ใต้เงาภูเขาหมอก
ควันไฟจากกระท่อมลอยผ่านอากาศเย็นของยามเช้า หมอกขาวปกคลุมหมู่บ้านอิทาเหมือนทุกวัน แต่ในเช้านี้ เสียงแตรไม้ไผ่จากชาวบ้านร้องเรียกให้ทุกคนมาชุมนุม ณ ลานกลางหมู่บ้าน ทำให้เด็กทุกคนหยุดเล่นและหันสายตาไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อินใจ เด็กหญิงวัยสิบหกที่ขึ้นชื่อเรื่องกล้าหาญแต่ไม่ยอมรับความรู้สึกอ่อนแอในใจ รีบคว้าผ้าคลุมแล้วเดินออกจากบ้าน สีหน้าหนักใจ เธอเหลือบมองบ้านหลังถัดไป เห็นนิชา เพื่อนสนิทถือกระเป๋าเก็บสมุดวาด รูปร่างบอบบาง ขี้อาย อินใจเดินเข้าไปคว้าแขนนิชาแล้วกระซิบว่า “คงมีเรื่องอีกแล้วใช่ไหม?” นิชาพยักหน้า ดวงตาวูบไหว
เมื่อไปถึงลาน หมู่บ้านรวมตัวกันเงียบๆ หัวหน้าหมู่บ้านลุกขึ้นประกาศเสียงกังวาน “เมื่อคืนนี้ น้องวาท หายตัวไป ไม่มีใครพบตั้งแต่สามทุ่ม” เสียงซุบซิบเริ่มดัง อินใจกำมือแน่น น้ำเสียงร้อนรน “เมื่อวานยังเห็นน้องวาทวิ่งเล่นอยู่เลย…พ่อแม่จะรู้สึกยังไงนะ” นิชาเงียบ ริมฝีปากสั่นไหว
หลังผู้ใหญ่แยกย้าย เด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งซึ่งรวมทั้งอินใจ นิชา ฟู่วัฒน์ เด็กหนุ่มร่างสูงเจ้าโว และอิฐ เด็กที่ไร้บ้านผู้พูดน้อย แต่มักเหล่สายตาดั่งเห็นอะไรบางอย่าง ต่างแอบมารวมตัวใต้ต้นไม้ใหญ่ ฟู่วัฒน์เอ่ยขึ้น “หมู่บ้านเราโดนคำสาปหรือเปล่าวะ…? ปีที่แล้วเด็กก็หาย ปีนี้อีกแล้ว” นิชาเบี่ยงสายตา กังวล อินใจนั่งลงกับพื้น “เราไม่ควรแค่ยอมรับแบบนี้”
อิฐกระซิบเสียงเบา “เมื่อคืนฉันเห็นบางอย่าง วิ่งในหมอกใกล้กระท่อมเก่า” ทุกสายตาหันไปมอง “ถ้าคิดจริง…มันอาจเกี่ยวกับเรื่องเก่า ๆ” อินใจน้ำเสียงแข็ง “นายจะกลัวทำไมล่ะ? ถ้าเรากลัวต่อไป ทุกอย่างก็ไม่เปลี่ยน”
ค่ำวันนั้น กลุ่มอินใจถือไฟฉายและสมุดจด เดินฝ่าหมอกไปยังกระท่อมร้าง เสียงกิ่งไม้กรอบแกรบก้องกังวาน อินใจเดินนำหน้าด้วยท่าทีไม่กลัว แม้หัวใจเต้นแรง นิชาค่อยๆ จับแขนฟู่วัฒน์กระซิบ “กลัวอะไรหรือเปล่า…” ฟู่วัฒน์หัวเราะกลบเกลื่อน “กับหมอกนี่เหรอ? ฮะ…แค่กลัวเจอเจ้าหมาตัวใหญ่”
กระท่อมเก่าอยู่ในสภาพทรุดโทรม ประตูไม้ยวบลงเมื่ออินใจดันเข้าไป ข้างในมีเพียงฝุ่น เศษผ้าม่านเก่า และกลิ่นเหม็นอับ อิฐเดินตรงไปยังช่องลมบนติดผนัง “เมื่อคืนเห็นเงาเหมือนเด็กผ่านตรงนี้” อินใจคว้าไฟฉายส่อง พบเศษกระดาษเก่า ๆ “นี่อะไร…” นิชาหยิบขึ้นมา มันคือจดหมายสั้น ๆ เขียนด้วยลายมือหยาบ “จงอย่าลืมความผิดของอดีต…”
เงียบสงบอึดใจยาว ฟู่วัฒน์ขว้างก้อนหินใส่ผนังอย่างหัวเสีย “เรื่องบ้าอะไร พวกผู้ใหญ่ปกปิดอีกแล้วสินะ” อินใจจ้องจดหมายนั้น ตัดสินใจจะตามหาความจริง
วันรุ่งขึ้น อินใจมองสายหมอกลอยผ่านหน้าต่าง ขณะกินข้าวกับพ่อถูกถามเสียงเข้ม “เมื่อคืนไปไหน ทำไมกลับมาช้า?” อินใจนิ่ง พ่อถอนใจเบา ๆ “เราต้องปกป้องกันและกัน คำสาปนั่น…มันทำให้อดีตเราต้องตื่นกลัว” อินใจสบตาพ่อ “แต่ถ้าปล่อยไว้ มันจะพาใครหายไปอีก?” พ่อเม้มปาก ไม่ตอบ
อินใจพยายามรอบรู้ประวัติหมู่บ้าน ถามยายแก้วซึ่งมักนั่งเย็บผ้าหน้าบ้าน ยายแก้วลูบผมอินใจ “ถ้ารู้มากบางเรื่อง ชีวิตมันไม่เหมือนเดิมหรอกลูกเอ๊ย” อินใจนั่งลงข้าง ๆ “ชีวิตนี้หนูไม่อยากกลัวถ้าไม่เข้าใจค่ะ”
นิชา ฝันกลางวันขณะวาดรูป นึกถึงจดหมายนั้น ใจหวิวคิดถึงน้องวาท เห็นเงาในหมอกลอยมาทางหน้าต่าง เธอวางปากกาจ้องตาเหม่อ เสียงแม่เอ่ยข้างหลัง “อย่าอยู่คนเดียวลูก หมอกวันนี้ดูแน่นกว่าทุกที” นิชาไม่ตอบ
ฟู่วัฒน์กำลังคุยกับพ่อในสวน เสียงพ่อหยาบกระด้าง “อย่าไปยุ่งเรื่องเก่าที่พวกผู้ใหญ่จัดการไว้” ฟู่วัฒน์ตอบทันควัน “ถ้าพวกคุณไม่แก้…แล้วใครจะแก้?” พ่อสบตา หายใจแรง รู้สึกหมดพลัง
อิฐนั่งคนเดียวบนเนินผาหิน ตรงนี้เห็นทั้งหมู่บ้าน หมอกกลืนทุกสิ่ง เขาคิดถึงครอบครัวที่เคยจากไป ตอนเด็กเคยเห็นเงาในหมอกมาก่อน ไม่มีใครเชื่อเขา อิฐน้ำตาคลอ แต่กัดฟันไม่ให้ออกเสียง ครั้นเงามืดในหมอกขยับเคลื่อน เขาเพียงแค่จ้องตาไม่ไหวหวั่น
กลางคืน อินใจ พานิชาและฟู่วัฒน์แอบออกจากบ้าน ไปขอคำแนะนำจากอิฐ ทั้งสี่นั่งล้อมโคมไฟเล็กใต้ต้นกูดใหญ่ ฟู่วัฒน์เปิดปาก “ตกลงเราจะเอายังไงกับเรื่องนี้?” อินใจจับจ้องท่ามกลางแสงไฟ “เราต้องหาว่าน้องวาทอยู่ไหน หมอกพาเขาไป หรือมีใคร…?” นิชาน้ำเสียงสั่น “ถ้ามีใครทำจริง…ฉันกลัวจะเป็นคนรู้จัก” ความเงียบแน่นขนัด อิฐพูดช้า “คืนนี้…ลองเดินตามหมอกไป…เผื่อจะเห็นอะไรอีก”
ไฟฉายส่อแสงในป่า หมอกหนาโอบรอบตัว อินใจเดินนำด้วยท่าทางตั้งใจ แววตาฉายความกลัวแต่ฝืนไว้ ต้นไม้บิดเบี้ยว อากาศเย็นยะเยือก นิชากุมมือแน่นเดินเคียงอิฐ ฟู่วัฒน์พึมพำ “จริงๆ ฉันไม่อยากยอมรับ…ว่าหมอกนี่กลืนคนจริงๆ”
เดินไปไม่กี่ร้อยเมตร เห็นแสงริบหรี่ขวามือ ร่างคล้ายเด็กชายวิ่งลับตาในหมอก อินใจรีบวิ่งไล่ล่า นิชากรีดเสียง “เดี๋ยวก่อน อินใจ!” ฟู่วัฒน์กับอิฐตามไปทัน กระทั่งหยุดที่หน้าถ้ำลึกในหุบ
อากาศเย็นเฉียบ เงียบฉับพลัน ภาพเงาเด็กชายหันขวับ อินใจยื่นมือเรียก “น้องวาท! กลับบ้านนะ!” เงานั้นรีบหายวับเข้าไปในถ้ำ อินใจลังเลแต่กัดฟันเข้าไป นิชาตาม กลิ่นความชื้นและเสียงลมหายใจใกล้หู
ในถ้ำ เจอผ้าคลุมของน้องวาท อินใจกอดเก็บไว้ นิชาร้องไห้เงียบ ๆ “หรือ…เขาจะ…?” ฟู่วัฒน์ไหล่สั่น อิฐเจอรอยเท้าเด็กนำไปลึกกว่าเดิม ฟู่วัฒน์ตะโกน “เฮ้! น้องวาท!” เสียงสะท้อนฉาบแผ่ว
ทันใดนั้น ลมหมอกหมุนวนในถ้ำ เงาร่างเด็กโผล่ขึ้นข้างหลัง ฟู่วัฒน์กระโจนดึงแขนแต่ล้ม อินใจพยายามส่องไฟฉายใส่ ร่างเด็กชายเห็นชัดขึ้น เป็นน้องวาท แต่แววตาว่างเปล่า ไม่ตอบรับ อินใจเสียงสั่น “วาท กลับบ้านนะ…”
วูบหนึ่ง เงาอีกชั้นปรากฏอยู่หลังวาท ใบหน้าจาง ๆ ของเด็กหญิงในอดีต คล้ายพยายามบอกอะไร อินใจมือสั่น นิชากลัวจนร้องไม่ออก อิฐกลั้นใจแน่น เล่าเรื่องที่เคยเห็นกับทุกคน “ทุกปี…มันวกกลับมา…เด็กที่เคยหาย คือส่วนหนึ่งของหมอกนี้…”
ฟู่วัฒน์เริ่มโวยวายโทษบรรพบุรุษ อินใจตะโกนหยุด “เราต้อง…ช่วยเขาให้หลุดจากวงจรนี้!” นิชามองหน้าอินใจ น้ำตาคลอ “ถ้าเราพวกเรากลัว…มันจะไม่จบ”
อินใจเอ่ยเสียงแข็งต่อหน้าร่างวาท “เราขอโทษแทนหมู่บ้าน ถ้าอดีตใครเคยทำผิดกับพวกเธอ พวกเราจะไม่หนีหมอกนี้อีกต่อไป” เงาเด็กหญิงหลังวาทร้องไห้ หมอกจางลงจนเห็นออกัสเป็นดวงตาชัด เธอพูดว่า “แม่หายไป…เพราะทุกคนเงียบ…”
หมอกสงบชั่วขณะ อินใจกุมมือวาท “เราจะอยู่ด้วยกัน ต่อให้กลัว…เราก็รวมใจไม่หนี” ฟู่วัฒน์กับอิฐพูดพร้อมกันอย่างลังเล “…เราก็สู้ด้วย” หมอกค่อยจาง ร่างวาทสลายกลายเป็นเด็กชายธรรมดากลับมา ทั้งหมดรีบกอดกัน อินใจน้ำตาไหล เธอเติบโตขึ้น แม้ยังหวาดกลัวแต่ไม่หลบ หลังจากคืนแห่งการเปลี่ยนแปลง หมอกคลาย เหลือเพียงความลับที่ได้รับการให้อภัยในใจของคนทั้งสี่