ภารกิจยืมหนังสือป่วนหอ
เสียงออดหอพักดังขึ้นลั่นตอนเช้าตรู่ โอ๊ค—หนุ่มผิวเข้ม ใส่แว่น ยืนพักตาด้วยท่านักวางกลยุทธ์หน้าห้อง b6 เจ้าตัวถือสมุดโน้ตลายแมวกับปากกาหัวมีกระดิ่ง เขามึนตื่น หน้าตาซีเรียสเกินกว่าความจริงที่เรียกร้อง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“โอ๊ค ตื่นรึยังวะ!? เหลืออีกห้านาทีห้องสมุดจะเปิด!” เสียงหมอ ปารย์ ร้องลั่น โอ๊คกลอกตา สูดหายใจลึกพยายามตั้งสมาธิให้กับภารกิจอันยิ่งใหญ่—ยืมหนังสือ ‘ทฤษฎีความน่าจะเป็นขั้นเทพ’ ที่คืนวันศุกร์ต้องสอบ
ปารย์ สูงผอม ผมยุ่งเหมือนโดนไฟดูดแต่แต่งตัวเรียบร้อย ใส่ถุงเท้าคู่ละสี ยืนถือลิสต์หนังสือหน้าห้อง โอ๊คเปิดประตูออกไปพบ หนิง เพื่อนสาวตัวเล็กหน้าตาเรียบนิ่งแต่พูดตรงเกินใครนั่งกินโยเกิร์ตเฝ้าโทรศัพท์อย่างไร้อารมณ์
“ถ้าไม่รีบไปตอนนี้ ไม่มีวันได้หนังสือเล่มนั้นแน่นอน” หนิงว่า ตาถูกครอบความจริงเช่นเดิม โอ๊คเริ่มคิดมากและวาด timeline สำคัญกับมือ
“เอางี้ทุกคน ตามแผนที่วางไว้ เราจะไปแยกยืมให้เร็วที่สุด ปารย์ นายวิ่งลิ่วไล่เบอร์หนึ่ง หนิง ตามไปเป็น backup ส่วนเราจะไป distract กลุ่มคู่แข่งดีมั้ย?” โอ๊คเสนอแผนโดยเด็ดขาด
ปารย์ตาโต “นายหมายถึงจะเบี่ยงความสนใจพวกปีสาม… ด้วยอะไรนะ ขนมปังจิ้มชาเขียว? นายเอาจริง?”
หนิงขมวดคิ้ว “โฮ ชาเขียวแก้วเดียวทำให้เปลี่ยนโลกได้ขนาดนั้นเหรอ?”
โอ๊คปั้นหน้าจริงจัง แต่ใครก็รู้เขาคือหัวหน้าฝ่ายวางแผนที่วางกลยุทธ์พังตั้งแต่จุดเริ่ม
ทันทีที่ทั้งสามคนพุ่งพรวดออกจากหอพัก วุ่นวายเล็ก ๆ ก็เกิดขึ้นทันทีเมื่อปารย์สะดุดเชือกรองเท้าที่ตัวเองยังไม่ได้ผูก หนิงตบบ่าแล้ววิ่งหลุดหน้าตาเฉย
ห้องสมุดยังไม่ทันจะเปิด คิวหน้าประตูเริ่มยาวอย่างกับแจกทอง โอ๊คเหลือบเห็น “แฟรงค์” เพื่อนข้างห้องสายติสต์เจ้าของหมวกสีบานเย็นที่มักชอบมาอ่านหนังสือชนิดผิดเวลา
โอ๊คกระซิบกับปารย์ “แฟรงค์ถือตำราอะไรบางอย่าง ถ้าใช่เล่มเดียวกับที่พวกเราต้องการ จบเลยนะ…”
แฟรงค์เหลือบตามอง แต่กลับยิ้มให้แล้วเดินหายไป — สร้างข้อกังขาขยี้หัวโอ๊คและเปิดฉากความวุ่นวายระลอกต่อไป
เสียงนาฬิกาถี่ยิบ ครู่เดียวประตูห้องสมุดเปิด ทุกคนกรูกันเข้าไป หนิงวิ่งทอดหน้าเร็วแบบไม่สื่ออารมณ์ โอ๊คปลุกใจตัวเองเหมือนจะเข้าสนามรบ ปารย์ยังติดเชือกรองเท้า
โอ๊ควิ่งถึงชั้นวางหนังสือก่อน เห็นป้ายขาวเขียนด้วยปากกาแดงว่า “หยิบให้สิทธิ์ 1 เล่ม/คน/วัน”
ทันใดนั้นเอง โอ๊คตกใจ—มีคนเพิ่งหยิบหนังสือ ‘ทฤษฎีความน่าจะเป็นขั้นเทพ’ ไปก่อนหน้านี้… แฟรงค์!
โอ๊คเดินตรง, หนิงแซว “หมดแผนเกลี้ยงเลยนะหัวหน้ากลยุทธ์ สุดท้ายก็แพ้ติสต์บอยเอา”
ปารย์บ่นอย่างเซ็ง “เดินช้ายิ่งกว่าเต่า ถ้าไม่มัวผูกเชือกก็คงทันใช่ปะ?”
โอ๊คตาแข็ง ใจเต้นรัว “เราต้องเจรจากับแฟรงค์! เอาหนังสือคืนมาให้ได้ ไม่งั้น… จบเห่ทั้งห้อง!”
ทั้งสามคนเดินไปหาแฟรงค์ที่นั่งจิบโกโก้ในโซนเงียบโอ๊คอธิบายแผนเจรจาแบบนักการทูตระหว่างประเทศ
โอ๊คเริ่มขึ้นเสียง “แฟรงค์ นายยืมไปเพราะสอบหรือเพราะอะไรอะ? เอามาให้ยืมต่อได้ไหม?”
แฟรงค์ยิ้มแฉ่ง “เอามาวาดรูปประกอบการโมเดลความน่าจะเป็นบนปลอกหมวก ว่าจะคืนเย็นนี้… ถ้ามีคนขอแรงมากจะคืนให้เลย”
ปารย์รีบชูมือ “ขอแรงมาก! เอามานะเพื่อน!”
แฟรงค์ลูบคาง “แต่จริง ๆ จะยืมเองสักวันสองวัน เผื่อจะเข้าใจบ้าง เอ๊ะ หรือต้องให้ยืมก่อนดีล่ะ” สายตาพลิ้วไปมาเหมือนไม่สนใจใครทั้งสิ้น
โอ๊คคิดหนัก พลันเผลอพูดออกไป “รู้มั้ย หนังสือเล่มนี้ตามหามาตั้งแต่ปีที่แล้ว! ถ้าเรายังไม่ได้ไปสอบก็เหมือนเป็นจุดจบของ…ของยุคอนาล็อกของหอเรา!”
หนิงตัดบท “ก็พูดเกินจริงทุกเรื่องนั่นแหละนายอะ ท่าจะจริงจังกับอะไรขนาดนี้เนอะ”
แฟรงค์ขำ “โอเค ให้ยืมวันเดียว แต่มีข้อแม้… ต้องเอาขนมบัวลอยร้านหน้าหอมาฝากก่อนเที่ยง”
โอ๊คกับปารย์พยักหน้าอย่างกับได้รางวัลใหญ่ หนิงถอนหายใจ “ก็ไปซื้อสิ จะได้เลิกดราม่า”
ทั้งทีมเคลื่อนขบวนไปหน้าหอ ไลน์สั่งบัวลอยแต่อีกร้านได้รับแจ้งว่า ‘วันนี้บัวลอยหมดเร็วเพราะกลุ่มนักกิจกรรมเหมาไป’
โอ๊คโวยวายเบา ๆ “ตอนนี้อะไรก็บุกบั่นขวางเราหมด ยังกับพระเอกในการ์—” ยังไม่ทันจบ หนิงจิกตา
หนิงพูดเสียงนิ่งแต่จ้องกล้องเหมือนสารภาพบาป “ถ้านายไม่คิดมากเกินไปนะ อะไรก็คงไม่ปวดหัวขนาดนี้หรอก”
ปารย์เสนอทางเลือก “พวกเราต้องขอแบ่งบัวลอยจากกลุ่มกิจกรรมสิ ไม่ลองไม่รู้”
โอ๊ครวมพลังใจ เดินตรงไปหากลุ่มนักกิจกรรมที่นั่งล้อมวงอยู่ชั้นล่าง โอ๊คพูดจาเหมือนนักเจรจาระดับประเทศ
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าพอจะสามารถแบ่งบัวลอยให้พวกเราได้หน่อยมั้ยครับ พอดีมีเหตุจำเป็นมากจริง ๆ หากไม่มีก็ไม่เป็นไร ผมเข้าใจทุกคนครับ”
นักกิจกรรมพยักหน้าตกลงแบบรำคาญ ๆ “เอาไปดิ บ้างก็แบ่งใจดีเพราะขี้เกียจกินต่อ เจ๊หลินหัวหน้าวงขำ “อ้าว เอาไปเถอะ อย่าเอาแต่คิดมากจะสอบตกเนอะน้อง ๆ”
เมื่อได้บัวลอยสำเร็จ โอ๊คหน้าตาเหมือนชนะสงครามโลก ฝ่ายแฟรงค์ก็ยังไม่ว่าง ต้องไปช่วยรุ่นพี่วาด backdrop กิจกรรมต่อ
โอ๊คพูดเสียงสั่น “นี่มันอะไร แผนเดิมไม่เคยสำเร็จตอนนี้ต้องตามแฟรงค์ไป…”
หนิงหาว “ชีวิตจริงไม่เหมือนในนิยาย คิดแผนเยอะไปก็เท่านั้น”
ทั้งสามลากขาแบกบัวลอยเดินหาฟแร้งค์ที่โต๊ะกิจกรรมข้างสนามฟุตบอล ฟแร้งค์โบกมือหยิบหนังสือชูขึ้น
“จะรับส่งตอนนี้เลยมั้ย หรือรอให้จบงานก่อน?” แฟรงค์ถาม พลางเขียนอะไรลงบนปลอกหมวก
โอ๊คไม่รอช้า ผงกหัวเต็มแรง “ขอเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
ปารย์ยิ้มกริ่ม “จบไหมละภารกิจยืมหนังสือแห่งศตวรรษ สุดท้ายต้องได้ของกำนัลแลกทุกอย่างในโลก”
แฟรงค์ยื่นหนังสือให้แต่พลาดไปหยิบผิด—เป็นหนังสือ ‘พันธุ์ไม้หายากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้’
โอ๊คอึ้ง “นี่ไม่ใช่! เอ่อ…อ้าว หายไปไหนแล้วว่ะ”
แฟรงค์ขำ “ล้อเล่น! อยู่นี่ ๆ จะได้ตื่นเต็มที่” ยื่น ‘ทฤษฎีความน่าจะเป็นขั้นเทพ’ จริง ๆ ให้
ในที่สุดโอ๊คก็ได้ถือหนังสือเล่มในตำนานครบ ปมทั้งหมดถูกคลี่คลาย ทุกคนถอนใจโล่งอก
ก่อนจะเดินกลับหอ โอ๊คหันไปหาเพื่อน ๆ ด้วยสีหน้าทึ่งในความพยายาม “สุดท้ายโลกก็ไม่ได้หมุนรอบแผนของเราหรอกเนอะ ยิ่งวางแผนเยอะ… ยิ่งได้บัวลอยฟรี?”
หนิงหัวเราะ “รอบหน้าจะสอบ ขอใช้สูตรบัวลอยดีกว่าปะ?”
ปารย์ตบท้าย “ชัวร์! แต่ขอสูตรเปลี่ยนขนมเป็นข้อสอบล่วงหน้าจะดีกว่า”
แฟรงค์โบกมือให้แก๊ง แล้วเดินออกไปพร้อมหมวกที่เขียนสูตรคณิตเต็มปลอก ทุกคนเดินกลับหอในแสงแดดอ่อน บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นในมิตรภาพ