ห้องสมุดนี้…ไม่ลับแต่ลน
เสียงเตือนจากเครื่องสแกนบัตรดังแหลมขึ้นในเช้าวันหนึ่ง ลานหน้าห้องสมุดอัดแน่นไปด้วยหมู่นักศึกษากำลังพูดคุยเสียงจอแจ แต่ช่วงนี้ทุกคนต่างลอบมองไปที่ชายหนุ่มสองคน ปังปอนด์ กับ เปรม ด้วยแววตาประหลาด แฝงรอยขำขันที่เก็บไม่ค่อยอยู่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ปังปอนด์ตัวสูงรวบผมยุ่งอย่างมั่นใจ มือหนึ่งสะพายเป้ มือหนึ่งดันเปรมที่ยังลังเลเข้าไปในห้องสมุด เปรมสวมแว่น ก้มหน้างุดหลบสายตาทุกคน กำมือแน่นเหมือนกำลังจะเข้าหอสมุดแห่งเวทีโลก
“อย่าเพิ่งเดินเร็วสิ ปอนด์ ฉันว่าเรื่องนี้มันไม่โอเคเลยนะ มีแต่คนมอง…” เปรมเสียงค่อยกระซิบ
ปังปอนด์ยักไหล่ “เอาน่า เปรม เรื่องใหญ่ตรงไหน นี่ภารกิจชีวิตนะเว้ย ศัตรูของความกลัวคือความกล้า! ว่าแล้วก็เดินเลย!”
เปรมถอนหายใจ “…แต่แกเป็นคนปล่อยข่าวหนังสือลับนี่ มันไม่ใช่เรื่องจริงเลยนะ!”
ปังปอนด์เหลียวกลับมากะพริบตาปริบๆ “แล้วไง! ถ้าโดนอาจารย์แก้วไล่ออกคณะก็แค่กู้ชื่อด้วยการหาของลับจริง ๆ ให้เจอ ว่าปะ?”
เปรมลังเล มองรอบตัว “แต่หนังสือลับมันไม่มีจริงอะ—”
ปังปอนด์พูดขัด “ทีวีช่องมหาลัยไปเอาตัวอย่างหนังสือเก่ามาออกรายการเมื่อวาน คนก็คิดไปเอง—แล้วทำไมผู้ช่วยบรรณารักษ์ชื่อหวานจังถึงชี้มาที่เราอะ?”
“สงสัยเห็นเราขนมะม่วงมาแอบกิน…”
ทั้งคู่ตัดสินใจสลับกันมุดเข้าแถวโต๊ะค้นหนังสืออย่างกับหนังสายลับ ปังปอนด์แกล้งตกเก้าอี้ส่งเสียงดังแบบไม่ตั้งใจ ทุกคนหันขวับมอง เปรมแกล้งจามเล็ก ๆ เหมือนสื่อว่า ‘นี่เพื่อนนะ ช่วยเงียบหน่อย!’
“วันนี้ฉันจะค้นให้เจอ สมุดปกแข็งสีน้ำเงินที่ไม่มีใครกล้าถามหา” ปังปอนด์ตาเป็นประกาย
“แล้วแกจะซ่อน ‘สมุดบันทึกความลับห้องสมุด’ จากตำนานหรือยังไง?”
ปังปอนด์เฉลย “เปล่า แค่จะหาหนังสืออะไรก็ได้ที่ไม่มีในระบบ จะได้แถได้ว่าคือของลับ!”
เสียงโทรศัพท์ของเปรมสั่น เขามองจออย่างตกใจ: ‘รองประธานคณะรับทราบเรื่องข่าวลือ ขอชี้แจงด่วน!’
“ปอนด์ เรื่องไปถึงรองฯ แล้ว! เดี๋ยวให้ฉันไปอธิบายเองดีกว่า เดี๋ยวแกยิ่งไปกันใหญ่”
ปังปอนด์ส่ายหน้า “ไม่ได้เว้ย เปรม แผนที่ดีคือแผนที่มีเพื่อนซี้! สารภาพไปก็โดนทั้งคู่ แกช่วยกันปกปิดเถอะ!”
ในขณะที่ทั้งสองลังเล สาวแว่นคนหนึ่งเดินมาหยุดตรงหน้า “มีอะไรให้ช่วยไหมคะ ดูเหมือนพวกคุณทำโน้ตหล่นไว้” เธอยื่นกระดาษแผ่นเล็ก—ที่จริงคือโพยเตรียมแผนโกหกที่ปังปอนด์เขียน
เปรมรีบคว้าซ่อนไว้ “ขอคืนครับ! เอ่อ ขอบคุณครับ!”
“สองคนนั่น เดี๋ยวสิ!” หญิงสาวอีกคนตะโกนตามมา เป็นรุ่นพี่ห้องสมุด “เขาแอบเอามะม่วงเข้าไปอีกแล้วใช่ไหม!”
เปรมกระซิบ “ปอนด์ แกพกผลไม้ทุกครั้งเลยสินะ…”
“ก็แกคิดมาก ฉันก็ต้องเตรียมอุปกรณ์เสริมความกล้าไง!” ปังปอนด์ตอบลอยๆ
ขณะเดียวกัน กลุ่มนักศึกษาบางส่วนเริ่มกระซิบ กระซาบกันว่า “เห็นสองคนนี้กำลังตามหาหนังสือลับอะไรสักอย่างในห้องสมุด” เสียงลือหนาหูขึ้นเรื่อย ๆ
เปรมสีหน้าเคร่งเครียด “ปอนด์ แผนเริ่มแย่ละนะ เค้าเริ่มเข้าใจผิดเต็มห้องสมุดแล้ว”
ปังปอนด์ยิ้มฟันขาว “ยิ่งคนสนใจมากขึ้น ก็เหมือนเราใกล้ฟันอะไรมากขึ้นป่ะ!”
รอบตัวเริ่มมีคนเดินตาม มองปังปอนด์กับเปรมด้วยแววตาตื่นเต้น สองเพื่อนซี้เดินลัดเลาะซ่อนตัวเข้าไปในโซนหนังสือนวนิยาย แม้จะโดนพนักงานประจำห้องสมุด (คุณไทด์) มองอย่างหวาดระแวง
คุณไทด์ทำเสียงเข้ม “ขอโทษนะครับ นักศึกษาสองท่าน ถ้าไม่มาหาอะไรจริง ขอความกรุณารักษาความเงียบด้วย”
ปังปอนด์ยื่นหนังสือเล่มหนา “มาหาความจริงอยู่พอดีครับ!”
เปรมรีบเสริม “ใช่ครับ เรา…กำลังตามหาความจริงของห้องสมุด”
ไทด์งงเล็กน้อย “…แปลกดีนะครับ งั้นขอเช็คกระเป๋าด้วย”
ขณะเดียวกัน ขบวนมะม่วงหล่นออกมาจากเป้ของปังปอนด์กลิ้งไปใต้โต๊ะ
เปรมทำท่าจะเป็นลม “นี่แก…”
“มะม่วงนี้ของ…เพื่อนผมครับ!” ปังปอนด์โยนบาปต่อ เปรมหน้าเหวอทันที
“ผมไม่กินเปรี้ยว!” เปรมรีบเถียง
คุณไทด์จับคั้นใจ “ถ้างั้น ขอความร่วมมืออย่าสร้างความวุ่นวายได้ไหมครับ?”
“ขอโทษครับ” สองคนตอบพร้อมกัน แต่แววตาปังปอนด์ยังโลดแล่นเหมือนมีแผน (ห่วย ๆ) ในหัว
ทั้งคู่ไปซ่อนตัวอยู่ในซอกตู้หนังสือเก่า ซุ่มคุยเบา ๆ กับเสียงคนเดินผ่านมาเห็นแล้วทำท่าเหมือนพระเอกหนังสายลับ ทุกการเคลื่อนไหวโดนจับจ้องแบบตลกผิดยุค
ปังปอนด์กระซิบ “เปรม เจออะไรยัง?”
เปรมคว้าเล่มหนึ่งขึ้นมา “หนังสือกฎหมายปี ’83 จะมีคนสนใจไหมถ้าบอกว่านี่คือบันทึกลับสุดยอด?…”
“เอาเลย อย่างมากสุดก็โดนซัก! ไม่ใช่ซักถามนะ ซักผ้าขาวเพราะมะม่วงเปื้อน”
“แกหยุดเล่นมุกเถอะ ฉันเครียด!” เปรมทำท่าเหนื่อยใจ
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมจะเดินหน้าแผนโกหก กลับมีนักศึกษามาแอบฟัง พอเห็นเปรมกับปังปอนด์พูดเรื่อง ‘บันทึกลับ’ เลยเข้าใจผิดทันทีว่ามีรหัสลับสำคัญจริง ๆ อยู่ในห้องสมุด
นักศึกษากระซิบกัน “ต้องมีอะไรแน่ ๆ ไปตามพวกมาดู!”
ปังปอนด์แอบได้ยิน หันมายักคิ้ว “เปรม เราวางกับดักไว้แล้วนะ!”
“มันไม่ได้เรียกว่าวางกับดักนะเว้ย…”เปรมบ่นเบา ๆ
ระหว่างนั้น รุ่นพี่หวานจังเดินมาขวาง ส่ายหน้าหนักใจ “ขอโทษนะคะ ขอเชิญทั้งคู่ไปห้องพิเศษด้วย เรื่องนี้ไม่ธรรมดาแล้ว”
ปังปอนด์ชักยิ้มร่า วางท่า “ไปเลยครับ รุ่นพี่ ผมพร้อมตอบทุกข้อสงสัย”
เปรมเดินตามแบบหมดแรง “อย่าเพิ่งรับสารภาพอะไรแปลก ๆ นะ…”
ในห้องสัมภาษณ์พิเศษ สองเพื่อนซี้กับรุ่นพี่หวานจัง และคุณไทด์ประจำห้องสมุด มองหน้ากันอย่างอึดอัด
หวานจังถาม “ตกลงเรื่องหนังสือลับเป็นมายังไงคะ?”
ปังปอนด์หายใจลึก “คือเราสองคน—”
เปรมโพล่ง “เขาเข้าใจผิด! ทุกอย่างเป็นมุกที่เราคิดว่าตลกเฉย ๆ ไม่มีหนังสือลับ!”
ปังปอนด์รีบเสริม “แต่ถ้าหาเจอจริง ๆ จะได้กู้ชื่อกับคณะ!”
ไทด์ถอนใจ หยิบกล่องปริศนาออกมา “ถ้าหาได้จริง ๆ จะให้ผ่านไหมครับ?”
เปรมอึ้ง “กล่องอะไรครับ?”
หวานจังหัวเราะ “จะเฉลยไหมคะไทด์”
ไทด์ยื่นกล่องมาให้ทั้งคู่ “ลองเปิดดู”
ปังปอนด์กับเปรมเปิดกล่องเบา ๆ สิ่งที่อยู่ข้างในคือ ‘หนังสือรายงานผลสอบวิชากลยุทธ์การสื่อสารรุ่นแรกของมหาวิทยาลัย’ เล่มใหญ่เทอะทะ
ปังปอนด์ทำหน้างง “…นี่ลับแค่ในความรู้สึกของคนเรียนเท่านั้นรึเปล่า?”
หวานจังยิ้ม “ที่จริงไม่มีหนังสือลับหรอกค่ะ แต่ข่าวลือกลายเป็นตำนานเฉย ๆ ทุกปีจะมีรุ่นพี่ตั้งใจแกล้งเปิดตำนานให้รุ่นน้องหาหนังสือร่วมกัน”
เปรมเบิกตา “แล้วเราโดนเล่นแล้วใช่ไหมครับ!”
ไทด์พยักหน้า “แต่ปีนี้สนุกสุดนะ ได้มะม่วงทดแทนหลายลูกเลย”
เสียงนักศึกษาหัวเราะดังขึ้นทั่วห้องสมุด รุ่นพี่หวานจังทิ้งท้าย “สุดท้าย…หนังสือลับมีไว้สร้างมิตรภาพนี่ล่ะค่ะ”
ปังปอนด์พยักหน้าหัวเราะ “แก เปรม สุดท้ายเราก็ไม่ได้อะไรนอกจาก…ความอายกับมะม่วง”
เปรมยิ้ม “อย่างน้อยเราก็ไม่โดนไล่ออกไง”
ปังปอนด์ล้วงเป้มะม่วงอีกลูก “เอ้า แกกินให้กล้า ฮ่าฮ่า”
เปรมหยิบมะม่วงอมเปรี้ยว “ปีหน้าแกเล่นเองนะ ฉันจะเป็นคนปล่อยข่าวเรื่อง ‘หนังสือผัดกระเพรา’ ละ”
ปังปอนด์ กับเปรม หัวเราะลั่นจนเสียงดังลั่นห้องสมุดเป็นรอบสุดท้าย ทุกคนมองพร้อมรอยยิ้มและความรู้สึกอบอุ่นใจในความวุ่นวายที่ (เหมือนจะ) ไม่จบสิ้น
ในขณะที่กลุ่มนักศึกษารวมตัวแกล้งเพื่อนรุ่นต่อไป เหตุการณ์วุ่นวายในห้องสมุดก็กลายเป็นตำนานที่ถูกพูดถึงมากขึ้นทุกปี
และปังปอนด์เปรม…ก็ถูกจารึกว่าเป็นนักล่าขุมทรัพย์สายฮาคู่ใหม่แห่งมหาวิทยาลัยตลอดกาล