คำสาปในห้องสมุดเดือนห้า
แสงแดดร้อนแผดช่วงบ่ายต้นเดือนห้า ทุกอย่างในมหาวิทยาลัยเหมือนจะหลอมละลายเป็นไอ เนตราเดินเหงื่อซึมเข้าหน้าห้องสมุดเก่า เสียงกระดิ่งกันสนั่นเมื่อประตูไม้ถูกเปิด บรรณารักษ์สาวนั่งก้มหน้ากับแฟ้มเอกสาร เสียงรองเท้าของเนตราจางหายไปในความเงียบ ก้องกับเสียงนาฬิกาเก่ากลางห้องและกลิ่นกระดาษผุกรุ่นซ่อนตัวอยู่ตามซอกชั้นหนังสือ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“สองโมงเป๊ะ!” มิรันดาเพื่อนซี้ของเนตรากระซิบ นั่งรอล้อมโต๊ะกลาง ผู้ชายตัวผอมแว่นหนาอย่างคิริน กำลังจดอะไรลงสมุดอย่างหวาดกลัว โดยมีปาล์ม นั่งล้อมจากอีกมุมอย่างไม่แยแส
“อ.สุเมธ จะมาช้าอีกกี่นาที?” ปาล์มถอนหายใจ สายตาลอบมองรอบห้องเหมือนหวาดระแวงบางอย่าง สายลมวูบผ่าน หน้าต่างสูงเปิดกว้าง เงายาวเคลื่อนไหวฝาผนังอย่างผิดธรรมชาติ
มิรันดาหัวเราะแผ่ว “ทุกทีน่ะ นายก็กลัวไปหมดแหละคิริน คืนนี้นอนที่นี่กันไหม คุณยายบอกห้องสมุดเดือนห้าต้องระวัง น่าสนุกดี”
คิรินรีบตอบ “เฮ้ย อย่าเล่น!”
เสียงกระแทกโต๊ะ และเสียงขำเบาแฝงความตึงเครียด เนตราแอบมองเพื่อน แล้วเหลือบตามองชั้นหนังสือซ้ำอีกครั้ง เงาดำวูบไหวตรงมุมสุด ก่อนเธอจะกลืนก้อนเนื้อที่คอหอยเงียบ ๆ
บรรณารักษ์สาวเดินมาเก็บหนังสือกลับเข้าชั้น “อย่าลืมนะเด็ก ๆ ห้องสมุดจะปิดสี่โมงครึ่ง ห้ามอยู่ต่อ ใครแอบอยู่หลังเวลานี้ จะออกไม่ได้”
ความเงียบชั่วครู่ หนึ่งในนั้นหัวเราะกลบเกลื่อน แต่เนตรารู้สึกเย็นตามไขสันหลัง คำเตือนนั้นติดอยู่ในหัวของทุกคน
สามโมงเย็น กลุ่มเพื่อนสี่คนกระจายกันค้นคว้า ประตูด้านข้างแอ่นเสียงดังลั่น คิรินละสายตาจากสมุดโน้ต เห็นรอยเปื้อนแปลกบนหนังสือ “เห็นไหม ตรงนี้มันเหมือนตัวหนังสือโดนขูด” เขาพึมพำเบา ๆ
มิรันดาผิวปาก เดินมากระชากสมุด “จริงด้วย มันเขียนอะไรล่ะ?” เนตราตามมาชิดใกล้ น้ำเสียงสั่น “ขอให้เจอสิ่งที่ค้นหา…”
ขณะเด็กทั้งสี่มองปกสีดำ รอยขีดเขียนเหมือนรอยเล็บ เกิดอาการเงียบงันพร้อมความรู้สึกไม่สบายใจ ทุกคนนั่งล้อมเงียบ ด้วยความสงสัยครึ่งหนึ่งและความกลัวอีกครึ่ง
บ่ายคล้อย ชั้นสองของห้องสมุดดูลึกลับยิ่งขึ้น พื้นไม้เปราะดังเอี๊ยดอ๊าด มิรันดาตะโกนข้ามชั้น “ใครอยู่ข้างบนเนี่ย?” มีเสียงฝีเท้าลากช้า ๆ ในโถงว่าง คิรินหน้าเสีย ขยับถอยหลังอย่างระแวง
ปาล์มหรี่ตา “อาจเป็นลม โบราณน่ะ” ทว่าเนตรารู้สึกถึงเงาหนาทึบที่ซ่อนในความเงียบ
เสียงนาฬิกาตีสี่ครั้ง คราวนี้ประตูห้องสมุดกลับขยับเสียงดัง ปาล์มรีบเดินไปเช็ค พบว่าประตูล็อกแน่น มิรันดากระชากมือถือจะโทรแต่ไม่มีสัญญาณ คิรินสั่นเครือพูดเสียงแผ่วว่า “เราติดอยู่ในนี้”
เนตราเงียบหายใจช้า นัยน์ตาจับจ้องไปที่สมุดปกดำ “คืนนั้นที่ยายบอก…มันหมายถึงอะไร” เธอลูบปกหนังสือแล้วดึงมือออกด้วยความตกใจ เพราะรู้สึกถึงบางอย่างที่เย็นเยียบ
ทั้งสี่นั่งล้อมใต้แสงไฟซึ่งเริ่มสลัว “ในหนังสือมันมีอะไรข้างในหรือเปล่า” มิรันดาถามเบา ๆ คิรินกลืนน้ำลาย พยายามเปิดทีละหน้า เสียงกระดาษกรอบกรังทำให้บรรยากาศหนักแน่น หยาดเหงื่อซึมผุดขึ้นที่ขมับ
มีจดหมายแผ่นหนึ่งซ่อนอยู่ข้างใน จารึกด้วยลายมือสั่น ๆ “ใครก็ตามที่พบจดหมายนี้… จงอย่าไว้ใจเสียงในเงามืด มันรู้ทุกความลับของเธอ”
เงียบงันเต็มไปด้วยความอึดอัด เนตราชะโงกดู มิรันดาเริ่มหัวเราะกลบเกลื่อน “แค่มุกใช่ไหม?” คิรินส่ายหน้า สีหน้าแสดงความไม่เชื่อมั่น “ฟังนะ…เมื่อคืนฉันได้ยินเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน”
เสียงกระซิบแผ่วซ้อนทับ คิรินเงียบหาย นัยน์ตาเขาตั้งคำถามกับตัวเอง
เวลากลางคืนตก เงามืดครอบคลุมห้องสมุด ชายสี่คนเดินวนอย่างไร้จุดหมาย แม้จะคุยแต่ไม่มีเสียงหัวเราะอีกแล้ว ปาล์มดึงแขนเนตรา “อยู่ด้วยกัน อย่าแยก” เธอพยักหน้าอย่างเงียบงัน
“เนตรา นายกับยายมีอะไรมากกว่าที่บอกหรือเปล่า?” มิรันดาถามเสียงเบา กล้ามเนื้อเกร็งเพราะความกลัวสะสม “เคย…ได้ยินผู้ใหญ่เล่าสมัยตอนเด็ก ถ้าใครอยู่ห้องสมุดตอนเดือนห้า จะเจอสิ่งที่ตัวเองไม่อยากรู้”
คำพูดจบลงด้วยลมหายใจเงียบงัน คิรินสบตากับปาล์ม ใครบางคนบนชั้นสองส่งเสียงลากเท้าช้า ๆ อีกครั้ง มิรันดาเสียงสั่น “ถ้ามันไม่ใช่คน—?”
เงาดำปรากฏข้างประตู เปลวไฟนีออนกระพริบแว้บ เสียงใครสักคนร้อง—ไม่ใช่เสียงในกลุ่มของพวกเขา!
“วิ่ง!” ปาล์มหันหาทางออก จังหวะนั้นตู้หนังสือโบราณล้มขวางทางเดิน ทุกคนโผเข้าหากัน ลมหายใจขาดห้วง เนตราจ้องสมุดปกดำ รู้สึกถึงแรงดึงดูดโบราณ
ข้อความในสมุดเปลี่ยนเป็นตัวหนังสือที่ไม่มีใครรู้จัก คิรินพยายามอ่านแต่นัยน์ตาโฟกัสไม่ได้ “ฉันรู้สึกคุ้น…แต่ไม่เข้าใจ”
ความกระวนกระวายใจถาโถม มิรันดาเอื้อมมือหยิบสมุด “ถ้ามันเป็นคำสาป เราต้องหาวิธีคืนมัน!” เนตราสบตาเพื่อนก่อนตัดสินใจ “ต้องวางมันไว้ตรงที่เจอ”—เธอสั่นกลับไปยังชั้นหนังสือเก่ามุมลึก ทุกคนตามมาโดยไม่พูดกันสักคำ
เงามืดกระชั้นใกล้เสียงฝีเท้าตามหลัง ทั้งสี่มือสั่นนำสมุดคืนที่เก่า ทันทีที่วางลง เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้อง นาฬิกาตรงกลางห้องตีห้าโมงเย็น
ประตูห้องสมุดเปิดเองช้า ๆ แสงจ้าสาดกระทบใบหน้า ทุกคนหันกลับไปเงียบงัน ไม่มีใครกล้าพูดถึงสิ่งที่เจอ นอกจากเนตราที่จับมือเพื่อนทั้งสามแน่น ลมหายใจลึกสะอื้นอยู่ข้างใน ไม่มีเสียงฝีเท้าใด ๆ ตามออกมาอีก
ขณะเดินออกจากประตู เสียงบรรณารักษ์เอ่ยถาม “ได้อะไรกันบ้างในวันนี้?” เงียบ…ไม่มีใครตอบ ปาล์มมองสมุดปกดำที่บัดนี้หายไป มิรันดาร้องไห้เงียบ คิรินหันหน้าหลีกเลี่ยงแสง มิตรภาพของทั้งสี่เปลี่ยนไปตลอดกาล
ขณะที่เดินห่างออกจากห้องสมุดแต่ละก้าว เหมือนทุกคนแบกบางสิ่งไว้ภายใน—ความลับที่ไม่มีใครกล้าเอื้อนเอ่ย แต่แผลในใจจะรอยต่อไปเสมอ ไม่ว่าห้องสมุดจะอยู่หรือหายไปจากที่นี่ก็ตาม