ชมรมไหนก็ไม่เข้าท่า
เสียงออดโรงเรียนยามเช้าดังขึ้น ปลุกความงัวเงียในห้อง ม.5/3 ให้กลายเป็นความวุ่นวายแบบฉับพลัน ทุกคนรีบหยิบซองขนม หนังสือวางซ้อนกันบนโต๊ะ บางคนยังแอบปรับคอเสื้อหน้าห้องกระจกเพื่อดูดีในวันสำคัญ “วันประกาศชมรม” ที่ทุกชมรมพร้อมดึงคนเข้าทีม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ฟ้า เพื่อนสนิทของเบส เดินเข้ามาด้วยท่าทีตื่นเต้น เจอป้าย ‘ชมรมหมากฮอส’ หัวเราะขำ”นี่แหละชีวิตม.ปลาย ลงชมรมอะไรก่อนดีเนี่ย เบส อยากเข้าชมรมไหน?” เบสมองรอบห้อง หรี่ตาเหมือนนักสืบเข้าคดีใหญ่ มองผ่านชมรมทุกอัน พึมพำเบา ๆ “อยากตั้งชมรมใหม่อะ อยากให้โรงเรียนมีอะไรเจ๋ง ๆ…” ฟ้าหรี่ตา ใจเต้น และเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะฮุบเสียงตอบกลับแบบกวน ๆ “ชมรมกินข้าวมั้ย แบบกินข้าวข้ามเขต เย็นนี้เราตระเวณโรงอาหารทุกโรง พรุ่งนี้น้ำหนักขึ้นทุกคน ฮ่า!”
สองคนปิ๊งแผนทันที เบสตาวาว “เจ๋งอะ! แต่กินอย่างเดียวมันจะดีเหรอ ฟังดูไร้สาระไปหน่อย น่าจะมีเป้าหมายอะไรให้ผู้ใหญ่เชื่อมั่นได้” ฟ้าหัวเราะหึ ๆ คืนนี้ไม่ได้หลับแน่
หลังเลิกเรียน สองคนกลับบ้านคุยวิดีโอคอลเรื่องไอเดียชมรม “เราจะตั้งชมรมกู้ภัยอาหาร! ที่ไหนมีอาหารเหลือ เราต้องไปช่วยกิน!” ฟ้าเสนอแบบมั่นใจเกินจริง เบสลังเล “เห้ย… ถ้าอาจารย์ถามว่าช่วยอะไรสังคม จะตอบไง?” ฟ้ายัดมุก “นั่นแหละ จุดอ่อนของสังคมไทย… ปัญหาอาหารเหลือ!”
วันรุ่งขึ้น สองคนเดินถือใบสมัครชมรมใหม่สู่หน้าโต๊ะกรรมการ พออาจารย์บัว (ฝ่ายกิจกรรม) เห็นชื่อชมรม “กู้ภัยอาหาร” ก็ขมวดคิ้ว “อันนี้คือ..?” เบสรีบอธิบายแต่คำก็ดันพัน ฟ้าตัดบท “พวกหนูจะช่วยรร.ประหยัด!” อาจารย์มองสองวัยรุ่นอย่างงงงวย ฝากไว้ว่า “ขอหลักการให้ชัดกว่านี้ กับตัวอย่างกิจกรรมด้วยนะคะ”
ฟ้าเพ้อหนักถึงวิธีเขียนหลักการ ยิ่งเขียนยิ่งวกวน “พวกเราคือผู้เชี่ยวชาญการกิน… เอ๊ะ ประโยคนี่ฟังแล้วไม่น่าเชื่อถือ” เบสพิมพ์ไปลบไปจนเครียด ฟ้าหัวเราะ “เดี๋ยวแป๊บเดียวก็ได้!” เสร็จออกมาคืนนั้นหลักการชมรมยาวเกือบสองหน้า A4 จนเบสเองงงว่าตกลงตัวเองจะตั้งชมรมอะไรแน่
วันถัดมาอาจารย์บัวเรียกสองคนไปอธิบายชมรมหน้าเพื่อนในห้องประชุมใหญ่ ฟ้าชิงพูด “ถ้ามีอาหารเหลือ เราพร้อมมาเคลียร์ แล้วก็ช่วยทุกโรงเรียนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม!” น้องเพชรที่อยากผอมยกมือ “ถ้าหนูอยากลดน้ำหนัก ต้องเข้าชมรมนี้มั้ยคะ?” เบสรีบตอบกลับเสียงเบา ๆ “ไม่ต้องก็ได้จ้า นี่ชมรมกิน นะ ไม่ใช่ชมรมอด”
อาจารย์บัวเริ่มเครียดฟังต่อ ก่อนสั่ง “ให้เวลาหนึ่งอาทิตย์ พิจารณาให้แน่ใจนะลูก อาจารย์อยากเห็นกิจกรรมตัวอย่างจริง ๆ” ฟ้ากับเบสออกมาหน้าโรงเรียน เผชิญสายตาประหลาด ๆ จากเพื่อน ๆ ทั้งกลุ่ม มีจูน เพื่อนในห้องถามอย่างกวนว่า “สรุปชมรมกินเศษอาหารใช่มั้ย?”
เบสหน้าแดง ตอบเขิน ๆ “คล้าย ๆ นั้น แต่เราจะรับของเหลือจากร้านขนมช่วงเย็นไปแจกเพื่อน ๆ” ฟ้าฉวยจังหวะ “ดีสิ แจก… แจกเองทั้งห้องเลยวันนี้!”
กิจกรรมเริ่มขึ้นทันทีโดยไม่มีแผนการ ฟ้า พาเบสเดินสวนร้านขนมโชว์ในศูนย์อาหาร เพื่อนต่างห้องแอบมองขำ ทั้งสองไปขอขนมเหลือจากร้านขายโรตี เจ้าของร้านขำแต่ให้มาจริง ๆ พอจูนโพล่งออกมาว่า “ถ้ากินหมดเราจะได้อะไร?” เบสคิดเองเออเอง “เอานี่เลย ใครกินเร็วสุด คราวหน้าขนมฟรีจากชมรม!” ตอนนี้ ทุกคนเริ่มมองว่าชมรมนี้คือชมรมหาเสบียงกึ่งสะพายเป้ แต่ที่จริงคือความวุ่นวายล้วน ๆ
กิจกรรมแรกจบลงด้วยการแข่งกันกินของเหลือ มีเสียงหัวเราะลั่นห้อง จากที่ควรเป็นโครงการเพื่อสังคมกลายเป็นมุกกินขนมยืดยาวจนข้าวเที่ยงหมด ฟ้าสะกิดเบส “นี่แน่ใจว่าจะไม่โดนตามตัวเรื่องกินฟรีนะ?” เบสส่งสัญญาณนับนิ้วได้สองนิ้ว “เราแค่จัดกิจกรรม มีคนร่วม มีคนดู!”
วันนำเสนอตัวอย่างชมรมรอบสอง ทุกคนพูดถึงแต่กิจกรรมแข่งกินจนเกิดกระแสฮิตในโรงเรียน อาจารย์ประจำชั้นถึงกับเชิญสองคนไปถามความชัดเจน ฟ้าพยายามอธิบาย “คือ… พวกเราช่วยร้านขนมลดขยะ! แล้วก็ฝึกให้เพื่อนประหยัด” อาจารย์บัวเริ่มเห็นความแปลกของชมรมนี้ แอบขำในใจแต่ยังไม่ตอบตกลงทันที
ในขณะเดียวกัน เพื่อน ๆ จากชมรมอื่นรวมตัวกันประท้วงว่า “ชมรมกู้ภัยอาหาร กำลังแย่งซีนทุกชมรม เดี๋ยวจะมีแต่คนอยากกินฟรี!” เบสเริ่มคิดมากว่าชักจะเลยจุดหมาย ฟ้ากลับยิ้มกว้าง “ก็แค่กิจกรรมขำ ๆ ใครจะคิดมากล่ะ!”
ในห้องพักครูเกิดการคุยกันว่า ชมรมนี้จะส่งผลเสียต่อพฤติกรรมการกินของเด็ก ๆ หรือไม่ แต่เสียงหัวเราะในห้องเรียนก็หยุดยากขึ้นทุกวัน
จุดเปลี่ยนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อชมรมอื่นแอบปล่อยข่าวลือว่า ชมรมกู้ภัยอาหารกำลังแอบจัด “โจรกรรมขนม” จากโรงอาหาร เพื่อน ๆ เลิกกล้ามาแข่งกิน ฟ้าสวนทันควัน “ฉันจะโดนหาว่าขโมยขนมหรอ?!” เบสหน้าเสียและรีบแก้ข่าวใจกล้า
สัปดาห์ต่อมา ทุกอย่างเริ่มบานปลาย เบสกับฟ้าต้องมานั่งแถลงหน้าห้องประชุมโรงเรียนแบบมือสั่น จูนกระซิบเบา ๆ ว่า “ไม่ต้องหวั่นนะ เดี๋ยวเราช่วยพูดให้เอง!” แต่จูนก็ดันแสดงข้อมูลผิด เผยไอเดียว่า “จริง ๆ เราอยากให้คนไม่อายเรื่องการกินเหลือ กินจนหมดโต๊ะ” กลายเป็นว่าทุกคนเชื่อว่าชมรมสนับสนุนการกินจุกจนไม่เหลือซาก เบสกับฟ้าพยายามอธิบายว่า ชมรมแค่อยากลดขยะ แต่ยิ่งพูดยิ่งยุ่ง อาจารย์ใหญ่จึงให้เวลาสองวันแก้ปัญหา ก่อนตัดสินใจจะปิดชมรม
คืนนั้นสองเพื่อนนัดปรึกษากันในห้องแชท เบสคิดมาก “เรามีเป้าหมายดีแท้ ๆ ทำไมคนมองเรื่องขำ ๆ?” ฟ้าพิมพ์ตอบติดตลกว่า “หรือเราช่วยโรงเรียนเยอะไป” ก่อนทั้งสองหัวเราะสั้น ๆ ฟ้านิ่งไป “บางทีพยายามมากไปก็ทำคนเข้าใจผิดเนอะ”
เช้าวันตัดสิน วันนี้มีประกาศชมรมต่อหน้าทั้งโรงเรียน อาจารย์ให้พูดอีกรอบ ทั้งสองเดินขึ้นเวทีด้วยใบหน้ามุ่งมั่นแต่ตื่นเต้น ฟ้านำเสนออย่างซื่อ “ก็แค่อยากให้ทุกคนหัวเราะ ทุกข์น้อยลงด้วยของกิน มิตรภาพดีขึ้น…” เบสเสริมทันควัน “จริง ๆ ใครจะชอบกินมาก กินน้อยไม่สำคัญ ขอแค่มีเพื่อนร่วมแบ่งปัน ซึ้งนิด ๆ ก็ได้ ฮาเยอะ ๆ ดีกว่า”
ในห้องเกิดเสียงหัวเราะฮิตกันทุกคน อาจารย์ให้อภัยและประกาศให้ชมรมอยู่ต่อ แต่ในฐานะชมรมกิจกรรมสร้างรอยยิ้มประจำโรงเรียน ไม่ใช่ชมรมกินฟรีอีกต่อไป
ช่วงบ่าย หลังเลิกเรียน เพื่อน ๆ ทั้งกลุ่มมาช่วยกันออกไอเดียกิจกรรมใหม่ ฟ้าแตะไหล่เบสเบา ๆ “ถึงจะกินฟรีไม่ได้แล้ว แต่เราได้หัวเราะฟรีกันทั้งโรงเรียนนะ เพื่อน!” จูนยื่นกล่องขนมให้เบส เบสขำแล้วหันไปตอบ “คราวหน้าเราแจก ‘ขนมของขวัญ’ ทุกคนกินพร้อมกัน ห้ามแข่งหมดยกโรง!”
วงล้อมแห่งเสียงหัวเราะอบอุ่นครึกครื้น รายล้อมด้วยความขลุกขลักป่วนวุ่นวายอย่างเป็นธรรมชาติ ท่ามกลางแสงเย็นยามเย็นของโรงเรียน
เสียงหัวเราะส่งท้าย เหมือนสรุปบทเรียนง่าย ๆ ว่าความพยายามอาจพังได้บ้าง แต่เสียงหัวเราะและมิตรภาพดี ๆ จะอยู่ต่อเสมอ แม้ว่าแผนจะวุ่นวายจน “ชมรมไหนก็ไม่เข้าท่า” ก็ตาม