เพียงข้างใจ
เสียงเครื่องเจียร์ดังแว่วลั่นออกมาจากร้านกาแฟริมถนนลาดพร้าวเวลาสิบโมงเช้า จีโน่ สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนกับกางเกงยีนส์ขาดนิด ๆ กำลังหมอบลับกลิ่นไม้ เขาหรี่ตา เหงื่อซึมหน้าผาก มือยังไม่หยุดขัดโต๊ะไม้เก่า สายตาคมกริบสบตากับหญิงสาวในชุดทำงานสบาย ๆ ซึ่งเพิ่งก้าวเท้าเข้ามาด้วยแววตาเหมือนกำลังคาดโทษ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“พี่ปิดเสียงหน่อยค่ะ เดี๋ยวข้างบ้านโทรแจ้งอีก” ออม สถาปนิกของโครงการนี้ยืนกอดเอกสาร พยายามเยือกเย็นแม้เจอเสียงดังป่วนเช้าแรกของงาน
จีโน่หยุด แววงุดงิดอบอวล “เรื่องมากเนอะ ให้เริ่มงานสิบโมงพี่ยังโดนขอให้งดเสียง…”
ออมยิ้มคม “ก็ร้านนี้อยู่ติดหอพักนะคะ ขอแค่ร่วมมือ เคสนี้เราทำด้วยกันทั้งทีม อย่าทำให้ยากกว่าเดิมเลยค่ะ” เสียงเธอฟังเหมือนจะใจดีแต่ปลายตาคือเอาจริง
เขามองเธอก่อนยักไหล่ ออมเดินสำรวจรอบร้านอย่างคล่องแคล่ว หยุดที่เสาไม้เก่า ดูรอยผุพรุนแล้ววางแผนในใจ เธอยื่นแบบแปลนให้จีโน่
“นี่ไง แบบที่เราคุยเมื่อคืนปรับมาใหม่ ถ้าพี่จะเปลี่ยนอะไรรบกวนบอกตั้งแต่ตอนนี้เลย”
จีโน่รับกระดาษ ถอนหายใจช้า ๆ ไม่พูดอะไร ออมสังเกตเห็นรอยขีดเขียนเก็บกดความคิดบนขอบโต๊ะฝั่งหนึ่ง
“ขอโทษนะคะ เรื่องเมื่อวานฉันอาจพูดแรงไปนิด”
เขาเหลือบตา ไม่สบตายังเริ่มขูดเศษไม้ต่อ “ก็แค่เห็นต่าง”
ออมตัดบท เดินวนรอบอีกมุม “เอาเป็นว่า วันนี้ประชุมบ่ายสอง ขอทุกคนมาถึงครบ ผลงานต้องเสร็จวันเสาร์นะคะ”
เสียงถอนใจของจีโน่ยังไม่จาง เขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปตั้งใจขูดไม้ต่อราวกับไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แต่มุมปากเขากระตุกน้อย ๆ เหมือนคลายบางอย่างที่อึดอัดออก
บ่ายวันเดียวกัน โต๊ะไม้กลางร้านเต็มไปด้วยแกงค์นักออกแบบและช่างฝีมือ จีโน่นั่งฝั่งหนึ่ง ออมนั่งหัวโต๊ะ เธอแจกกระดาษงานด้วยใบหน้าที่พยายามสงบนิ่ง
“ทุกคน เราต้องชนะประกวดร้านกาแฟของเขตเดือนหน้าให้ได้ มันคือโอกาสโครงการต่อไปของเรา”
จีโน่มองออกหน้าต่าง ไม่พูดอะไร แต่อดไม่ได้จะเหล่ไปหาออม เธอเห็นแต่ไม่พูดอะไรเหมือนกัน
หลังประชุมเสร็จ คนทยอยออก จีโน่อยู่เก็บของในร้าน ออมเข้ามายืนข้าง ๆ ห่างหนึ่งโต๊ะ
“พี่ เคยรู้สึกกลัวว่าจะทำของรักพังมั้ย?” ออมถามเบา ๆ เหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่า
จีโน่ชะงัก หยุดเช็ดโต๊ะ หลุดปาก “ถ้าไม่มีของรักแล้วล่ะ จะกลัวอะไร”
ออมหันมาสบตา แววตาเธอไหววูบ แต่ฝืนยิ้ม “ถ้าของรักมันกลับมาได้จริง พี่จะกล้าหยิบมั้ย?”
คำถามลอยกลางอากาศ จีโน่นิ่งไปพักหนึ่ง “บางที…กลัวเสียใจซ้ำสองมากกว่า”
ในความเงียบ ออมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินออกไป จีโน่เฝ้ามองหลังเธอ เสียงไม้กระทบกันสะท้อนเป็นจังหวะกลายเป็นความคิดที่เริ่มกวนใจเขาขึ้นทีละนิด
เย็นวันนั้น ในห้องพักเล็ก ๆ จีโน่นั่งเปิดโน้ตบุ๊คเก่า กดคอร์ดกีตาร์เบา ๆ เสียงดนตรีสะท้อนออกนอก balcon ทำให้คิดถึงคืนที่เคยเล่นดนตรีกลางร้านเล็กของเพื่อนสมัยเรียน คืนที่เสียงหัวเราะกับเพื่อน (ที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในชีวิตเขาแล้ว) ยังคงดังในความทรงจำ
เมลแจ้งเตือนจากออมเด้งขึ้นมา ‘ขอรูปแบบป้ายร้านเวอร์ชั่น 2 ด้วยค่ะ’ จีโน่พิมพ์ตอบ ‘ได้ครับ’ ก่อนจะลังเลอยู่นาน ค่อย ๆ พิมพ์ต่อ ‘เพลงนั้นที่เคยบอก…เดี๋ยวจะเล่นให้ฟังวันส่งงานนะ’ แล้วลบประโยคหลังทิ้งไปแบบไม่เสียดาย
วันรุ่งขึ้น สายฝนโปรยเบา ๆ ทั้งร้านจมในเสียงฟ้าครึ้ม ขณะที่ทั้งทีมติดตั้งป้ายร้าน ออมลุยฝนมายืนกลางทางเข้าพร้อมรอยยิ้มล้าปนเอาจริง จีโน่ส่งผ้าเช็ดหน้าให้โดยไม่พูดอะไร เธอรับอย่างงง ๆ
“ผ้าขาวนี่ เอาไว้ห่ออะไรคะ”
“ห่อหัว จะได้ไม่เปียก” เขายิ้มมุมปากแบบประชด เธอเลยหัวเราะหลุดเบา ๆ แล้วเงียบไป
ระหว่างติดตั้ง ออมขึ้นนั่งบนเก้าอี้เตี้ย ๆ จีโน่นั่งข้าง ๆ มือทั้งสองบังเอิญสัมผัส เธอชะงักมองเขา สายตาท้าทาย (แต่แก้มแดงนิด ๆ)
“ถ้าพี่ทำป้ายบ้านพังจะยอมจ่ายค่าปรับมั้ย?”
เขาหัวเราะในคอ “ขึ้นอยู่กับใครตรวจ ถ้าเป็นคุณ ผมปลอมบิลเพิ่มแน่”
บทสนทนาเงียบไป ต่างคนต่างติดตั้งป้ายต่อ ออมกำลังจะหลีกไปแต่มือจีโน่จับหัวน๊อตผิด เธอหยิบเครื่องมือส่งให้โดยไม่ได้สบตา
วันเสาร์ งานสำคัญมาถึง ร้านถูกตกแต่งด้วยแสงไฟสวนและโต๊ะไม้วินเทจ ออมเดินวนดูรายละเอียดสุดท้ายอย่างตื่นเต้นแต่เครียด จีโน่สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวดูกว่าเคย เดินมาหาเธอกลางร้าน
“ขอชั่วโมงสุดท้ายอยู่เงียบ ๆ ได้มั้ย” เธอถามเสียงเบา จีโน่พยักหน้าแล้วเดินไปมุมกีตาร์ หยิบสมุดเพลงขึ้นมากดคอร์ดเงียบ ๆ
อ๊อมเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ
“เมื่อวาน เห็นภาพพี่ยืนอยู่ตรงนี้คนเดียว ฉันกลัวว่าถึงร้านจะสำเร็จ แต่ทุกคนก็แยกย้ายกลับบ้านกันหมดอยู่ดี”
จีโน่คิดครู่หนึ่งแล้วตอบ “ร้านสวยขึ้น เขาอาจกลับมาอีกก็ได้… หรืออาจมีคนใหม่มาแทน คนสำคัญคือตัวร้านเอง”
ออมนั่งกอดเข่า เธอเอียงขาไปโดนขาของจีโน่ต่างคนต่างเงียบ สายตาสองคู่เจือความเศร้าและหวังปะปนกันอยู่ชัดเจน
เสียงเพลงแผ่วเบาดังขึ้น ออมฟังแล้วอมยิ้ม
“สุดท้าย คนที่อยากให้เห็นร้านนี้มากที่สุดก็คือแม่… แต่แม่อยู่ตจว. ป่วย ทำงานไม่ได้ ฉัน…ทำได้แค่ส่งรูป”
จีโน่ถอนใจเบา ๆ “…แม่ผมก็จากไปนานแล้ว ไม่เคยเห็นงานแม้แต่ชิ้นเดียว”
ต่างคนต่างนิ่งงัน หากบรรยากาศอึดอัดผ่อนคลายลง ออมเอื้อมมือมาแตะหลังมือจีโน่โดยไม่พูด เขาไม่ได้ดึงมือหนี แต่ก็ไม่ได้จับคืน เพียงปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมันเอง
หลังวันงาน การตกแต่งร้านผ่านไปด้วยดี แต่ภาพที่ทั้งสองต่างไม่ค่อยพูดคุยกันกลับเริ่มเกิดขึ้นบ่อย ออมมักหลบออกไปโทรศัพท์นาน ๆ ส่วนจีโน่กลับคอยหลีกเลี่ยงเจอหน้าเธอ ทุกครั้งที่บังเอิญพบกัน ก็มีเพียงสายตาเว้นว่างแต่เต็มไปด้วยเรื่องราว
วันที่ฝนตกหนักวันหนึ่ง ออมเดินเข้าร้านด้วยคราบน้ำตา เธอพยายามเช็ดหน้าแต่ไม่ทันจีโน่เห็น
“เป็นอะไร?” เขาถามเรียบ ๆ
“แม่เข้า ICU หมอบอกอาจไม่รอด…” เธอดึงผ้ากันเปื้อนออกแล้วนั่งซบโต๊ะ จีโน่นิ่ง อึดอัด ไม่แน่ใจจะปลอบอย่างไรดี
“ผม…ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรให้ดีขึ้นได้”
ออมกลั้นสะอื้น “พี่ ไม่ต้องพูดอะไร…ขอนั่งเงียบ ๆ ได้มั้ย”
เขาเพียงพยักหน้าช้า ๆ อยู่ข้างเธอเงียบ ๆ สักพัก
ค่ำวันนั้น ออมตัดสินใจกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ส่วนจีโน่นั่งอยู่ในร้านมืดใจหนักอึ้ง ตลอดคืนเขาเล่นกีตาร์ทบทวนอดีต — ภาพวันพลาดโอกาสเล่นเวทีใหญ่ที่เคยทำน้องชายผิดหวัง ประสบการณ์ที่ทำให้เขาไม่กล้าฝันอีกต่อไป
อาทิตย์ต่อมา ออมไม่กลับมาทำงาน จีโน่โทรหาแต่เธอไม่รับ เขาส่งข้อความไปหลายครั้งแต่ไม่ได้ตอบ จนเขาเริ่มหมดหวัง วันหนึ่งขณะจัดของในร้าน เขาเจอซองจดหมายที่ออมเขียนชื่อเขา จีโน่ฉีกเปิด — ข้างในเป็นโพสต์อิทแผ่นเล็ก ๆ เต็มไปด้วยข้อความสั้น ๆ แต่ละแผ่นบอกว่า “ขอบคุณ” “ไม่ต้องเข้าใจทุกอย่างก็ได้” “แค่ฟัง…ก็พอ”
น้ำตาไหลแว่วลงบนแผ่นกระดาษนั้น เขาหัวเราะในคอดับความอ่อนแอ ยกโทรศัพท์แล้วยังไม่มีสายโทรเข้า ราวกับเวลานี้คือจุดที่ต้องเลือกอะไรบางอย่างสักครั้ง
หลายอาทิตย์ผ่านไป ร้านเริ่มคึกคัก ลูกค้าใหม่เข้าออก จีโน่ตั้งวงดนตรีเล่นสดอีกครั้ง แต่ทุกครั้งที่เริ่มเล่นเพลงเดิม เขามักเว้นท่อนสุดท้ายไว้เงียบงันเสมอ
วันหนึ่ง ออมปรากฏตัวขึ้นที่หน้าร้านหลังหายไปเป็นเดือน เธอดูซูบผอมแต่ใบหน้าแจ่มใส นัยน์ตาเหนื่อยล้าแต่แน่วแน่
“แม่เสียแล้วค่ะ…ตอนเดินออกจากโรงพยาบาล ฉันคิดถึงร้านนี้กับเพลงพี่ทันที”
จีโน่กลืนน้ำลายไม่ลง “ผมขอโทษ ไม่เคยกล้าโทรซ้ำอีก ไม่รู้ควรอยู่…หรือควรหายไปจากชีวิตคุณ”
ออมหลุดหัวเราะ รอยยิ้มขมขื่น “ฉันกลัวเหมือนกัน… กลัวว่ากลับมาจะไม่เจอใครเลย”
หลังคำพูดนั้น ความเงียบยาวชั่วขณะ ออมมองไปยังมุมเดิมที่พวกเขานั่งด้วยกัน มือของเธอแตะโปสการ์ดร้านบนโต๊ะ
“อยากฟังเพลงที่เคยสัญญาไหม” จีโน่ถามเสียงเบา
ออมหันมาสบตานิ่ง ส่ายหน้าเล็กน้อย “ถ้าฟังแล้วต้องจากกันอีก ขอไม่ฟังดีกว่า”
เขาชะงัก ลังเลอยู่ครู่ก่อนเอ่ย “ผมไม่อยากเสียคุณไปอีก แต่มัน… ไม่ง่ายที่จะเริ่มใหม่”
“ไม่มีอะไรเริ่มจากศูนย์จริงหรอก ทุกอย่างต้องผ่านความเจ็บ ก่อนจะมีค่าพอ”
ทั้งสองต่างสบตากันด้วยความเข้าใจ แม้ยังเหลือความเจ็บปวด แต่ก็เป็นความเจ็บปวดที่แบ่งปันกันได้ สองคนนี้เรียนรู้ถึงความรักผ่านการสูญเสียและการหยุดชั่วคราวของหัวใจ
หลายเดือนผ่านไป ร้านกาแฟเล็ก ๆ กลับมาเปิดกิจกรรมเวิร์คช้อปออกแบบงานไม้ จีโน่และออมต่างทำหน้าที่ของตัวเองในร้าน บางวันไม่พูดกันเลย แต่ทุกคนในร้านก็รับรู้ได้ถึงสายสัมพันธ์ที่อบอุ่นเงียบงัน
เช้าวันเสาร์หนึ่ง จีโน่เดินมายืนข้างออมเมื่อเธอวางแผนออกแบบงานใหม่ เขายื่นแก้วกาแฟให้เธอ
“วันนี้อยากร้องเพลงมั้ย”
ออมหัวเราะเบา ๆ “ไม่ร้องก็ได้…แต่ขออยู่ตรงนี้นาน ๆ”
จีโน่พยักหน้าช้า ๆ สองคนยืนข้างกันเงียบ ๆ ไม่ต้องพูดคำว่ารัก แต่ความรัก… ก็อยู่ในทุกจังหวะหายใจ