ใกล้ไกลในฤดูฝน
เสียงฟ้าร้องดังลั่น ก่อนหยาดฝนจะดังเปาะแปะบนหลังคากระเบื้องสีหม่น กานต์ยืนหลบฝนใต้ชายคาบ้านไม้หลังเก่า มองไปยังบ้านตรงข้ามที่หน้าต่างเพิ่งเปิดออก ขวัญยื่นมือออกมาตากน้ำฝนอย่างช้าๆ เธอยิ้มมาให้ กานต์ยกมือโบกกลับ แต่ไม่ได้พูดอะไร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“คุณแม่ให้เก็บผ้าแล้ว นี่ก็ยังจะเล่นอีก” เสียงแม่ของขวัญดังแว่วมาจากห้องด้านหลัง ขวัญรีบหดมือกลับ หัวเราะเบาๆ แล้วปิดหน้าต่าง กานต์ยังยืนอยู่ที่เดิม แม้ฝนจะเริ่มซา แต่ในใจเขากลับรู้สึกว่าฝนนั้นยังตกไม่หยุด
เย็นวันนั้น ขวัญเดินถือร่มสีเหลืองมาเคาะประตูบ้านกานต์ เธอใส่ชุดกันฝนลายแมว สะพายกระเป๋าใบน้อย “จะไปเรียนพิเศษด้วยกันมั้ย วันนี้ฝนตก ใจไม่ค่อยดี” ขวัญพูดเบาๆ เหมือนคนลังเล กานต์พยักหน้าพลางมองหน้าเธอ ความอุ่นใจบางอย่างแทรกผ่านความเงียบที่กั้นกลาง
บนถนนลูกรัง ขวัญกับกานต์เดินใกล้กันแต่ไม่พูด กานต์มองเท้าตัวเอง ขวัญมองฟ้า บางครั้งร่มเอียงจนกานต์เปียกบ้าง ขวัญแกล้งขยับร่มไปมา กานต์หัวเราะเงียบนาน ก่อนจะเปรย “ขวัญจะย้ายบ้านจริงๆ เหรอ” ขวัญเงียบ หยุดเดิน รอยยิ้มหายวับไป “แม่อยากให้ไปดูแลยายที่เชียงราย” เธอหลบตา
“…แต่ฉันยังไม่อยากไป”
“แล้วจะทำยังไง” กานต์ถาม เสียงเบาราวกระซิบ
“ไม่รู้เหมือนกัน กานต์ ฉันกลัว กลัวไปที่นั่นแล้วจะลืมตรงนี้ ลืมนาย” ขวัญพูดเร็ว กัดริมฝีปากแน่น “โทษที” เธอขยับร่มไปบังหน้า กานต์กลั้นใจ อยากพูดบางอย่างแต่พูดไม่ออก
วันย้ายบ้านมาถึง เร็วเกินไปสำหรับขวัญ เธอใส่เสื้อยืดลายเก่าสีขาว กอดตุ๊กตาหมีแน่น กานต์เดินออกไปที่ประตูรั้ว มองรถตู้ที่จอดรอ เงียบเกินกว่าจะเรียกให้ขวัญกลับมา สายตาของทั้งคู่สบกันเพียงแค่เสี้ยววินาที ในขณะที่ฝนซา ท้องฟ้าขาวจาง
“ดูแลตัวเองด้วยนะ” ขวัญพูด เสียงสั่น
กานต์พยักหน้า ไม่ยอมให้ตัวเองร้องไห้ ขวัญกระตุกยิ้มจางๆ ก่อนขึ้นรถจากไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าใต้ท้องฟ้ากว้าง
ห้องนอนของกานต์ในคืนนั้นเงียบ ง่วงแต่นอนไม่หลับ เขาเปิดโทรศัพท์อ่านข้อความเก่าๆ ที่ขวัญส่งมา อ่านมันซ้ำๆ มือสั่นเล็กน้อย
“นายยังอยู่มั้ย” ข้อความสั้นๆ โผล่ขึ้นมาบนหน้าจอเวลาเที่ยงคืน กานต์นั่งพิมพ์ตอบแต่ลังเล กว่าจะกล้ากดส่งก็ปาเข้าไปราวตีหนึ่ง
“อยู่ ขวัญนอนรึยัง”
ข้อความไม่ถูกอ่านจนถึงเช้า กานต์ใจเต้นตลอดคืน ก่อนจะผล็อยหลับพร้อมโทรศัพท์ในมือ
วันเวลาผ่านไป ฤดูฝนวนกลับมาอีกครั้ง กานต์เปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งหน้าตา ท่าทาง เสียงหัวเราะดูแปร่งขึ้น พ่อบ่นว่าไม่ร่าเริงเหมือนเก่า เพื่อนในห้องเรียนชวนเล่นฟุตบอล แต่กานต์มักปลีกตัวไปยืนริมสนาม แตะโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเช็คว่าขวัญอ่านแชทหรือยัง
คืนหนึ่งในฤดูฝน กานต์ส่งรูปสายฝนหน้าบ้านไปให้ขวัญ “เชียงรายฝนตกมั้ย”
เธออ่านแต่ไม่ตอบ กานต์ถอนหายใจ ท้องเหวอวาบคล้ายมีอะไรขุ่นมัวอยู่ในอก
หลายสัปดาห์ต่อมา ขวัญตอบกลับมาในวันที่ฝนตกหนัก “ฝนตกเหมือนกัน เหงาเหมือนกัน” ขยี้ใจจนกานต์ไม่อยากหลับ
ทั้งสองคนเริ่มพูดคุยกันมากขึ้น บางวันแลกเปลี่ยนรูปฝน บางวันเงียบหายไปด้วยเหตุผลบางอย่าง กานต์กล้าถามว่า “ขวัญโอเคมั้ย” ขวัญตอบ “ไม่โอเคเลย แต่ฉันจะทน”
คืนหนึ่งตอนพิมพ์แชท กานต์พิมพ์ว่า “ฉันคิดถึงขวัญ” แล้วลบทันที กำลังจะกดส่งแต่เปลี่ยนใจเป็นสติ๊กเกอร์รูปแมวแทน
“แมวอะไรเนี่ย” ขวัญตอบกลับพร้อมรูปแมวที่เธอเจอที่บ้านยาย กานต์หัวเราะ หัวใจเบาฟูขึ้นมาอีกนิด
วันหนึ่งขวัญโทรหากานต์ เร่งเสียงให้แจ่มใส “กานต์ ฉันมีเพื่อนใหม่เยอะมากเลยนะ ทุกคนใจดี มีคนสอนพูดเหนือให้ฉันด้วย”
“ดีจัง” กานต์ตอบสั้น น้ำเสียงแฝงความหึงหวงบางเบา ขวัญเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดเสียงเบา “แต่ฉันคิดถึงนายมากกว่า” เสียงในสายจางลง ไม่มีใครพูดอะไรต่อเนิ่นนาน
คืนนั้นขวัญส่งข้อความมาว่า “ฉันกลัวว่าวันหนึ่ง เราจะไม่เข้าใจกัน” กานต์นอนกลิ้งไปมาบนที่นอน กดส่งข้อความกลับไป “นายจะทิ้งฉันเหรอ” แต่ลบทันที สุดท้ายจึงเลือกพิมพ์ว่า “ไม่มีวันหรอก”
วันครบรอบการจากกันหนึ่งปี กานต์เก็บเงินที่ได้จากทำงานพิเศษ มานั่งรถทัวร์ไปเชียงราย ฝนตกไม่หยุดตลอดทาง คำพูดในใจก้องอยู่ “ถ้าเขายินดีเจอฉันอีก ฉันจะบอกว่า…” แต่ยังต่อไม่เสร็จ
เมื่อถึงเชียงราย กานต์โทรศัพท์หาขวัญ ไม่ติด พยายามโทรซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่เหมือนฝั่งโน้นจะยุ่ง สุดท้ายจึงเดินตากฝนไปยืนหน้าบ้านยายขวัญ เพ่งสายตามองหาภาพคุ้น ยายโผล่ออกมาก่อน กานต์ไหว้ “ขวัญอยู่มั้ยครับ”
“ขวัญไปโรงเรียน น่าจะกลับเย็นนี้”
กานต์รอ เฝ้าดูฝนไหลผ่านซุ้มไม้ กระทั่งขวัญเดินมาถึงหน้า ซึมเซาเล็กน้อยเมื่อเห็นเขา ฝืนยิ้ม “มาทำไม ไม่บอกก่อน”
“กลัวนายไม่ว่าง ไม่อยากให้รบกวน” กานต์เกาหัว
ขวัญหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้าน “เข้าไปนั่งก่อนสิ เดี๋ยวเปียกหมด”
ในห้องรับแขก กลิ่นยาหม่องผสมกลิ่นดอกไม้ กานต์นั่งนิ่ง ขวัญเสิร์ฟน้ำอุ่น แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม สองคนเงียบกันนาน ก่อนที่ขวัญจะพูดว่า “นายเปลี่ยนไปมากเลยนะ” กานต์ยกยิ้มจางๆ “เหมือนขวัญก็เปลี่ยน”
“จริงหรอ…” ขวัญจับข้อมือแน่น “นายยังคิดถึงฉันอยู่มั้ย”
กานต์ลังเล มองสายฝนผ่านหน้าต่าง “ไม่รู้สิ…ฉันคิดถึงโมเมนต์เรามากกว่า แบบตอนเดินด้วยกัน วันฝนตก”
“มันจะกลับมาได้มั้ย” ขวัญเสียงแผ่ว
“ไม่รู้ แต่ฉันอยากให้ขวัญมีความสุข” กานต์พูดพลางก้มหน้า ขวัญพยักหน้า น้ำตาคลอ
รุ่งเช้าขวัญพากานต์เดินชมทุ่งชา กานต์หัวเราะตลอดเวลาที่ขวัญเล่าเรื่องขำขัน สองคนหยอกกันบ้าง เงียบกันบ้าง จนถึงทางแยก ขวัญหยุดเดิน ก่อนจะพูดเบาๆ “นายจะกลับเมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้” กานต์ตอบติดอึกอัก
“เราเหลือเวลากันแค่คืนนี้เองสินะ” ขวัญเสียงสั่น กานต์พยายามยิ้ม “แต่คืนนี้จะคุยกันให้เยอะที่สุด”
เย็นวันนั้น กานต์นั่งมองพระอาทิตย์ตกกับขวัญบนชิงช้าหน้าบ้าน ฝนพรำลงมาอีกรอบ ขวัญเอียงหลังพิงไหล่กานต์ ทั้งคู่ไม่พูดอะไร ความอึดอัดในใจกานต์กำลังพุ่งสูง เขาอยากบอกความรู้สึก แต่กลัวเสียขวัญอีกครั้ง
ขวัญกระซิบ “อยากให้นายอยู่ตรงนี้ให้นานกว่านี้”
“ฉันจะพยายาม…กลับมาเยี่ยมขวัญบ่อยๆ” กานต์พูดเบา ๆ ลมหายใจติดขัด ขวัญยิ้ม เธอพูดต่อ “อย่าพยายามเลยนะ…ถ้านายมีความฝัน นายต้องไปตามมันให้ถึง อย่าฝืนตัวเองเพราะฉัน”
“ฉันกลัวจะไม่มีโอกาสเจอนายอีก…”
สองคนเงียบ กานต์นิ่ง รวบรวมความกล้า “ขวัญ…” แต่ขวัญลุกขึ้นก่อน เสียงฝนดังกลบถ้อยคำที่ยังไม่ทันเปล่ง
เช้าวันจากลา กานต์ก้าวขึ้นรถกลับ น้ำหนักหัวใจหนักอึ้ง ขวัญยืนโบกมือ ซ่อนน้ำตาเอาไว้ กานต์หยิบผ้าเช็ดหน้าที่ขวัญให้มาก่อนเดินทางมาแนบอก มองภาพขวัญค่อยๆ เล็กลงในกระจกหลัง
หลายเดือนต่อมา ชีวิตต่างฝ่ายไหลไปตามทาง กานต์สอบเข้าเรียนวิศวะได้ดังฝัน ต้องทุ่มเทเวลากับการเรียน ขวัญเริ่มเข้าชมรมละคร มีกลุ่มเพื่อนใหม่ กานต์พยายามโทรหาแต่ขวัญเริ่มว่างตอบน้อยลง ระยะห่างดูจะเพิ่มขึ้น
วันหนึ่ง ขวัญพิมพ์มาว่า “ฉันชอบเล่นละครมาก อาจจะอยากเรียนทางนี้ต่อ” กานต์พิมพ์ตอบว่า “ฉันดีใจกับขวัญนะ” ถึงจะรู้สึกครึ่งใจ เธอถามกลับ “นายไม่กังวลหรอถ้าฉันอยู่ที่นี่อีกนาน” เขาอยากตอบว่ากังวล แต่เลือกตอบว่า “ไม่เลย ขอแค่ขวัญมีความสุข”
คืนหนึ่ง ฝนตกหนักอีกครั้ง กานต์นอนนับเสียงฟ้าร้อง จู่ๆ โทรศัพท์ก็ดัง ขวัญโทรมา เสียงสะอื้นเงียบ ๆ แทรกในสาย “ฉันไม่กล้าบอกแม่ว่าไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อแล้ว…ฉันฝืนใจตัวเองตลอดเลย”
กานต์นิ่ง เงียบ “ขวัญไม่จำเป็นต้องฝืนตลอดก็ได้”
“ฉันกลัวจะทำให้แม่เสียใจ กลัวทำให้โรงเรียนผิดหวัง กลัวนายไม่รอ” ขวัญพูดเบา ๆ“
กานต์เกือบตอบว่า จะรอเสมอ แต่อ้ำอึ้ง สุดท้ายเลือกเงียบไว้ ขวัญถอนหายใจ “ขอโทษนะ”
หลังจากนั้นทั้งคู่ห่างกันไปพักหนึ่ง แทบไม่ได้คุยกันเหมือนเดิม กานต์พยายามโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำ แม้จะรู้สึกเหงาและอ้างว้างในหัวใจ
ฤดูฝนเวียนกลับมาอีกรอบ กานต์พยายามจะลืม แต่ก็อดหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ขวัญให้ขึ้นมาดมไม่ได้ กลิ่นจางๆ ยังมีหลงเหลืออยู่ วันหนึ่ง ขวัญส่งข้อความมาว่า “ฉันตัดสินใจได้แล้ว” กานต์ใจเต้น “ตัดสินใจอะไร”
“จะไปเรียนละครที่กรุงเทพ ตามฝันตัวเอง” ขวัญตอบ กานต์ดีใจแต่เจ็บในใจ “นายจะมาอยู่ใกล้ฉันอีกเหรอ” เขาส่งข้อความไป ขวัญตอบว่า “ฉันจะตามหาความสุข ไม่ว่ามันจะพาไปใกล้หรือไกลนาย”
หลังจากนั้นทั้งคู่เริ่มคุยกันบ่อยขึ้น ความสัมพันธ์แปลกไป ไม่เหมือนเดิมเสียทีเดียว แต่ก็ยังมีบางอย่างที่คอยเชื่อมต่อ
เมื่อขวัญสอบติดมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ กานต์ชวนเจอหน้ากันใหม่ที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ในซอยฝั่งมหาวิทยาลัย กานต์มาสาย เลือกโต๊ะริมหน้าต่าง ขวัญยิ้มให้แต่ในตากลับเต็มไปด้วยความกังวล “นายสบายดีมั้ย” ขวัญถาม กานต์ยกมือทำท่าโอเค
ทั้งคู่คุยกันช่วงแรกอย่างขัดเขิน จนกระทั่งขวัญพูดขึ้นมาว่า “ยังจำวันนั้นได้มั้ย วันฝนตกหลังบ้านเรา” กานต์ยิ้มบาง “จำได้…ฉันเคยคิดว่านายจะลืม”
“ไม่มีวันลืมหรอก ฉันแค่กลัวจะเจ็บอีก”
บทสนทนาเดินต่อช้า ๆ สองคนต่างเปลี่ยนไปมาก ขวัญกลายเป็นคนกล้าขึ้น ส่วนกานต์เรียนรู้จะเปิดใจถึงฝันมากกว่าเดิม
ขวัญพูดอย่างจริงจัง “ฉันยังกลัว…ว่าถ้าเราเลือกงาน เลือกทางของตัวเองไปเรื่อย ๆ สักวันอาจจะห่าง ระยะห่างที่เราเคยเจอมันย้อนกลับมาใหม่”
กานต์นิ่ง ก่อนจะตอบ “แต่เราสู้กับมันมาแล้วตั้งแต่แรกนี่นา…แค่ต้องซื่อสัตย์กับสิ่งที่กลัว พูดกับกันตรง ๆ เหมือนทุกวันนี้”
ขวัญยิ้มช้า ๆ น้ำตาคลอเบา ๆ “ฉันยังรักนายอยู่” เธอพูดเสียงเบา กานต์จับมือเธอบนโต๊ะ ไม่พูดอะไรอยู่นาน
“ฉันก็ยัง…รักขวัญเหมือนกัน แต่ถ้าสุดท้ายเราต้องแยกทางเพราะฝันของแต่ละคน ฉันจะไม่เสียใจเลยที่วันนี้เราเลือกเปิดใจให้กันนะ”
ขวัญก้มหน้าแล้วยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุด เธอจับมือกานต์แน่นขึ้น ใจเต้นแรงท่ามกลางเสียงฝนโปรยปรายลงบนหลังคาร้านกาแฟเล็ก ๆ
ทั้งสองไม่ได้สัญญาว่าจะไม่ห่างกันอีก ตรงกันข้าม พวกเขาเข้าใจและให้พื้นที่แก่ฝันและความกลัวของแต่ละคน การเติบโตนั้นเจ็บปวด แต่ความรักที่แท้จริงก็คือการยอมรับแม้ในวันที่ฝนตกและวันที่ฟ้าใส
ดวงตาของทั้งคู่สบกันอย่างเข้าใจในค่ำคืนฝนโปรยอีกครั้ง ข้อลับต่าง ๆ ในใจได้รับการให้อภัย ลมหายใจอุ่นยังอยู่ข้างกัน เพียงพอแล้วสำหรับรักที่เติบโต…ในวันที่ใกล้ และวันที่ไกล