มหากาพย์แก๊งเรียนสายสืบ
เสียงกริ่งโรงเรียนดังไล่ล่าเหมือนม้าศึก เด็กทั่วทั้งอาคารเรียนแห่กันออกจากห้อง เหล่าอาจารย์เดินเร่งเหมือนเรียงรายในสนามรบ แต่ในห้องเรียน ม.2/7 ใกล้ห้องน้ำชาย ‘รพี’ มองหน้า ‘ปลายฟ้า’ เพื่อนหญิงสายติสต์ กับ ‘ไม้’ เพื่อนชายพูดช้าแต่คิดไว ต่างคนต่างมองอีกฝ่าย เหมือนกำลังอยู่ในภารกิจลับเฉพาะกิจบางอย่าง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แกได้ข่าวยัง ว่าครูห้องคณิตเสียของในโต๊ะวานนี้?” รพีแอบกระซิบเบา ๆ
ปลายฟ้าหยิบปากกาวาดบนสมุด ราวกับทุกคำต้องมีการออกแบบสัญลักษณ์ “ข่าวแบบนี้ปกติ ของหายวับวับ ไม่มีอะไรพิเศษ”
ไม้พนมมือ “แต่เขาว่ามีลายแทงแผนที่สมบัติโรงเรียนอยู่ในโต๊ะครูไปด้วย จริงหรือเปล่า?”
รพีตาลุกวาว กำปั้นทุบโต๊ะเบา ๆ “นี่แหละโอกาส! เราต้องสืบ ไม่งั้นใครจะพบสมบัติก่อนพวกเรา!”
ปลายฟ้ามองบน “ถ้ามันมีจริง โรงเรียนเรารวยนานไปแล้วมั้ง…”
รพีเขียนข้อความ ‘ปฏิบัติการสายสืบเจ็ด’ ลงในสมุดเล่มเล็ก มีลูกศรชี้ไปข้างหน้า ทั้งสามมองหน้ากันนิ่ง ๆ สักพัก ก่อนหัวเราะหลุดออกมา เป็นมุกแรกที่คลายเครียด เหมือนแต่ละคนรู้ว่าความสำคัญนี่คือการเล่นสนุกกันมากกว่าความจริงจัง แต่รพี พูดต่อด้วยน้ำเสียงมั่นใจเกินเหตุชวนให้ทุกคนเขินแทน
“เราต้องการณ์จริง ๆ เว้ยแก! ไม่งั้นชีวิต ม.2 ก็เท่านี้แหละ”
ไม้ตบบ่าเบา ๆ “งั้น ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ฉันเห็นครูใหญ่เดินกับกระเป๋าดำเมื่อเช้า… มันใช่ของสำคัญรึเปล่า?”
ปลายฟ้าโพล่งขึ้น “หรือครูใหญ่วางแผนอะไรกันแน่? หรือแค่เงินเดือนตกรอบอีกแล้ว”
รพีสะบัดผม (ที่ไม่มีวอลลุ่มเลยสักนิด) “ฉันจะคุยกับประธานนักเรียนเอง! พวกแกขอหาทางเข้า-ออกห้องพักครูแทน”
ไม้หลบสายตา “ขอเวลาสักห้านาที… หรือห้าชั่วโมง แบบไม่ตีรวน”
ปลายฟ้าหรี่ตา “หมาบ้าคิดมากกว่าคนอีกนะเนี่ย…”
เวลาผ่านไป เด็กแก๊งสายสืบรีบแยกตัวกันไปสืบตามหน้าที่ รพีมุ่งหน้าไปหาประธานนักเรียน ‘แหวน’ เด็กหญิงเรียบร้อยแบบวิเคราะห์ รพีเปิดฉากแบบไม่ประดักประเดิดนัก
“แหวน มีคนเห็นครูใหญ่กับกระเป๋าดำเมื่อเช้า รู้รึเปล่า?”
แหวนชะงักนิด แล้วตอบด้วยเสียงเรียบ “แล้วไง รพี? จะสงสัยทุกอย่างเหมือนปีที่แล้วเรื่องกล่องกินขนมหรือเปล่า”
รพียิ้มกลบเกลื่อน “อันนั้นมันคนละประเด็น ปีนี้ฉันจับตาสายลับไว้แล้ว!”
แหวนถอนใจ “โรงเรียนเราจะปลอดภัยที่สุดในจักรวาล ถ้ามีรพีอีกสามคน”
ในขณะที่ปลายฟ้าสอดแนมใต้บันไดหลังห้องพักครู ไม้แอบฟังจากหน้าต่าง แต่ถังขยะที่เขาแอบหลังไว้ดันเป็นของแม่บ้านวัยเข้าเกณฑ์เกษียณ ‘ป้านิ่ม’ ที่เพิ่งหยิบผ้ามาเช็ดกระจกพอดี
ป้านิ่มหันมาด้วยสายตาไม่แยแส “เอ็งจะซ่อนอะไรในถังขยะ หรือจะนอนก็ไปหาเสื่อมา”
ไม้รีบลุกมั่ว ๆ “ขออภัยครับ ผมหา… เอ่อ… แมวหลง”
ป้านิ่มมองหัวจดเท้า “แมวซ่อนในถังขยะ? เอ็งนี่คิดเองเออเองนะ”
ไม้แทบจะแทรกแผ่นดินหนี หลบตาแล้วกลับมารายงานปลายฟ้า
ปลายฟ้าๆ” ห้องพักครูนี่มีพลังลึกลับ ดูสิ วงกลมอยู่หน้าประตูเหมือนตรงในแผนที่ที่ครูคณิตวาดเลย”
ไม้หยิบสมุดขึ้นมาเทียบ “หรือว่าครูคณิตวาดรูปจานร่อนเฉย ๆ รึเปล่า”
ปลายฟ้าทำหน้าเครียด “ไม่! ต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ ๆ”
รพีกลับเข้ามาสมทบ พร้อมข่าวใหม่จากแหวน
“แหวนบอกครูใหญ่เข้ามาเช็คของเพราะมีคำสั่งจากเขต แต่ฉันว่ายังไงก็แปลก!”
ไม้พูดเบา “หรือครูใหญ่ซ่อนหัวใจวัยรุ่นในกระเป๋า”
ปลายฟ้าสะบัดผม “ถ้าอย่างนั้น พิสูจน์เลยดีไหม?”
ทุกคนปรึกษากัน ชักออกอาการ “คิดเองเออเอง” ขึ้นเรื่อย ๆ ในหัวของแต่ละคนเรื่องสมบัติกลายเป็นเรื่องใหญ่ จากกลุ่มแค่สามคนแอบสืบ กลายเป็นภารกิจขยายเป็น ‘แก๊งสายสืบ 7’ เพิ่มเพื่อนขี้ประจบ ขี้เล่น ขี้ขลาด อีกสี่คนเข้ามาด้วย เปลี่ยนทุกอย่างในโรงเรียนเป็นรหัสลับ
“โรงอาหาร=รังลับ” “สนามฟุตบอล=ด่านลับ” “ครูพละ=สายลับตัวจริง”
พอถึงช่วงกลางวัน ข่าวลือเรื่องสมบัติหลุดไปถึงหูอาจารย์ฝ่ายปกครอง ‘ครูสบสาย’ ผู้ถนัดมองทะลุบรรยากาศแต่บางทีเต็มไปด้วยความเข้าใจผิด
ครูสบสายปรี่เข้าใส่นักเรียนกลุ่มนี้ “มีอะไรกัน กลุ่มเจ้านี่วุ่นวายอีกแล้วเหรอ”
รพียิ้มกลบเกลื่อนตามสไตล์ “พวกผมเก็บขยะซ้อมเป็นจิตอาสาครับ”
ครูสบสายเพิ่งทานกาแฟไป “อย่าให้รู้ว่าซ่อนอะไรไว้อีกนะ ครั้งที่แล้วครูยังหาโพยฟุตซอลไม่เจอเลย”
กลุ่มเด็กยิ้มแหย ๆ แต่ตาเป็นประกายราวกับจะได้ชมเชย กินข้าวด้วยความระแวงว่าใครจะโพล่งความลับออกไปก่อน
มื้อเที่ยงเปลี่ยนเป็นการประชุมโต๊ะกลมไม่น้อยกว่าหนึ่งเวทีชิงไหวชิงพริบ ไม่มีใครทันใครผิดพลาดเลย ทุกคำพูดของไม้กลายเป็นการสื่อสารผิดชุดใหญ่ โดยเฉพาะกับเพื่อนใหม่ ‘หนูดี’ หัวหน้าห้องใจกล้าแต่ชอบเข้าใจผิดง่าย
หนูดี “แล้วสรุปพวกเธอจะขุดสนามหรือเปล่า เอาจอบจากไหน”
ไม้เหงื่อตก “ฉันแค่จะเดินสำรวจเฉย ๆ ไม่ได้ขุดอะไรนะ”
หนูดีหน้าเคร่ง “ระวังไว้ ฉันแอบได้กลิ่นดินเปียกจากกระเป๋านาย”,