หอพักรั่ว ป่วนประสาท
เสียงโวยวายดังขึ้นกลางหอพักชายชั้นสาม พร้อมคนวิ่งวุ่นกันทั่ว แสงไฟหน้าห้อง 307 สว่างจ้า เบิ้ม – เด็กบ้านนอกตัวใหญ่ที่ประกาศจะเป็นหัวหน้าหอพักเท่ที่สุด มองข้าวกล่องไก่ทอดที่เหลือแต่กล่องเปล่าบนหัวเตียงอย่างอาฆาต ปอม เพื่อนมัธยมขี้กังวลของเบิ้มอ้าปากค้าง มือยังถือทิชชู่ครึ่งแผ่น พยายามกลั้นกลิ่นไก่ทอดปลอม ๆ ที่ยังคลุ้งห้องอยู่
“กูบอกแล้วว่าห้องนี้มันแปลก เก็บของให้ดี ๆ” ปอมกระซิบงึมงำ ใบหน้าซีดเคร่ง
“มันกล้าขโมยของกินกู! กูจะลากคอมันมาให้ได้!” เบิ้มทุบกำปั้นกับฝ่ามือเสียงดัง
เสียงเคาะประตูดังขึ้น แว่น – เพื่อนใหม่ห้องข้าง ๆ หน้าตายิ้มแย้มขี้เล่น แอบทัก“อ้าว เกิดศึกสงครามอะไรแต่เช้า ใครโดนกล่องว่างโจมตี?”
“ของกินกูหายว่ะ! จะไม่ทนแล้วนะ!”
ปอมจับไหล่แว่นอย่างขอความเห็นใจ “เดี๋ยวต้องเรียกประชุมหอ กลัวคนหาว่ากูเป็นคนแรก…”
แว่นเป่าลมในปาก “เออก็ดีจะได้เห็นหน้าคนขโมย บางทีอาจจะผอมจนซี่โครงจะโผล่แล้วก็ได้”
เบิ้มชักหน้าหงิก “แล้วถ้ามันตัวใหญ่กว่ากู มึงช่วยด้วยนะ?”
แว่นหัวเราะ เอียงคอ “กูว่าถ้ามันตัวใหญ่จริง ของกินน่าจะหายไวตั้งแต่สัปดาห์แรกแล้ว!”
เสียงหัวเราะห้วน ๆ ลอยผ่านบรรยากาศวุ่นวายที่ปกคลุมห้อง 307
ตอนสาย กลิ่นเนยถั่วลอยอวลมาจากโต๊ะรวมกลางหอ เบิ้มเดินผ่าน แอบสอดส่องโต๊ะเพื่อนร่วมชั้น มองม้วนขนมปังที่เหลือแต่เศษผง ปอมยืนนับจำนวนขนมในลิ้นชักเหมือนนักบัญชี “เมื่อวานเหลือ 3 ปุ๋ยนะ ทำไมวันนี้เหลือก้อนเดียว?”
แว่นยืนจ้องกระจกเงา “บางทีโจรอาจจะจับเลขได้นะ แถวนี้เขาวงกลมหอแต่ละคนด้วยปากกาหมึกซึมคนละสี”
เบิ้มเหล่ตา “ถ้ามึงเป็นโจรจะเลือกขโมยอะไร?”
แว่นเจ้ากี้เจ้าการชูนิ้วทันที “ขนมใส่ไส้สิ อันนั้นไส้เยอะสุด”
ปอมมองบน แอบพึมพำ “พูดแบบนี้ จะไม่ใช่มึงแน่เรอะ…”
เสียงเดินเท้าดังแผ่ว ๆ ผ่านหน้าห้อง แต่ไม่มีใครกล้าเปิดแง้มประตู ลึก ๆ ต่างคนต่างหวาดระแวง
เย็นวันนั้น เบิ้มจัดประชุมด่วนในห้อง 307 แว่นกับปอมล้อมโต๊ะเล็ก ๆ “คืนนี้ เราจะวางกับดัก!”
ปอมถาม “ดักยังไง?”
“เอาขนมถุงวางไว้หน้าประตู แล้วลากเชือกซ่อนไว้ ถ้าขนมหาย พวกเราจะกระชากเชือกล็อคประตูทันที!”
แว่นแสยะยิ้ม “แต่ถ้าคนขโมยมันตรงเวลาเป๊ะ ๆ ล่ะ เดี๋ยวมึงรั้งเชือกไว้ทั้งคืนเลย?”
เบิ้มชะงัก ปอมยิ้มเก้อ ๆ “เมื่อคืนกูก็กลัวจนเผลอหลับ ไม่รู้ใครออกจากห้องไปบ้าง”
แว่นขยุ้มมือเบิ้ม “ยังไงต้องมีคนหนีรอด เดี๋ยวเข้าเวรสลับกันนะ!”
ทั้งสามรวมหัวประชุมแผนดักโจร แบบงง ๆ จนเริ่มง่วงคาโต๊ะ
เวลากลางคืนผ่านไปอย่างหลอน ๆ เสียงร้องท้องร้องของปอม ทำให้เบิ้มสะดุ้งตื่นก่อน “เสียงอะไรวะ?”
ปอมสั่น “เสียงท้องกูเอง… ข้าวมื้อดึกหาย เกือบอดตาย”
แว่นคลุมผ้าขึ้นแค่จมูก “ถ้างั้นคนขโมยกลางดึกก็น่าจะไม่ไกลแถวนี้หรอก!”
จู่ ๆ เสียงประตูปิดเบา ๆ มีฝีเท้ากระทบพื้น เบิ้มรีบกวาดมองไปรอบ ๆ ถึงกับผวา“ใคร?!”
กลายเป็นเสียงแมวหอ“เมี๊ยว!” ที่เดินเฉียดหน้าประตูไป ปอมจ้องหน้าแว่นอย่างจับผิด
“หรือว่า… แมวหอ?”
แว่นขมวดคิ้ว “เออ ถ้าแมวมันเปิดขวดนมเองได้ กูนับถือมันเอาเลย!”
เช้าวันรุ่งขึ้น รองเท้าสามคู่หน้าห้องถูกสลับจนผิดข้าง เบิ้มใส่เดินเดินชิด ๆ ปอมเดินขากะเผลก ทุกคนเริ่มเหนื่อยหน่ายกับความเสียหายจุดเล็กจุดน้อยกลางหอ
แว่น : “หรือเราเจอผีหอละวะ?”
ปอมโวย “กูว่างานนี้มีคนอยากให้กลัวโจรแล้วตัวเองจะรอด”
เบิ้มถอนหายใจยาว “อยู่บ้านนอกยังไม่เคยโดนขนาดนี้เลย… กูต้องการพิสูจน์ตัวเอง!”
สามสหายนั่งประชุมอีกครั้งคราวนี้พร้อมกระดานวาดภาพลายนิ้วมือ ปอมแนะนำให้ใช้นิ้วแตะน้ำพริกทู่ใส่จุดลับ ถ้าใครกินแล้วน้ำตาไหลคือคนร้าย!
แว่นงึมงำ “ถ้าป้าหอเดินมาก่อนเพราะหิวตอนกลางคืนล่ะ จะทำไง?”
แผนงานใหม่นี้กลายเป็นการติดน้ำปลาไว้ใต้ลูกบิดประตู เชื่อว่าคนร้ายจะมือเหม็นจนต้องออกมาล้างที่ห้องน้ำ
กลางคืนต่อมา เบิ้มกับปอมนั่งจ้องหน้าห้องน้ำอยู่นาน กระทั่งเสียงดังเหมือนฝนตก… แล้วแว่นก็เดินออกมาขยี้จมูก สีหน้าแดงกร่ำ
“กลิ่นอันนี้… โคตรเหม็นเลย ใครแพร่น้ำปลาไว้ตรงนี้ฟะ อารมณ์เหมือนห้องน้ำน้ำท่วม!”
เบิ้มมีท่าทีหวาดระแวง ถามแว่นตรง ๆ “เมื่อคืนมึงออกมากี่รอบ?”
แว่นทำหน้างง “ก็กูพ่นยุงทุกชั่วโมง มึงก็เห็น!”
ปอมเบิกตากว้าง “เออ ผิดหมด คนเดียวในหอนี่ที่พึ่งพาไม่ได้ก็คงเรานี่แหละ”
ทุกคนระเบิดหัวเราะออกมาทันที ความเครียดคลายลงไปบ้าง
ในที่สุดหลังสืบซ้ายขวาทั้งอาทิตย์ หอพักสนุกกว่าทุกปี ทุกคนต่างแอบให้ความร่วมมือแบบงง ๆ ปอมเองก็เริ่มจดจำนิสัยเพื่อนหอแต่ละคน เบิ้มก็ลงแข่งกีฬาเป็นประธานจอมทำวุ่น เสียงหัวเราะดังทุกวัน
กลางค่ำ หนุ่มปริศนาเดินผ่านหน้าห้อง พูดเสียงดังขึ้น “เอ้า ขนมลอยห้องอีกแล้วหรอไอ้พวกนี้”
แว่นทำตาขวาง “ถ้ามีใครเอาโปสการ์ดมาแปะก็คืนขนมกูด้วย”
ปอมกัดปาก “หรือมันจะเป็นนายห้องข้างล่างที่จบวิศวะแล้วมาทำอาหารกระทะเดียวกับเรา?”
เบิ้มตั้งข้อสังเกต “แต่เขาเอาของกินแบ่งเพื่อนนะ คงไม่ใช่มั้ง…”
ทั้งสามคนเริ่มเถียงกันด้วยทฤษฎีใหม่ ๆ ทุกคนกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในสายตาอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว
วันสืบสวนล่วงเลย เบิ้มคิดว่าโจรคือแว่น ส่วนปอมสงสัยเบิ้มเอง ส่วนแว่นกลับยืนยันว่าปอมจ้องจะจับผิดเพื่อนและวางแผนกำจัดคู่แข่ง
ทุกคนงัดแผนสารพัด เริ่มเอาของกินไปซ่อนไว้ในห้องน้ำ ใต้หมอน หรือแขวนไว้ในฝักบัว
ระหว่างนั้นป้าหอเดินผ่านมา มองสามคนเปลี่ยนกล่องข้าวแขวนลอย ๆ ในอากาศ งงเต็มประดา
“พวกเธอแข่งลอยกล่องข้าวเหรอลูก!”
“อ่อ… ติดเทรนด์ Tiktok ครับป้า!” แว่นแก้ตัวหน้าตาย
ความวุ่นวายทวีคูณเมื่อวันหนึ่ง เบิ้มโดนแจ้งข้อหาขโมยของกินเด็กห้องล่าง เพราะจับได้ว่ามีเศษขนมติดกระเป๋ากางเกง ปอมรีบเข้ากัน
“เฮ้ย เบิ้มเก็บขนมไว้เองเปล่า?”
เบิ้มหน้าแดง “เปล่า! วันนี้กูแอบซื้อมากินเอง กลัวโดนขโมย!”
แว่นพยักหน้าร่วม “ยุคนี้กล่องข้าวหายบ่อยเหมือนรอยเท้าในทราย…”
ทุกคนหัวเราะขำ ๆ แต่ที่สืบกันมายังไม่มีเฉลยว่าคนขโมยคือใคร
กลางดึกวันหนึ่ง เหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น เสียงคนเปิดตู้เย็นเบา ๆ ปอมกับแว่นย่องสอดแนมไป บังเอิญเจอป้าหอนั่งกินขนมขบเคี้ยวอย่างเมามัน
ทั้งสองกรอกตา เบิ้มกุมขมับ ฮึ่ม “เอ้า…ป้า!”
ป้ามองหน้าแล้วยิ้มน้อย ๆ “ของในตู้รวม ใครวางลืม ป้าก็งาบหมด”
ความเข้าใจกระจ่างในทันที ทุกคนม่อยกับความคิดตัวเอง
เช้าวันต่อมา หอพักกลับมาสงบ แต่กับข้าวทุกมื้อดูครึกครื้นขึ้น ทุกคนสลับเอาของมากินรวมในครัวใหญ่ ป้าหอแซว “อยากกินอะไรก็เลี้ยงเพื่อนด้วยนะลูก”
ปอมพูดเบา ๆ “นี่เรากลายเป็นสายแจกของกินตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เบิ้มตอบ “มาตั้งแต่สืบหาโจรแล้วล่ะ!”
แว่นแกล้งทำน้ำเสียงขึงขัง “ต่อไปนี้ พวกเราคือพันธมิตร ‘ป้องกันขนมหาย’ ประจำหอ!”
สิ้นเสียง ทุกคนหลุดขำเปิ่น ๆ สายใยระหว่างเพื่อนใหม่เริ่มแน่นแฟ้นขึ้น
ก่อนกลับบ้าน เบิ้มเดินไปบอกลาป้าหอ “ปีหน้าขอจองห้องเดิมครับ”
ป้าตบไหล่ “แต่ห้ามเอาข้าวกล่องหายอีกนะลูก!”
เสียงหัวเราะก้องหอ ทุกคนยิ้มให้กัน สนิทแน่นกว่าเดิม ด้วยเรื่องราวที่กว่าจะเข้าใจ ก็วุ่นวายจนเกือบปะทุ ยิ่งกว่าโจรจริงเสียอีก
สุดท้ายก่อนแยกย้าย ปอมถามว่าปีหน้าใครคิดจะสืบหาโจรไหม
แว่นตอบช้า ๆ “ปฏิบัติการหน้า ขอกินกล่องไหนดีวะ?”
ทั้งเบิ้มกับปอมหลุดฮาตาม ก่อนเดินกลับห้อง ปิดท้ายด้วยคำว่า “กินรวมกัน อร่อยกว่าเดิมมั้ยล่ะ?”