ภารกิจตามหากระต่ายฝันเฟื่อง
เสียงฝนเพิ่งหยุดกระแทกหลอดน้ำบนหลังคาเก่า ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงฮัมเพลงเบา ๆ จากห้องน้ำห้องเล็กในบ้านชั้นเดียว “โจ” เด็กหนุ่มผมฟูตาโตผู้ตื่นเช้ามาเติมพลังงานด้วยกาแฟ 3 in 1 ถ้วยโต หงุดหงิดกับเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น—อีกแล้ว—ราวกับนาฬิกาปลุกขี้เกียจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“โจ๋! ตื่นเร็ว มีเรื่องใหญ่!” เสียง “มะนาว” เพื่อนสนิทสมัยอนุบาลวิ่งผลักประตูแทบหลุด มือถือในมือสั่นตุ้บ ๆ
โจคว้าผ้าขนหนูคลุมหัววิ่งออก “อะไรอีกล่ะเนี่ยนาว? ยังไม่ทันขบกาแฟดีเลย”
“แนน หาย!” มะนาวตะโกน ร่างเพรียวสั่นระริก โจเบิกตาโพลงทันที ไม่ใช่ใครที่ไหน ‘แนน’ คือกระต่ายผู้น่ารัก น้องสาวของโจรักเหมือนแก้วตาดวงใจ พรุ่งนี้เป็นวันเกิดน้องสาว แต่เธอรอแนนต่างหน้าขนมเค้กเสียอีก
ผ่านเสียงก่นด่าของแม่ โจกับมะนาวรีบคว้าเสื้อกันฝนแหวกป่าหญ้าหน้าบ้าน กางแผนปฏิบัติการตามหากระต่าย “เราต้องเจอ! จะไม่ให้น้องน้ำตาเลยวันนี้” โจกำมือแน่นแบบฮีโร่…แต่ฝนยังไม่หยุด กระเป๋าเป้โดนเปียกซะงั้น
มะนาวเหลียวไปทางบ้านป้าข้าง ๆ “เธอว่าป้าต้อยเห็นมั้ย?”
โจส่ายหน้า “ป้าต้อยหูตึงกว่าไหร่…แต่ก็ลองดูละกัน”
ทั้งสองค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้กำแพงบ้านป้าต้อย เสียงกุกกักเหมือนมีอะไรกำลังจิกกินอะไรสักอย่างทั้งที่สวนหลังบ้าน “ได้กลิ่นขนม!” มะนาวกระซิบฟังดูเหมือนนักสืบตัวแม่
“เธอโดนช็อกโกแลตหลอกหรือเปล่า?” โจขำหยัน ๆ มะนาวแหย่หน้าเข้าไปฟังต่อก่อนจะต้องผงะ เมื่อสุนัขพันธุ์บางแก้วกระโจนจากในพุ่ม “บิ๊กจัง!” โจวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนแทบลืมตัวเอง
ขณะเดียวกัน มะนาวเฉไฉมองหาทางหนีใหม่ “ไปถามร้านขายสัตว์ข้างโรงเรียนมั้ย? เผื่อน้องหลงไป”
โจลังเล “เราจะเข้าไปมือเปล่าๆ ได้เหรอ เดี๋ยวเจอพี่ต๋ำ…นึกถึงใบหน้าพี่ต๋ำทีไร ขนหัวลุก”
แต่ด้วยความจำเป็น โจกระชับเป้เปียกน้ำเดินตาม ปากบ่นปนกังวล เพราะพี่ต๋ำเป็นเจ้าของร้านสัตว์เลี้ยงที่ขึ้นชื่อเรื่องดุใส่น้องนักเรียน
มาถึงร้าน “สัตว์โลกสดใส” เห็นพี่ต๋ำอยู่หน้าร้าน มือไขว้หลัง หน้าขรึมยิ่งกว่าอากาศเย็น “จะมาทำอะไรแต่เช้า” เสียงต่ำยิงเข้าใส่เหมือนปืนฉีดน้ำเย็น
มะนาวยิ้มแห้ง ๆ “พี่ต๋ำ…พอดีเรากระต่ายหายค่ะ น้องกระต่ายชื่อแนน สีเทา ตัวอ้วน…”
“ร้านเราขายแต่กระต่ายชินชิลล่า เทาแต่สลับขาว” พี่ต๋ำไม่แม้แต่จะมอง โจยิ้มแหย “บางทีน้องอาจเผลอลอดรั้วเข้ามา…”
พี่ต๋ำชี้นิ้ว “ไปดูในกรงหลังร้านได้ แต่ถ้าหาไม่เจอ ฝากช่วยถือของออกไปหน้าร้านด้วย!” ทั้งคู่หยิบลังอาหารหมาออกมา หนักกว่ากระต่าย 10 เท่า
เจอแต่ไก่ กับหนูตะเภา…มะนาวนิ่งไข้ใจ “เราต้องไปดูที่สวนกลางหมู่บ้านมั้ย”
โจขมวดคิ้ว เหลียวตาม “แต่อย่าบอกแม่เรานะ เดี๋ยวโดนว่าอีก”
เดินไปกลางสวน ชาวบ้านจับกลุ่มนั่งคุย โจพยายามแสดงทักษะนักสืบ ถามทุกซอกซอยจนเจอลุงมี่ขี้เมายิ้มแป้น
“เห็นกระต่ายมั้ยครับลุง” โจเอ่ย ซุ่มเสียงจริงจัง ลุงมี่ตอบช้าๆ “หึ เจอกระต่ายสีน้ำตาลเมื่อคืน…แต่หยิ่งนะ ไม่คุยกับลุงเลย”
มะนาวหรี่ตา “กระต่ายพูดได้เหรอคะ!” ลุงมี่หัวเราะเสียงแห้ง โจกับมะนาวแลกเปลี่ยนสายตาก่อนตัดสินใจไม่เชื่อลุงมี่
ระหว่างเดินกลับ เหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษแปะต้นไม้ “ประกาศ! ตามหากระต่าย ใครพบแจ้งเจ้าของ” โจก้มอ่าน “เอ๊ะ! นี่รูปร่างเหมือนแนนมาก” โจสะกิดมะนาว “ไปหาเบอร์ในนี้กัน!”
โทรหาตามเบอร์ ได้เสียงเด็กผู้หญิงรับ “หนูชื่อเพลงค่ะ กระต่ายชื่อแป้ง เราตามหาตั้งแต่เมื่อคืน”
โจอึกอัก “เอ่อ งั้นหมายความว่ามีกระต่ายหลงอีกตัว?”
มะนาวถามต่อ “แต่แนนหาย ทางนี้ก็แป้งหาย…”
ทันใดนั้น ฟ้าเปิดออก แดดบ่ายฉายตัวเด็กผู้หญิงนั่งอยู่กับกระต่ายตัวขาวอ้วน อ้าว ไม่ใช่แนนแต่เหมือนมาก!
ขณะเดียวกัน เสียงพี่ต๋ำโทรมา “เฮ้ย มีเด็กเอากระต่ายสีเทามาส่ง เห็นบอกเก็บได้แถวร้านชำ” สองเพื่อนรีบวิ่งพรวดเดียวเกือบสะดุดทางลาด
แต่สิ่งที่ทั้งสองไม่รู้ คือกระต่ายตัวที่พี่ต๋ำได้ ไม่ใช่แนน แต่เป็นของแมวร้านชำที่อุ้มเองราวกับแม่
เมื่อไปถึง โจกับมะนาวเห็นเจ้าของร้านชำยืนอยู่ “กระต่ายตัวนี้แมวเราไปคาบมาทิ้งหน้าร้าน เอาคืนไปเหอะ ก่อนมันจะเลียจนเปียกหมด”
โจมองดู ใจฟูแปลก ๆ “นั่นไม่ใช่แนน…แนนไม่ชอบแมว…”
มะนาวถอนหายใจ “เธอนี่คิดมาก จริง ๆ นะแนนอาจต้องการเพื่อนใหม่ก็ได้”
เปิดดูกรง พบว่าเจ้าแมวกำลังมุดอยู่ด้วย ใกล้ ๆ กันนั้นเด็กหญิงเพลงกับเจ้าของกระต่ายแป้งก็มาเยี่ยม ด้วยความเข้าใจผิดพันกันใหญ่
“เอ๊ะ งั้นใครเป็นเจ้าของตัวไหน?” คำถามถูกละไว้ข้างอากาศ
ในความชุลมุน พี่ต๋ำหัวเราะในลำคอ “นี่ล่ะนะ มนุษย์กับสัตว์ชอบหายเหมือนกัน!”
โจกับมะนาวโยนความคิดต่าง ๆ ใส่กัน มะนาวเชื่อว่าความพยายามสำคัญกว่าเหตุผล โจยังยึดมั่นว่าความเป๊ะคือที่สุด
สุดท้ายเมื่อกลับถึงบ้าน โจกับมะนาวเปิดประตูพบแนนกำลังนั่งกินผักอย่างอารมณ์ดี…เพราะน้องสาวแอบพาไปบ้านเพื่อนข้างบ้านตั้งแต่เช้า โจถอนใจปนขำในความคิดมากของตัวเอง
“ฉันนี่มัน…คิดไปเองใหญ่โตเลย” โจส่ายหน้า มะนาวหัวเราะ “ซ้อมเป็นนักสืบเก่งฟรีไปหนึ่งวัน!”
ในค่ำวันเกิด ทุกคนหัวเราะกับความเข้าใจผิด กอดกันแน่นขณะแนนนั่งกอดกระต่ายสองตัว—ทั้งแนน ทั้งแป้ง—เด็กหญิงเพลงยืนอยู่ข้าง ๆ
“วันหลังถ้ากระต่ายหาย โทรหากันดีกว่านะ” มะนาวพูดกลั้วเสียงหัวเราะ โจยิ้ม “แล้วพรุ่งนี้ถ้าหมาแมวหายล่ะ?”
ทุกคนหันไปมอง ‘ไบค์จัง’ หมาข้างบ้านที่นอนกรนคร่อกเป็นจังหวะ มุกสุดท้ายกลายเป็นความสุขที่ซุกในความวุ่นวาย—กับมิตรภาพที่วุ่นวายแต่จริงใจเสมอ