สมาคมคน(ไม่)ว่าง: ภารกิจร่างประกาศห้องเช่าอลเวง
เสียงประตูเหล็กดังแกร๊ก! เอิร์ธถีบประตูห้อง 304 พร้อมกระเป๋าสะพายข้างใบเก่งของเขา เพื่อนทั้งสอง ริญกับกล้า กำลังกินบะหมี่สำเร็จรูปหน้าทีวีอย่างเนือย ๆ ราวกับเหตุการณ์ชีวิตวุ่นวายที่เพิ่งผ่านไปไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เฮ้ย! เอิร์ธ วันนี้แกรีบกลับมาทำไมวะ” กล้าตะโกนปากเต็มชามบะหมี่
เอิร์ธเดินกระทืบเท้า ส่งเสียงดังโดยไร้เหตุผลชัดเจน “โห่! จะรีบอะไรกันล่ะ มึงรู้ไหม ห้องเราต้องหาเพื่อนร่วมห้องใหม่ด่วนเนี่ย! ผู้จัดการหอทักมาบอกว่าถ้าเดือนหน้าไม่มีคนจ่ายห้อง คราวนี้ไล่แน่!”
ริญ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ “แล้วคนเก่าทิ้งตู้เย็นนี่ไว้ได้ไง เผื่อกลับมารึเปล่า…”
กล้ายักไหล่ “ถ้ากลับมา ก็คงจะเอาตังค์มาจ่ายค่าเช่าด้วยเนอะ ฮ่า…”
เอิร์ธไม่สนใจคำประชด “เอ้า อย่างนี้ต้องประกาศหาเพื่อนร่วมห้องใหม่ให้เร็วที่สุด! ที่สำคัญ ต้องเขียนประกาศให้ดึงดูดใจสุด ๆ!”
กล้าดูไม่ตื่นเต้น “ตามใจมึงเลย แต่อย่าโฆษณาเว่อร์จนสุดท้ายได้แต่คนไม่ปกติเหมือนตอนห้อง 305 นะ ขอร้อง”
ริญทำหน้าวิตก “เอิร์ธ ใจเย็น ๆ.. เขียนแบบปกติ ๆ เถอะ ขอแค่ไม่โกหก ไม่ปิดบัง ไม่เกินจริงก็พอแล้ว…”
แต่เอิร์ธไม่ได้ฟัง เผยความมั่นใจเกินเหตุเต็มพิกัด “เดี๋ยว ๆๆ นี่มันโอกาสทอง ห้องเราต้องขายคาแรกเตอร์! มาดูข้าเป็นตัวอย่าง!”
1 ชั่วโมงต่อมา กระดาษ A4 บนโต๊ะเปื้อนคราบบะหมี่กับลายมือคละกันสามสไตล์ ประกาศต้นฉบับมีข้อความว่า “ห้อง 304 เปิดรับเพื่อนใหม่! สังคมคุณภาพ ไฮจินสุด ๆ เฮฮาเป็นกันเอง”
กล้าเข้าไปอ่านแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม “อันนี้แปลว่าอะไร ประกาศรับสมัครห้องหรือหาแฟน?”
เอิร์ธสวนทันที “โอ๊ย! ก็ต้องให้ดู friendly สิ เดี๋ยวใครเขาจะกล้ามา”
ริญหยิบลิควิดเปเปอร์ “เราต้องบอกว่าห้ามเลี้ยงสัตว์ด้วย ผู้จัดการหอบอกไว้”
เอิร์ธเขียนเพิ่มข้างล่างทันที “แต่ยินดีต้อนรับคนรักสันติ รักความสะอาด!”
กล้ามองไปเพดาน “แปลว่าอะไรนะ ถ้าไม่รักความสะอาดต้องไปห้อง 305 หรือไง”
ท่ามกลางเสียงแซวกับเสียงถอนหายใจ ริญแอบกังวล “จริง ๆ เราต้องระบุด้วยว่า มีอะไรที่อาจเป็นปัญหาสำหรับคนใหม่ เช่น ตู้เย็นทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง…”
เอิร์ธหัวเราะขำ “แบบนั้นก็ไม่มีใครอยากมาแน่นอนน่ะสิ!”
กล้าวางช้อนแล้วพูดช้า ๆ “แล้วจะปกปิดความจริงเหรอ? แล้วถ้าคนมาใหม่อยู่ได้วันเดียวแล้วหนี…”
เอิร์ธเริ่มชักสีหน้า แต่ยังปากแข็ง “ก็ลุ้นกันไปดิ! คนมันต้องใจถึง!”
ขณะที่แต่ละคนยืนกรานความเชื่อของตัวเอง เสียงมือถือของกล้าดังขึ้น มีเมสเสจจากกลุ่มไลน์หอพัก “ขอโทษครับ มีคนติดต่อสอบถามห้อง 304 แล้วครับ เขาขอเข้าไปดูห้องเย็นนี้”
“งานเข้า!” ริญลุกพรึ่บ “เรายังไม่ได้จัดอะไรเลย!”
กล้ากระโดดขึ้นบ้าง “ถามจริง คือจะอวดความเฮฮา หรือจะให้เขาหนีหายไว ๆ เหมือนเพื่อนคนล่าสุด?”
เอิร์ธลังเลครู่หนึ่งก่อนพยายามคุมสถานการณ์ “โธ่ โอเค งั้นจัดห้องด่วน!”
ทุกคนเริ่มระดมสมองด้วยความแตกต่าง กล้าคิดแบบตรรกะสุดโต่ง “เตียงต้องตั้งห่างกัน 36 เซนติเมตร จะได้โซนตัวเองชัดเจน”
ริญเช็กปฏิทิน “เราต้องให้เขาเลือกวันย้ายเข้าเองไหม หรือกำหนดให้เลย?”
เอิร์ธมั่นใจ “ใครอยากได้ ต้องกล้าปรับตัวสิ!”
เสียงทุ้มของกล้าตัดเข้ากลางวงอีก “นี่ คือเราจะให้เขาอยู่แบบตามใจเรา หรือเราอยู่ตามใจเขากันแน่วะ?”
ริญนิ่งไปสองวินาที “ถ้าเขาไม่ชอบเรา ก็อาจเลือกห้องอื่น…”
เอิร์ธเผลอสวนแบบไม่คิด “ใครจะไม่ชอบพวกเราล่ะ เพอร์เฟคออก!”
กล้าแกล้งถอนหายใจ “นอกจากตู้เย็นเก่ากับกลิ่นบะหมี่ทุกเช้า ก็ดีทุกอย่างแหละ”
ทุกคนหัวเราะ ผ่อนคลายลงสักพัก
จนถึงช่วงตกเย็น มีข้อความแจ้งมาอีก “หาคนใหม่มาดูห้องแล้วครับ อีก 15 นาที!” สามหนุ่มจึงต้องแข่งกับเวลาแบบสุดชีวิต หยิบของเกะกะยัดเข้าตู้ เสื้อผ้าหวีหยักใส่กล่องรองเท้า กล่องสุ่มทุกใบถูกย้ายไปใต้เตียง
เอิร์ธเดินตรวจความเรียบร้อยเหมือนนายตรวจกลัวได้รับใบแดง “คราวนี้ ถ้ามีคนตกลงมาอยู่ด้วย จะเลี้ยงข้าวหนึ่งมื้อ!”
กล้าปรบมือ “ถ้าเขาอยู่จนครบเดือน เลี้ยงหมูกระทะด้วยนะ”
ริญเงียบ ทุกคนหันมามอง “ก็…ถ้าเขาอยู่จนครบปี เราต้องย้ายไปอยู่ห้องใหม่รึเปล่า…”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทุกคนหยุดหายใจ
“สวัสดีค่ะ พี่มาดูห้องค่ะ” เสียงผู้หญิงร่าเริงแปลกใจ สามหนุ่มหลบสายตาแล้วยิ้มแหย ๆ
หญิงสาวชื่อฟ้า ผู้สมัครใจเข้ามาใหม่ ดูร่าเริงเกินคาด เธอเดินวัดระยะ เตะขยะเบา ๆ แล้วตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นอยู่ ทั้งสามตอบปัด ๆ ไปตามคาแรกเตอร์ตนเอง เอิร์ธเสนอขายข้อดีทุกอย่าง ริญกังวลทุกข้อ กล้าพยายามพูดกลาง ๆ
ฟ้ายิ้มกว้าง “ดูสนุกดีนะคะ แล้วพวกพี่แบ่งเวรกันล้างห้องน้ำยังไงคะ?”
แต่ละคนมองหน้ากัน ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะความจริงไม่มีใครล้างเลย ต่างคนต่างคิดอีกฝ่ายจะล้าง
กล้า “ก็…กำลังจัดตารางใหม่อยู่พอดีครับ…”
ฟ้าดูพอใจ “โอเคค่ะ ขอรายละเอียดห้องนิดนึง เช่น อินเตอร์เน็ตเร็วไหม มีที่ตากผ้าไหม แล้วตู้เย็นทำงานปกติหรือเปล่า?”
เอิร์ธรีบตอบก่อนใคร “อินเตอร์เน็ตแรงมากครับ ตู้เย็นก็เย็น…เป็นบางทีครับ”
ริญกลืนน้ำลายแทบไม่ลง “ที่ตากผ้า…มีตรงระเบียงค่ะ เอ่อ…ระวังหัวชนหน่อย”
กล้าพยายามจบสวย “โดยรวมคืออยู่กันเองมาก กฎไม่เยอะ ที่เหลือคุยกันได้ครับ”
ฟ้าหัวเราะ “ชอบค่ะ ดูเป็นคนจริงใจดี มิน่าเพื่อนเก่าทิ้งตู้เย็นไว้!”
กล้ายิ้มขื่น ๆ “ก็เขาไว้ให้คนต่อไปตรวจสอบครับ”
เอิร์ธมั่นใจสุด “ฟ้ามาอยู่กับพวกเราไม่ผิดหวังแน่ รับรอง!”
ฟ้าขำ พูดอ้อยอิ่ง “แต่มีแค่ข้อแม้เดียวค่ะ…พอดีหนูเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ไว้ 4 ตัวค่ะ ขออนุญาตเลี้ยงด้วยนะคะ…”
ทุกคนค้าง ทบทวนประกาศอีกรอบที่ลงว่า “ไม่รับสัตว์เลี้ยง” เอิร์ธหัวเราะกลบเกลื่อน “เอิ่ม…หนูแฮมสเตอร์นี่…ไม่น่าเข้าข่ายนะ…”
ริญหน้าเสีย “จริง ๆ ถ้าสัตว์ตัวเล็ก…อาจจะต่อรองกันได้…”
กล้าเกาหัว “แบบนี้ต้องปรึกษาผู้จัดการหอก่อนมั้ยอะ?”
ฟ้ายิ้มอย่างผู้ชนะ “ถ้าไม่ได้ หนูก็ไปดูห้องอื่นต่อค่ะ”
เอิร์ธตาเหลือก รีบเสนอ “คือ…ถ้าหาอะไรปิดกลิ่นกับเสียงไว้ จะรับเลี้ยงได้ไหม?”
ริญกลืนน้ำลายอีกรอบ “อาจจะ…ได้ ถ้าหนูทำความสะอาดเองทั้งหมด”
กล้า “…ขอแค่ไม่ให้วิ่งออกมาคาบบะหมี่เราไปก็พอ”
ฟ้าหัวเราะชอบใจ “หนูโทรถามผู้จัดการให้เลยไหมคะ จะได้รู้ก่อนตัดสินใจ”
เอิร์ธทำหน้ายิ้มเครียด ริญหันมาแอบกระซิบ “หรือเราจะหาแบบใหม่มั้ย”
กล้าพูดเสียงต่ำ “ถ้าไม่เอาฟ้า เราอาจไม่มีใครเลยก็ได้”
ฟ้าหยิบโทรศัพท์กดโทรผู้จัดการ รอสายไม่นานก็แจ้ง “เอ่อ ได้ค่ะ แต่ขออย่าให้สัตว์เลี้ยงรบกวนเพื่อนบ้านนะคะ”
ทุกคนถอนหายใจโล่ง ฟ้ากระโดดดีใจ “หนูจะช่วยเก็บขยะ ยอมล้างห้องน้ำ ถูพื้นด้วยนะคะ!”
หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จ ฟ้าเก็บกระเป๋าแล้วเริ่มแนะนำเพื่อนแฮมสเตอร์สี่ตัวต่อสมาชิกใหม่แบบอินโทรดราม่า สามหนุ่มยืนงง ๆ แล้วยิ้มขำ ๆ ให้กัน
กล้ากระซิบ “เจอของจริงเข้าแล้วนะ สายฮีโร่สัตว์เลี้ยง”
เอิร์ธยิ้มภูมิใจ “อะไรก็ขอให้เรามีทีมเวิร์คก็พอแล้ว!”
ริญพูดเบา ๆ “รอบนี้ดูจะรอด หรือซวยเพิ่มก็ไม่รู้…”
ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน ภารกิจหาคนเข้าหอกลายเป็นภารกิจสร้างทีมเวิร์คและมิตรภาพแบบไม่คาดคิด แม้จะวุ่นวายและผิดแผนทุกขั้น แต่ที่ได้กลับมาคือรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่แบ่งปันกันเสมอ
ฟ้าปิดท้าย “ว่าแต่…มีใครอยากได้ตู้เย็นเพิ่มมั้ยคะ?”
ทั้งสามพร้อมกัน “ไม่!!!”