งยุคดึกดำบรรพ์ ป้าย ‘Welcome Sudioent’ ติดผิดตัวอักษรเต็มไปหมด เจมส์มองแล้วถอนหายใจ ส่วนโอมซบไหล่ “จบแน่แก๊งนี้”
หลังจากสามเกลอขนพร็อปสะเปะสะปะกลับหอพักด้วยความเหนื่อยล้า นัทเริ่มแจกแจงหน้าที่ “เอาแบบนี้ แกจัดไฟ ฉันผูกพวงมาลัย โอมเป็นดีเจ” โอมมองนัทยิ้มเย็น “แกแน่ใจใช่ไหมว่าดีเจต้องใช้หมวกกะลาที่เจ๊หวานให้มาด้วย” นัทยิ้มสู้ “มันวินเทจ!”
ค่ำคืนแห่งงานรับน้อง เริ่มต้นด้วยพายุแห่งความมึน เจมส์ดูแลไฟไปพลาง ใจแป้วกลัวไฟช็อต นัทกำกับแผนวีรกรรมทั้งหลาย ตอนประกาศเปิดตัว มีป้าย ‘Welcome Sudioent’ แขวนโดดเด่น โอมในชุดหมวกกะลาเปิดเพลงหมอลำซาวด์ฟังค์ เน้นเป็นเอกลักษณ์ของงานนี้
ทุกอย่างดูจะเริ่มโอเค จนตอนแจกขนม เด็กปีหนึ่งดันร้อง “พี่ ๆ หนูแพ้ถั่ว!” กลายเป็นวิกฤตความซ้ำซาก โอมรีบโยนขนมลงถัง นัทวิ่งจัดของ เจมส์สตั๊นต์หัวคิด “ทำไมมันต้องเป็นถั่วทุกที!”
สถานการณ์บานปลาย เมื่อครูฝึกเดินมาตรวจเพราะข่าวลือว่าปาร์ตี้เมื่อคืนรบกวนหอพัก เด็กปีหนึ่งคนหนึ่งเมาไอติมช็อกโกแลตจนพูดไม่รู้เรื่อง โอมถูกเข้าใจผิดว่าเป็นมือปั่นป่วนเพราะหมวกกะลาแบบดิบ เจมส์พยายามอธิบาย “คือเราทำกิจกรรมสร้างสรรค์ครับ…ถึงป้ายจะเขียนผิด” ครูฝึกจ้องหน้าแบบไม่แน่ใจ “แล้วป้าย ‘Sudioent’ นี่อะไร?”
นัทมั่นใจยิ่งกว่า “มันเป็นศัพท์ใหม่จากไวยากรณ์แห่งอนาคต!” เจมส์กลั้นหัวเราะไม่อยู่ ครูฝึกเหลือบตามองทุกคน “ถ้าเห็นอะไรป่วนอีกจะรายงานอาจารย์นะ” ทั้งแก๊งได้แต่ยืนอ้ำอึ้ง รับกรรมไปเบา ๆ
เหตุการณ์ยิ่งวุ่นเมื่อรุ่นพี่ชมรมศิลป์วางของไว้ผิดห้อง นัทเอาผิดกับเจมส์ว่าเป็นต้นเหตุความโกลาหลที่ต้องหา ‘ของขวัญลับ’ กลางดึกอีกครั้ง เจมส์อ้างว่าเขาอยากทำเซอร์ไพรส์ให้ออกมาสมบูรณ์ โอมแซว “พบว่าในกลุ่มเรานี่ประกอบไปด้วยหัวหน้าทีมไร้แผนกับมือซุ่มซ่ามมือหนึ่ง”
บทสนทนาเริ่มกลายเป็นการโต้กลับ “แล้วใครบอกว่าไอเดียแผนลับมันดี?” – “แกเสนอเอง ฉันจำได้!” – “เปล่า! ฉันแค่เห็นด้วยเพราะขี้เกียจเถียง!” ซักพักเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นแทนที่จะทะเลาะจริงจัง
แต่เหตุการณ์เข้าใจผิดใหญ่ยังมาไม่จบ เมื่อข่าวลือแพร่ไปว่างานรับน้องมีการ ‘เปิดศูนย์ชนขนมนมถั่วเหลือง’ เด็กปีหนึ่งบางคนโทรหาผู้ปกครอง กรรมการหอพักรีบประชุมฉุกเฉิน นัทตกใจ “เดี๋ยว แค่แจกนมเองไม่ใช่แค่—” เจมส์กับโอมสตั๊นต์ไม่คิดว่ามุกขนมจะกลายเป็นเรื่องใหญ่อีก
แก๊งสามสหายโดนเชิญไปชี้แจงต่อหน้าสภานักศึกษา เสียงหัวเราะปนรอยยิ้มแบบเหนื่อยใจ เจมส์รับสารภาพเหมือนคนสารภาพบาป “เอ่อ…เราแค่ตั้งใจเซอร์ไพรส์เพื่อนเอง ไม่มีอะไรลึกซึ้งเลย” สภาฯ ถามกลับ “แต่ฝั่งเราต้องรายงานเหตุการณ์ผิดปกติ ช่วยอธิบาย ‘Sudioent’ ด้วย”
นัทยักไหล่ “ถ้าแปลไม่ถูกก็คิดว่าเป็นศิลปะแนวนามธรรมละกันครับ!” ทุกคนกลั้นขำยกใหญ่ โอมเสริม “อย่างน้อยทุกคนก็ได้หัวเราะใช่ไหม?” บรรยากาศตึงเครียดเหมือนจะจางไปเล็กน้อย
ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ ข่าววุ่นวายเริ่มซา เจมส์ โอม และนัทนั่งคุยกันใต้ต้นไม้ใหญ่ในมหาวิทยาลัย เจมส์สบตาเพื่อนทั้งสอง “ขอโทษนะ ที่บางทีเราคิดเยอะเกินจนเรื่องเล็กกลับกลายป่วนไปหมด” โอมตบบ่า “แต่ไม่มีแกก็ไม่มีปาร์ตี้ไม่มีใครลืมหรอกนะเว้ย”
นัทกัดขนมขบเคี้ยว หันมาล้อ “หรือถ้าขาดฉัน ก็คงไม่มีคำศัพท์ใหม่แห่งอนาคต… Sudioent!” เสียงหัวเราะจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศพร้อมกับความรู้สึกอบอุ่นและมิตรภาพที่จะจริงจังมากขึ้นในวันต่อไป
ก่อนจบความวุ่น เจมส์หยิบขนมนมถั่วเหลืองขึ้นมา “ตกลงใครจะแดก?” นัททำท่าขู่ “ฉันไม่!” โอมโบกมือ “ไกล ๆ เลย… เอาไว้ตั้งโชว์เถอะ” สามเสียงหัวเราะพร้อมกัน ปาร์ตี้ความผิดพลาด…แต่ก็เป็นปาร์ตี้ความผูกพันที่ไม่มีใครลืมจริง ๆ