แผนป่วนซ่อนกลิ่น: วุ่นรักครั้งแรกของชมรมลับมหาวิทยาลัย
เสียงรองเท้าสีขาวเก่า ๆ ของชัชเตะพื้นเสียงดังเบา ๆ ในเช้าวันจันทร์อันห่อเหี่ยว เมื่อเขารีบเร่งเดินข้ามโถงตึกวิทยาศาสตร์ไปทางห้องชมรมที่เต็มไปด้วยกลิ่นฝุ่น ผงทดลองและ “กลิ่นลึกลับ” อะไรบางอย่างที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึง เขามองนาฬิกาข้อมือรุ่นที่ตั้งปลุกไม่ได้ พลางพึมพำกับตัวเอง “เอาน่า วันนี้ต้องกล้าแล้ว ชมรมก็ช่วยไม่ได้ ต้องช่วยตัวเองซะแล้ว”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ขณะเดียวกัน มิว เพื่อนรักเพี้ยนเจ้าแผนการแห่งชมรม กำลังขึงสายตาจับจ้องวัตถุขนาดจิ๋วในมือ นั่นคือกล่องใส่ลูกกวาดซ่อนข้อความสารภาพรัก เขาปะทะกับสายตาของออม เพื่อนสาวสุดแมนผู้ตั้งใจให้ทุกอย่างดู “ธรรมชาติ” ที่สุดในโลก และแม้จะเป็นหนึ่งในแฟนตัวยงของชีววิทยา ออมกลับเป็นคนเดียวที่เกลียดกลิ่นในห้องชมรมที่สุด
“เฮ่ย! ชัชแกจะกล้า ม.3 ยังกล้ากว่าม.ปี3” มิวยัดกล่องใส่มือชัชทันที “วันนี้แกต้องสารภาพรักกับฟ้า หรือฉันจะเอากล่องนี้ไปวางในล็อกเกอร์เธอเอง!” ออมถลึงตาเล็ก ๆ อย่างไม่เห็นด้วย “เฮ้ยเดี๋ยวสิ เราตกลงว่าห้ามใช้แผนที่มี ‘กล่องซ่อนกลิ่น’ แล้วไม่ใช่เหรอ?”
เสียงทุบโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์ของเอก เพื่อนสายกลัววุ่นวายแต่ขี้สงสัย ทักเข้ามาด้วย “คือถ้าแผนมันเวิร์ก หนังรักเกาหลีคงไม่มีคนอกหักละ เดี๋ยวมันจะพัง!”
ระหว่างทั้งกลุ่มกำลังเถียงกัน กลิ่นบางอย่างเริ่มโชยมาจากตู้ทดลอง “อ้าว! อะไรเนี่ย…” ออมเดินไปเปิดตู้ พบว่า ‘ซ่อนกลิ่น’ จริง ๆ ที่ปลูกไว้ตั้งแต่ปีก่อนเพื่องานวิจัย กำลังออกดอก สัญญาณป่วนเริ่มแล้ว
ขณะทุกคนสับสน อิง เพื่อนสาวสายฟีลกู้ด ผู้รับหน้าที่ทำให้บรรยากาศไม่ซีเรียส ยิ้มกว้าง พลางผสมคำปลอบใจผิดที่ผิดทาง “ใจเย็นนะ อย่างน้อยกลิ่นมันหอมกว่ากาวตราช้าง”
“น่ะ…นี่แหละ! พลังธรรมชาติช่วย! แผนสอบสวนกลิ่นซ่อนกลิ่นเดี๋ยวนี้!” มิวตาเป็นประกาย พร้อมปักหมุดภารกิจใหม่ให้กลุ่มทันท่วงที “เอาแบบแอบเนียน ให้เธอไม่รู้ตัวว่าโดนจีบ!”
ชัชเริ่มเหงื่อซึม แต่ออมสวนกลับทันที “ขอโทษนะ สรุปเราช่วยแกจีบหรือเรากำลังทดสอบสารระเหยในมนุษย์กันแน่?”
ทุกคนหัวเราะร่วน ก่อนจะวางแผนแบ่งหน้าที่ ออมเป็นผู้ชี้เป้า, มิวเตรียมบทสนทนาซ้อม, เอกคอยสังเกตการณ์, อิงล่อเป้าสาวฟ้าให้อยู่ใกล้ ๆ พื้นที่ชมรม โดยไม่มีใครสังเกตว่าบางที “ซ่อนกลิ่น” ที่ว่านี้ เหมือนจะเริ่มระเหยออกไปนอกตึกแล้ว
เวลาหลังเลิกเรียน แผนเริ่มคลี่คลาย อิงเดินเข้ามาในห้องชมรมพร้อมฟ้า เพื่อนสาวปีเดียวกับชัช แต่คาเฟ่ช่วงนี้กำลังฮิต จึงถือชาเมล่อนเข้ามาด้วย “แก… ไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้าเราเอาเพื่อนมา?”
มิวพยายามจะเนียนยกมือทักแบบไม่ทำตัวแปลก แต่จังหวะพูดก็ผิด “อ๊ะ เอ่อ… ฟ้า! รู้ไหม ดอกไม้มันมีผลต่องานวิจัย… เอ้ย! ความรู้สึกคนมากขนาดไหน?”
ฟ้าขำ “หรอ? แล้ว…ไงต่อ?”
ชัชที่ตั้งใจจะเงียบอยู่ริมหน้าต่าง เผลอขยับตัวชนเครื่องโปรเจคเตอร์เสียงดังปัง ทุกคนสะดุ้งเหมือนเกิดแผ่นดินไหว “เอ่อ… เราต้องการตัวอย่างกลิ่น… เธอลองดมซ่อนกลิ่นนี้ไหม?”
ฟ้ายิ้มขำกริบอย่างไม่ถือสา “แกจะเอาดอกไม้มาให้จริง ๆ เหรอ?”
เพื่อน ๆ ต่างขมวดคิ้ว เพราะนี่ไม่ใช่แผนที่ซ้อมไว้สักนิดเดียว ออมแอบกระซิบเบา ๆ “โอ้ย เดี๋ยวมันจะพังจริง!”
ในขณะนั้น เสียงจากอาจารย์ประจำชมรมผู้ไม่ปรากฏตัวมาตั้งแต่ต้น ภูผา เจ้าของเสียงทุ้ม “มีใครเห็นรายงานป.ป.ช.รุ่นปีที่แล้วบ้าง? กับดอกซ่อนกลิ่นในตู้ ใครขออนุญาตปลูก?”
ชัชและกลุ่มเพื่อนอึกอักทันที มิวเลือกตอบโดยไม่คิด “เพื่อความรักครับ… เอ๊ย เพื่อการทดลองครับอาจารย์!”
อาจารย์มองแบบงง ๆ แล้วคว้าตัวอย่างดอกไม้ไปสูดเต็มปอด “ถ้าเพื่อการทดลอง… ก็แสดงผลยังไงให้ดูด้วยนะ” แล้วเดินออกไปโดยไม่รอคำอธิบาย
ฟ้าหัวเราะ “ชมรมวิทยาศาสตร์หรือชมรมแฟนตาซีกันแน่เนี่ย?”
ตกเย็น กลุ่มเพื่อนแอบประชุมลับใหม่ในร้านขนมหวานข้างมหาวิทยาลัย ทุกคนสลับกันพูดเร็วมาก มีจังหวะขัดขากันเองจนฟังไม่รู้เรื่อง “สรุปจะให้เขียนจดหมายไปวางในกล่องหรือเอาดอกไม้ให้ดี… หรือจะหยิบใบงานมาแทรกดี?” เอกตัดบท “เดี๋ยวมันจะซับซ้อนกว่านี้ไม่ได้แล้ว! เอาแผนง่าย ๆ นายเดินไปพูดตรง ๆ ดีกว่า!”
มิวไม่ยอม “ไม่เอา! แผนเขาหักมุม! ถ้าเธอเข้าใจว่าเป็นกิจกรรมรับน้อง เธอจะได้ประทับใจ!” ออมถอนใจแรง “หรือจะจบด้วยชงชาเมล่อนละกัน?”
จังหวะเงียบเข้าแทรก ทั้งกลุ่มสบตากัน งงกับทางออกของตัวเอง มีเพียงชัชที่นั่งเงียบ ๆ หัวใจเต้นแรง พึมพำ “เรา…คงแย่แน่ ๆ”
วันรุ่งขึ้น ข่าวลือแปลก ๆ ลอยไปทั่วตึกวิทยาศาสตร์ มีข่าวว่า “พวกปีสามกำลังทดลองอะไรกับกลิ่น!” นักศึกษาบางส่วนเริ่มสงสัยและอ้างว่าดมแล้ว “ใจสั่น” บ้าง “คิดถึงรักแรก” บ้าง “…หรือผื่นขึ้นเพราะดอกไม้?” ถึงตอนนี้เพื่อน ๆ พยายามแก้ข่าว แต่ยิ่งพูดยิ่งซับซ้อน
อิงเดินไปปลอบชัช “ฟ้าเขาก็แค่ชอบชาเมล่อน แต่อาจารย์บอกว่าเธอหัวไวกว่าเด็กวิทยาศาสตร์อีกนะ” ออมหน้านิ่ง “ถ้าเขารู้ว่าเธอชอบ คงไม่ได้อยู่ชมรมนี้ต่อแน่”
ชัชหัวเราะขื่น ๆ “เอาวะ มาถึงขนาดนี้แล้ว…”
บนโต๊ะชมรม มิวโชว์กล่องข้อความที่เขาเปลี่ยนแผนใหม่ เขียนว่า “ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันโดยไม่ว่าอะไร กลิ่นดอกไม้ไม่หอมเท่าความรู้สึกเรา” ทุกคนต่างลุ้นให้ชัชตัดสินใจใช้แผนนี้
บรรยากาศเริ่มเครียดปนน่าขันเมื่อเอกพยายามสร้างความกล้าให้ชัชด้วยสุนทรพจน์เหมือนหนังสงคราม “สิ่งที่ยากกว่าเคมี คือใจคน นะเว้ย!”
ช่วงพักกลางวัน อิงเชิญฟ้ามาที่ห้องชมรมโดยตั้งใจสร้างสถานการณ์วุ่นวาย มิวกุลีกุจอเอาดอกไม้มาให้ออมจัดฉาก ทุกคนวิ่งวุ่นจนมีแกงค์ปีหนึ่งหลงเข้ามาหาดอกไม้
ขณะทุกคนกำลังทำทีเป็น ‘ทดลองวิทยาศาสตร์’ ชัชเดินออกไปรับลมข้างนอกเงียบ ๆ ฟ้าตามออกไป
“ชัช แกดูเครียดจัง เป็นอะไรหรือเปล่า” ฟ้าถามยิ้ม ๆ ชัชหน้าแดงรีบปฏิเสธ “เปล่า! ไม่มีอะไร! ก็… คือ ชอบ… เอ๊ะ…”
ออมแอบอยู่หลังบานหน้าต่าง ส่งสัญญาณให้พูดต่อ มิวกับเอกเตรียมข้อความกระซิบผิด ๆ ถูก ๆ
แต่ฟ้าขึ้นเสียง “ถ้าแกจะขอให้ฉันเข้าร่วมโปรเจคงานวิจัย ก็พูดมาเถอะ ฉันไม่ได้กลัวดอกไม้สักหน่อย!”
จังหวะนั้นเอง กลุ่มปีหนึ่งที่ได้กลิ่นดอกไม้เปิดประตูเข้ามาโวยวายว่ารู้สึกง่วงนอน กลายเป็นวุ่นวายกันทั้งตึก อาจารย์วิ่งมาถาม “มีใครทำอะไรกับระบบแลกเปลี่ยนก๊าซในห้องทดลองรึเปล่า?”
มิวแกล้งทำหน้าปกติ “เป็นการทดลองสื่อความรู้สึกผ่านธรรมชาติครับ!” ออมเบ้หน้า “ธรรมชาติจนแทบจะต้องเรียกรถดับเพลิง”
ฟ้าหัวเราะลั่น ก่อนจะหันมาหาชัช “จะบอกอะไรเราก็บอกเลย ไม่ต้องแถหรือเอาดอกไม้มาอ้าง”
ทุกคนนิ่งเงียบ แล้วชัชก็พูดตรง ๆ ออกมาว่า “จริง ๆ แล้ว… เราชอบเธอ ไม่รู้ว่าเธอจะรู้สึกยังไงกับมหกรรมกลิ่นและความปั่นป่วนครั้งนี้”
ฟ้ายิ้มขำ ก่อนถอนหายใจ “แกจะสารภาพรักหรือจะตั้งชมรมดอกไม้ลับ?”
อิงและออมบอก “อย่างน้อยมันก็เป็น Experiments ที่เราไม่ลืมแน่ ๆ…”
ในที่สุด ฟ้าก็รับดอกไม้จากชัช “จริง ๆ ฉันรู้นะว่าแกน่ะชอบเรา ขอบใจนะที่กล้าพูด” เธอหัวเราะเบา ๆ “ขอบใจที่ทำให้มหาวิทยาลัยเราไม่เงียบเหงา ไว้คราวหน้าทำอะไรบอกตรง ๆ นะ”
ทุกคนถอนหายใจ อยู่ในอ้อมกอดความอบอุ่นใจอย่างปนขำ อาจารย์ภูผาตะโกนจากปลายตึก “ใครจะทำแล็บวันหยุดช่วยเก็บกลิ่นด้วย!”
ชัชพูดปิดท้าย “คราวหน้าใช้กลิ่นพิซซ่าดีกว่าไหม?”
เสียงหัวเราะลั่นชมรม ปิดฉากปฏิบัติการสารภาพรักด้วยความวุ่นวายแต่เต็มไปด้วยมิตรภาพและการเติบโตของทุกคน