ชมรมวุ่น คนอยากเด่น (ชมรมละครเวทีสุดเพี้ยน)
เสียงจ๊อกแจ๊กดังออกมาจากโถงกิจกรรมเก่าของมหาวิทยาลัย ติณห์เพิ่งเดินเข้าประตูชมรมละครเวทีพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ ทันทีที่เข้ามา เขาก็ร้องเสียงดังขัดกับความอลหม่าน “ทุกคน! ใครไม่มีบทให้ผมมั่งครับ ผมแสดงได้นะ!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ทุกสายตาหันมามองเขา ไม่ใช่เพราะเห็นด้วย แต่เพราะติณห์เดินเข้าไปขวางหน้าฉากซ้อมที่ซูรับบทนางเอกกำลังสวมผ้าตาดทองอย่างยากเย็น ซูถอนหายใจแบบไม่พยายามซ่อน พลางพูดเฉื่อย “เพิ่งมาก็จะเอาบทเลยเหรอ ติณณ์”
ติณห์ชะงักนิดหน่อย แต่รีบเอาปากกาในกระเป๋าออกมา “ผมมีไอเดียครับ บทเพิ่ม ตัวละครลับมาแทรกกลางพอดี ได้มั้ยครับ? ผมซ้อมได้!”
แทน หัวหน้าชมรม กำลังจัดกล่องอุปกรณ์ อยู่ปลายห้อง พูดเสียงเข้ม “ติณห์ นายเพิ่งสมัครวันนี้เอง … แต่เดี๋ยวดูบทหลักให้ก่อนนะ”
นนท์เพื่อนสนิทติณห์ หัวเราะคิก ออกแนวกวน ๆ “จะได้บทไหมวะ ติณณ์ หรือบทถือลูกโป่งเดินผ่านฉาก”
ติณห์ทำหน้ามั่นใจเกินเบอร์ “ขอแค่ขึ้นเวที เป็นใครก็ได้!”
ซูมองบน ยักไหล่ แล้วหันไปซ้อมอีกฉาก
แทนชะโงกหน้าดูรายชื่อ “บทคนส่งจดหมาย…ว่างอยู่นะ ติณณ์ สนใจมั้ย?”
ติณห์ถามทันที “แต่มีบทพูดไหมครับ?”
แทนยิ้มมุมปาก “มี…แต่แค่ ‘จดหมายครับ’ ”
นนท์โบกมือขวาง “โห นี่แหละบททองของจริง ขโมยซีนเจ้า!”
ซูขำออกมาจนต้องเอามือปิดปาก “ถ้ามั่นใจ งั้นลองฝึกพูด ‘จดหมายครับ’ สิ”
ติณห์เดินไปกลางห้อง ตั้งท่าจริงจัง “ขออนุญาต…จดหมายครับ!”
นนท์รีบตบมือ “โอ้โห ละครชีวิตมาเต็ม นึกว่าละครเศร้า”
แทนส่ายหน้า “เดี๋ยวดูรอบประชุมอีกที…วันนี้ช่วยยกกล่องไปเก็บก่อน”
ติณห์ยิ้มกว้าง แกล้งทำนิ่งแต่ในใจหวังเฟื่อง “ค่อยยังชั่ว อย่างน้อยก็มีบทได้ขึ้นเวที!”
หลังเลิกซ้อม ติณห์ลากนนท์ไปแผนกคอสตูม ติณห์บ่น “ถ้ามีบทเดียวมัน…น้อยไปไหมวะ?”
นนท์ยักไหล่ “ก็รีบไปขอพี่เค้าว่าจะขอเป็นคนส่งจดหมายซ้อนอีกคนไหม ได้นะ!”
ติณห์หัวเราะเอาเป็นเอาตาย “แกก็พูดไปเรื่อย”
เจน เพื่อนในชมรมเดินเข้ามาได้ยินพอดี ถาม “ติณณ์ ถ้าแกเบื่อเป็นคนส่งจดหมาย จะเล่นนักแสดงผีในฉากหลังไหม…ต้องคลานใต้เวที”
ติณห์นิ่งไปแป๊บ “แล้วเห็นหน้ามั้ยอะ?”
เจนส่ายหัวหัวเราะ “ไม่จ้า ใส่มาส์กเต็มหน้า คลานมืด ๆ กลิ่นกล่องเก็บผ้า”
ติณห์ถอนหายใจ “ขอคิดดูก่อน…”
นนท์กลับมา “อยากเด่นแต่จนเหนื่อยแล้วเนี่ย”
อีกวันหนึ่งระหว่างซ้อม แทนเริ่มสั่งให้แต่ละคนทดลองบท ฉากโดนตบ-ร้องไห้ ฯลฯ ติณห์ตั้งใจจะขโมยซีน ชิงแสดงก่อนทุกทีจนผู้คนเริ่มรำคาญ
ซูพูดเสียงเรียบ “ถ้าเก่งจริงออกไปเล่นเองเลยสิ ไม่ต้องรอใครสั่ง”
ติณห์ก้าวออกมากลางเวที ทำหน้าคร่ำเคร่ง พลางพูดท่อนเดียว “จดหมายครับ…” แต่น้ำเสียงดราม่าจนคนหัวเราะกันครื้น
แทนพูดเป็นงาน “ขอโทษนะ ติณณ์ ละครเราไม่ใช่ละครเชิงดราม่า…นายแสดงเป็น ‘คน’ ได้ไหม ไม่ใช่ผู้ถือพระราชสาส์นจากยุโรป?”
ติณห์หน้าเสีย “ผมจะลองแบบใหม่ครับ เดี๋ยวหาอินเนอร์ใหม่”
เจนหัวเราะทะเล้น “อินเนอร์ได้ แต่ไม่ต้องอินเพลินจนลืมมาส่งจดหมายนะ”
วันต่อมา ติณห์เริ่มเอาจริงคืนก่อนนั่งดูยูทูบ ‘วิธีเป็นนักแสดงมือโปร’ เช้าเขียนสคริปต์ในสมุดจด “…และผมจะดังที่สุดในชมรมนี้!” เขาหันไปชวนนนท์ “แกน่าจะช่วยฉันคิดบทขยายมั้ย? ทำให้ ‘คนส่งจดหมาย’ เป็นตัวหลักของเรื่อง!”
นนท์หัวเราะแห้ง ๆ “แกเด่นอยู่คนเดียวทั้งเรื่องแน่”
ติณห์เริ่มลองเพิ่มบท อ้างว่าในคราบคนส่งจดหมายซ่อนปริศนา (ที่ไม่มีใครสนใจ) และแอบซ้อมฉาก ‘เปิดโปงความลับ’ เอาเอง ช่วงเวลากินข้าวในโรงอาหารแกเล่าให้นนท์ฟังจนเจนกับซูแทรกกลาง ซูเบ้ปาก “บทคนส่งจดหมาย แต่จะเปิดโปงตัวร้ายในเรื่อง…โอเคไหมนั่น”
เจนถาม “แล้วตัวร้ายชื่ออะไร”
ติณห์มั่นใจสุด ๆ “ชื่อ…ราชันย์จดหมาย!”
ซูหัวเราะ รู้ในทันทีว่านี่คือทางตันแปลก ๆ แต่ไม่อยากขัดตรง ๆ
แทนเดินมาพอดี ได้ยิน “เรากำลังเปลี่ยนบทเหรอ ขออ่านหน่อย ติณห์?”
ติณห์หน้าเสีย แต่มอบสมุดให้ แทนไล่อ่านขรึม ๆ พลิกหน้ายิก ๆ เงียบไปนานจนทุกคนหยุดลุ้น
แทนสรุป “นายแต่งเพิ่มให้คนส่งจดหมายกลายเป็นผู้สืบทอดสมบัติลับเหรอ…”
ติณห์พยายามชี้แจง “แบบ ใส่กลิ่นแฟนตาซี…”
แทนถอนหายใจ “นี่ละครเวทีเด็กกิจกรรม ไม่ใช่รายการประกวดสิ่งประดิษฐ์ศตวรรษ”
นนท์กระซิบ “เอาอีกแล้ว…ผลงานยอดเยี่ยม”
ซูแซว “แต่แถวนั้นเขาต้องการคนถือกระเป๋าไหมล่ะ จะได้เดินซ้อนฉาก”
ความวุ่นวายเพิ่มขึ้น เมื่อติณห์ดันปริ้นท์บทส่วนตัวแจกเจ้าหน้าที่ชมรม โดยไม่บอกแทน ทุกคนเริ่มสับสนว่าจะซักซ้อมตามเวอร์ชั่นไหน—บทหลักหรือฉบับติณห์
ระหว่างที่กำลังนั่งแบ่งบทพูด เจนกับซูเริ่มหลุดขำในที่ประชุม แทนคร้านจะอารมณ์เสียจึงประกาศ “ถ้าใครซ้อมกับฉบับติณห์ ให้ไปฝึกกลุ่มแยก!”
ติณห์พยายามอธิบาย “มันช่วยเพิ่มสีสัน…”
แทนพูดเสียงเรียบ “สีสันจะล้นจนผมตรวจบทไม่ไหวนะครับ”
หลังจากนั้น ทีมหันทำกิจกรรมเวิร์คช็อปฝึกอินเนอร์ แต่ติณห์ดันตีความผิด คิดว่าเป็นบททดสอบคัดตัวแสดงหลัก เขาอินจัด ทุ่มเกินความจำเป็น ซูแกล้งเล่นอินเนอร์แม่ค้า “เอาอีกไหมลูก!” ติณห์เล่นใหญ่ ตอบ “เอาอีก…แต่ขอพระราชสาส์นครับแม่!” เจนกับนนท์กลั้นขำแทบไม่ไหว
ระหว่างแย่งบทนั้น เกิดเข้าใจผิดว่าฉากที่ติณห์เชื่อว่าสำคัญสุด จะกลายเป็นซีนเปิดเรื่อง จริง ๆ แล้วแค่ซ้อมซีนแทรกเล่น ๆ ทางชมรมสรุปให้บทเขาแค่เดินส่งจดหมายจริง ๆ ตามเดิม ติณห์เสียหน้าที่พยายามมากเกิน แต่เจนกับซูให้อาหารใจ “แกเด่นในแบบของแกแล้วล่ะ”
ไปถึงวันแสดงจริง ข้างเวทีติณห์ยังซ้อมบทพูดเดียวของเขา นนท์กระซิบ “ถ้าแกพูดผิด เปิดประตูผิด คือเดินลงเวทีฝั่งคนดูนะ”
ติณห์ตื่นเต้นจัด หลุดพูดซ้อมจนลั่นเสียง “จดหมายคั่บ!” เจอเจนขำกลิ้ง “อู้ว นี่ฝึกสำเนียงเด็กอนุบาลเหรอ”
ซูถือชุดนางเอก เดินมาปลอบ “เอาน่า ขั้นต่ำก็ไม่ได้ลืมพูดเนอะ!”
แทนเดินมาตรวจความเรียบร้อย “ทุกคน พร้อมนะ ไม่มีบทเซอร์ไพรส์ซ่อนใต้เวทีแล้วใช่ไหม?”
ติณห์หน้าแดง ตอบเรียบ “สัญญาว่าต่อให้มีมรดกลับ ผมก็ขอเป็นแค่คนส่งจดหมาย”
ม่านเปิดแล้ว เสียงฮือฮาจากเพื่อน ๆ ดังขึ้น ฉากแรก เจนเดินถือกระเป๋า ซูแสดงเต็มที่ ติณห์ยืนรอจังหวะเดินออก … ใจเต้นแรงแต่คิดในหัว “นี่แหละ ‘เวทีชีวิต’ ที่รอคอย!”
จังหวะขึ้นเวทีเขาเผลอสะกดรอยซูผิด ไปยืนผิดตำแหน่ง ทำให้ต้องเดินตัดหน้าทุกคนแบบหลีกไม่ได้ เสียงคนทั้งชมรมกลั้นหัวเราะ เจนเบะปาก “ไม่มีใครทำแบบนี้ได้แล้ว!”
เมื่อถึงตาของติณห์พูด เขาตะโกนสุดเสียง “จดหมายครับ!” ด้วยน้ำเสียงฮึกเหิมเกินบท ม่านข้างหลังเกือบหล่น ทุกคนขำจนกลั้นไม่ไหว
ซูรับซีนต่อได้แบบมือโปร “รับจดหมายแล้ว…แต่ขอโทษค่ะ นี่คือใบเสร็จค่าไฟ!” ผู้ชมกลั้นหัวเราะแทบไม่ทัน เพราะอินเนอร์เต็มที่ของติณห์ไม่ตรงกับบท
แสดงจบเสียงปรบมือดังลั่น ติณห์หน้าตื่น ไม่มั่นใจ “มันแย่ไปมั้ยวะ?” ซู เจนกับนนท์แทรกออกมาข้างหลัง “เด่นสุด ๆ แล้ว!”
แทนยิ้มกว้าง พูดจริงจังแต่เห็นมุมขำ “ปีหน้าก็สมัครเป็นนักเขียนบทเลยมั้ย? แต่ช่วยอ่านบทหลักก่อน”
ติณห์อดกลั้นหัวเราะไม่อยู่ “ครั้งหน้า ผมขอลองเป็นคนถือรีโมทเปิดม่านละกัน!”
เจนเสริม “เด่นทุกหน้าที่!”
ทุกคนหัวเราะและเดินออกจากโถงรวมกัน พร้อมคำสัญญา(ในใจ)ว่าจะไม่ปล่อยให้ติณห์แต่งบทพิลึก ๆ อีก…แต่อนาคตก็ยังไม่มีใครรู้