ฝากฟ้าฝากใจ
“เธอจะเข้าชมรมออกแบบทำไม ในเมื่อสาขาเธอก็วิศวะ?” เสียงของ “ใจ” ดังขึ้นในห้องชมรมจนบรรยากาศเงียบ ฟ้า ยืนกอดแฟ้มเอกสารแน่น สายตาหลบ ใจนั่งพิงโต๊ะดูเหมือนไม่แคร์ ทว่าดวงตาข้างหลังกรอบแว่นกลับจ้องจับผิดเสมอ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เราชอบ…มันคนละเรื่องกับเรียนไม่ใช่เหรอ” ฟ้าตอบเสียงเบา ใจยักไหล่ เสียงหัวเราะมุมปาก
สมาชิกชมรมอีกสองคนแลกเปลี่ยนสายตาแต่ไม่มีใครพูดอะไร
“แต่ชมรมนี้รับงานประกวดใหญ่ ปีนี้เราเล่นเพื่อจริงจัง ยินดีรับมือเหรอ?” ใจสบตา ฟ้าสูดลมหายใจลึก
“รับ…”
เงียบ ฤดูฝนปีนั้น น้ำบนหน้าต่างหยดเป็นสาย ใจลุกเดินแวกผ่านฟ้าไป ช้า ๆ
“งั้นเย็นนี้อยู่ช่วยเคลียร์ของด้วย” ใจพูดแค่นั้นแล้วดึงกล้องขึ้นถ่ายภาพมุมห้อง ฟ้าพยายามไม่ใส่ใจ แต่ความรู้สึกเหมือนโดนท้าทายกลับลึกขึ้นในอก
หลังเลิกเรียน ห้องชมรมเงียบ ใจนั่งคัดรูปที่ถ่ายในคอมฯ ฟ้าเก็บอุปกรณ์วาด จังหวะซ้อมปากกาเกิดลื่นตกพื้นใต้โต๊ะของใจ ฟ้ารีบก้มเก็บ เห็นภาพบนหน้าจอ เป็นรูปเธอกำลังตั้งใจวาดงาน ใจสะดุ้งหยุดมือ
“ทำไมถึงถ่ายเรา?” ฟ้าถามขึ้นมาเบา ๆ
“ฉันถ่ายทุกอย่างที่ขยับ” ใจตอบ ไม่สบตา แต่เสียงสั่นนิด ๆ
“อืม…ก็สวยดีนะ” ฟ้ายิ้มกว้าง มือสั่นนิด ๆ
อีกวันตอนเช้าในคาบวาดรูป ฟ้าตั้งใจสร้างงานประกวด ใจแอบมองเธอทางมุมห้อง ประตูเปิด “พิม” เพื่อนสนิทของใจเข้ามาดูผลงาน พร้อมกระซิบ
“ใจ อาทิตย์หน้าพ่อเธอมาดูชมรม”
ใจหน้าตึง หรี่ตา พิมหยุดก่อนถอนหายใจ
“เขาหวังจะเห็นนายเป็นหัวหน้าทีม นำทีมประกวดชนะ”
ใจเม้มปาก ไม่ตอบ มือจับกล้องแน่น
พักเที่ยงใต้ต้นจามจุรี ฟ้ากินข้าวลำพัง “นิก” เพื่อนชายจากวิศวะเดินมาหา นั่งลงข้าง ๆ
“เห็นฟ้าไปชมรมบ่อย ช่วยอะไรชมรมเหรอ”
ฟ้าก้มหน้า “ก็คงแค่เป็นลูกมือ ใคร ๆ เขาไม่ค่อยรับเรา”
นิกยิ้มเอ็นดู “ใจน่ะดูขวางคนแปลกหน้าอยู่แล้ว อย่าคิดมาก”
ฟ้ามองฟ้าไกล รอยเศร้าผ่านแววตา
เย็นวันนั้น ชมรมประชุมงานประกวด ฟ้าส่งแบบเสนอต่อหน้าหลายคน ใจส่องไฟเขียวทันที
“มันซ้ำ! ไม่กล้าพอ งานแบบนี้คงไม่ชนะใคร เห็นด้วยไหม?” เสียงใจชัดเจนสุดขอบโต๊ะ บางคนพยักหน้า
ฟ้ายืนนิ่ง มือกำแฟ้มจนข้อขาว ตัดใจเอ่ยช้า ๆ
“แล้วใจมีความคิดมั้ย?”
ใจสบตา เสียงอ่อนลง “ขอโทษที ฉันแค่…อยากให้ทุกคนทุ่มเท”
ห้องเงียบ ฟ้าลุกออกก่อนน้ำตาจะไหล สมาชิกฝั่งใจรีบตามไปปลอบ ใจนั่งนิ่ง เหงื่อไหลตามขมับ รู้สึกผิดแต่ไม่พูด
ฟ้ากลับหอ โทรหาแม่ทางวิดีโอ
“ฟ้า สอบปลายภาคยัง เกรดวิศวะตกอีกจะทำยังไง”
“แม่คะ…หนูอยากเรียนออกแบบ”
“หยุดพูดเรื่องนั้น! งานวิศวะมันมั่นคงกว่า”
ฟ้าถอนหายใจ หลับตาอย่างเหนื่อยหน่าย ในสายตามแม่ มีแต่ความคาดหวัง
เช้าวันใหม่ ใจพาแม่และน้องสาวมาเดินชมงาน ใจพาน้องไปนั่งเผยอรอบชมรม แม่กวาดตามองผลงานทั้งหมดแล้วพูดขึ้น
“ใจ…ช่วยดูงานประกวดดี ๆ พ่อหวังไว้สูง พลาดไม่ได้”
ใจตอบสั้น ๆ “ทราบครับแม่”
แม่น้องใจออก ฟ้าเดินสวนเข้ามาพอดี สบตา บรรยากาศอึดอัดใจ ใจรีบเดินหนีขึ้นบันไดไป ฟ้ามองตามยิ้มเศร้า
ค่ำในห้องชมรม ใจซ้อมเสนอผลงานหน้ากระจก พิมเปิดประตูเข้ามา
“แก…พักเถอะ เหนื่อยก็พูดว่าเหนื่อยบ้าง”
ใจนั่งลง ปล่อยไหล่ “กลัวผิดหวัง กลัวไม่ใช่คนเก่งในสายตาพ่อ”
พิมยิ้มจืด “นายไม่ต้องไขว่คว้าทุกอย่างก็ได้ป่าว…เข้ามหาวิทยาลัย เขาว่านายชอบถ่ายภาพไม่ใช่เหรอ?”
ใจเงียบ คำพูดนั้นฝังอยู่ในอก
เช้าวันต่อมา ฟ้านั่งคนเดียวในโรงอาหาร ใจเดินมาทิ้งตัวนั่งตรงข้ามเงียบ ๆ
“ขอโทษ…เรื่องวันนั้น ฉันไม่ควรพูดแรง”
ฟ้าพยักหน้าช้า ๆ “ไม่เป็นไร เราก็พูดแรงเหมือนกัน”
ใจถอนหายใจ เหม่อมองจานข้าว “เธอ…กลัวอะไรที่สุด?”
ฟ้าชะงัก นิ่ง “กลัวถ้าเลือกเรียนที่อยากเรียน…แม่จะเสียใจ”
ใจเงียบยาว ก่อนพูดอ้อมแอ้ม “ฉันกลัวพ่อผิดหวัง”
ฟ้ายิ้มบางเบา “เราเหมือนกันนะ”
ช่วงเวลานั้นสงบ ต่างคนต่างคิดอะไรในใจ
งานประกวดใหญ่ใกล้มาถึง ใจต้องรับตำแหน่งหัวหน้าทีม ฟ้าอาสาทำ background ใจแนะนำการจัดวาง ฟ้าเสนอสร้างความต่างด้วยการเล่นลายไทย ใจลังเลแต่ยอมตามสักครั้ง
ระหว่างร่างแบบทั้งสองทะเลาะกันบ่อย แต่สุดท้ายก็อดขำกับไอเดียบ้าบอของอีกฝ่ายไม่ได้
คืนสุดท้ายก่อนส่งประกวด ฟ้าเผลอหลับบนโต๊ะ ใจหยิบผ้าห่มคลุมให้ ก้มดูใบหน้าที่เหนื่อยล้า
เงียบ…ใจยกกล้องขึ้นแล้วเปลี่ยนใจ วางกล้องลงช้า ๆ
“ให้ทำได้ไหมนะ…” ใจพึมพำเบา ๆ คนเดียว
รุ่งเช้า ผลการประกวดไม่เป็นดังคาดได้แค่ชมเชย ใจต้องบอกข่าวกับพ่อซึ่งเดินทางมาโดยไม่บอกก่อน
หน้าห้องชมรม พ่อใจ สีหน้าเย็นชา เสียงเข้ม
“ผลมันเป็นแบบนี้ได้ยังไง เอ็งเคยทำให้พ่อดีใจกว่านี้”
ใจหน้าซีด ฟ้าฟังอยู่มุมหนึ่ง น้ำตาคลอ ใจมีแต่ความผิดและโทษตัวเอง
คืนนั้น ใจหายไปจากชมรมสองวัน ฟ้าห่วง ส่งข้อความขอโทษแต่ไร้การตอบกลับ
วันรุ่งขึ้น ฟ้าฝึกวาดที่สวนกลางมหาวิทยาลัย ใจเดินมานั่งตรงหน้า ดวงตาอ่อนแรง
“ขอโทษ…ฉันหนีเพราะขายหน้ากับพ่อ”
ฟ้าส่ายหน้า เสียงนุ่ม “ทุกคนผิดหวังได้ ขอแค่ไม่ทิ้งตัวเองนะ”
ใจหันหน้ามองฟ้า “เธอ…เคยอยากหนีความฝันตัวเองไหม”
ฟ้านิ่งนาน “บ่อยจนเหนื่อย บ่อยจนคิดว่าต้องฝืนเรียนวิศวะทั้งชีวิต”
ใจหัวเราะในลำคอ “ฉันก็ฝืนถ่ายภาพซ่อนจากครอบครัว”
สองคนหัวเราะเบา เงียบ…ต่างคนต่างเข้าใจความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกในใจ
เวลาผ่านไป ฟ้ากับใจช่วยกันจัดงานชมรม ฟ้าช่วยตกแต่งเวที ใจคุมเรื่องแสงสี ทั้งสองเริ่มทำงานเข้าขา กระซิบหัวเราะอารมณ์ดีบ่อยขึ้น
ค่ำคืนหนึ่งหลังงานจบ ฟ้าเดินกลับหอ ใจแกล้งแย่งพู่กัน ฟ้าวิ่งไล่ เผลอสะดุดล้ม ใจคว้าข้อมือไว้ทัน ใกล้กันแค่ลมหายใจ
ฟ้าหัวเราะอาย ใจปล่อยมือช้า เสียงแผ่ว “ระวังหน่อยสิยัยซุ่มซ่าม”
ฟ้าเอียงคอมอง “ความจริง…ใจไม่ได้ขวางเราเหมือนแต่ก่อนนะ”
ใจยิ้ม ตากลม “ก็เธอเป็นคู่หูที่ดี…”
เงียบ ต่างฝ่ายอยากพูดมากกว่านั้นแต่ก็เลือกจะนิ่ง
วันหนึ่งแม่ฟ้ามาเยี่ยมที่มหาวิทยาลัย เจอใจโดยบังเอิญ แม่ถามว่า “เธอสนิทกับฟ้าหรือเปล่า?”
ใจยังเลือกตอบแบบกลาง “ก็แค่เพื่อนร่วมชมรมครับ”
หลังจากนั้นฟ้าทะเลาะกับแม่ที่หอ แม่ยืนยันให้ฟ้าเลิกชมรมออกแบบ ฟ้าร้องไห้ด้วยความอัดอั้นใจ ความกดดันมากขึ้นทุกวัน
คืนหนึ่งใจโทรมาหา แค่ได้ยินเสียงสายก็รู้ว่าฟ้ากำลังร้องไห้
“ร้องไห้ทำไม…”
ฟ้าเสียงสั่น “เหนื่อย เหมือนทุกทางตันไปหมด”
ใจเงียบก่อนค่อย ๆ พูด “อย่าฝืนฝันดี ๆ ของตัวเองเลย”
ฟ้าเงียบ เสียงสั่น “จะสู้ไหวไหม…?”
ใจปลอบ “ถึงเหนื่อยแค่ไหน ฉันก็ยังเดินมาได้ถึงตรงนี้ เธอก็เหมือนกัน…ฉันเชื่อ”
ฟ้าสงบลง ทิ้งตัวนั่งใต้แสงไฟห้องหอ เสียงสายยังไม่ถูกตัดทันที มีแต่ลมหายใจแผ่วเบา
หลังจากนั้น ใจตัดสินใจรับงานถ่ายภาพรับปริญญาอย่างเปิดเผย พ่อรู้เข้า โกรธแต่ใจเงียบ อดทนกับสายตาผิดหวัง
ฟ้ารวมความกล้าขอแม่ว่าอยากจะเปลี่ยนสาขา ทั้งบ้านเงียบ แม่เดินเข้าห้องน้ำตาคลอ
วันต่อมาใจเจอฟ้าในสวน เธอหน้าหมองแต่ตามีแววมุ่งมั่น
“ขอโทษนะ ถ้าสิ่งที่เราทำมันรบกวนใจเธอ”
ใจยิ้มอ่อน “ไม่เลย เธอเก่ง เราอยากให้เธอเป็นอย่างที่อยากเป็นมากกว่านี้ด้วยซ้ำ”
ฟ้าสบตาคนตรงหน้า เสียงเบา “ใจอย่าโกหกตัวเองอีกเหมือนกันนะ”
ทั้งสองหัวเราะขมขื่น ต่างปลอบใจอีกฝ่ายในวันที่ต่างก็เปราะบาง
งานรับปริญญาที่มหาวิทยาลัย ใจถ่ายภาพบัณฑิตอยู่วงนอก พ่อเดินผ่านด้วยสายตาไม่ภูมิใจ ใจกัดฟันทนไว้ ฟ้าขึ้นเวทีรับเกียรติบัตร จากผลงานชมเชยด้านออกแบบ ครอบครัวไม่ได้มาด้วย แต่หน้าฟ้ามีรอยยิ้มสงบ
หลังงาน ใจเดินเข้าไปหา “วันนี้เธอสวยที่สุด”
ฟ้ายิ้มเศร้า “แต่แม่ไม่ยอมรับเรา”
ใจจับมือเธอไว้เบา ๆ “ไม่เป็นไร…เรายอมรับกันเองได้ไหม?”
ฟ้ามองตา ครู่หนึ่งจึงยกมือของใจแตะแก้มตัวเอง
ใจน้ำตารื้น “ฉันกลัว…จะไม่ดีพอสำหรับเธอ”
ฟ้าส่ายหน้า “แค่เธอเป็นตัวเอง…เราก็ดีใจแล้ว”
เงียบ สายลมในยามบ่ายพัดผ่าน สองคนค่อย ๆ กอดกันในมุมหนึ่งของโลกที่วุ่นวาย ความเงียบเต็มไปด้วยถ้อยคำที่ไม่ต้องเอ่ยอีก
ในเวลาที่ยังมีรอยแผล ทั้งฟ้าและใจยังคงเผชิญหน้ากับครอบครัวและความฝัน แต่ในหัวใจอุ่นขึ้น โอบรับความไม่สมบูรณ์ของตัวเองและอีกฝ่าย พร้อมจะก้าวไปสู่วันใหม่…ด้วยกัน ฝากฟ้า ฝากใจ ไว้ใต้ท้องฟ้าเดียวกัน