คู่หูเบญจเพสกับภารกิจวันสมัครงาน
เสียงนาฬิกาปลุกสำทับดังไปทั่วห้อง แต่ณัฐแก้ว ผู้เปรียบได้กับเจ้าแม่แพนิค ยังตื่นไม่ได้เพราะมัวแต่นั่งเช็ค Resume ว่า typo ตรง “งานอดิเรก” เปลี่ยนจาก “ร้องคาราโอเกะเสียงสอง” เป็น “ศึกษาดนตรีผ่านการร้อง” ดีหรือไม่ เธอคิดมากเสียจนพร่ำกับตัวเองจนลืมดูเวลา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นัท! รีบสิ! นายก้องคอยหน้าบ้านแล้ว” เสียงฝ้ายตะโกนผ่านประตู ฝ้ายเป็นเพื่อนสนิทของเธอ ตรงข้ามทุกอย่าง ฝ้ายลงทุนเช็ตผมเรียบเป๊ะ ใส่สูทก่อนเวลาอีก เหมือนเกิดมาเพื่อสัมภาษณ์งานวันเวย์ ทั้งที่จำ resume ไม่ได้สักนิด เดินจ้ำฝีเท้าด้วยความมั่นใจแบบที่คนไม่รู้ก็คิดว่าเป็น HR เอง
หลังจากคุยกันคนละอย่างตรงบันได นัทกับฝ้ายออกเดินทางด้วยกัน ฝ้ายเช็คกระจกหน้ารถดูผมไปเรื่อยๆ “ประวัติเราต้องผ่านแน่ นัท เห็นคนอื่นยังต้องโกหกอีก” นัทสวนกลับ “เรายังไม่เริ่มโกหกเลยนะ ทำไมเหมือนผิดศีลตลอดเวลา” ประโยคนี้ทำให้ฝ้ายมองไปข้างหน้า “ถ้าเราไม่เจ๋งสุด HR จะพูดถึงเรายังไง? เดี๋ยวก็โดนจับได้หมดแหละ”
ระหว่างรถติด พระเอกกำลังเคลียร์ใจเรื่องเป้าหมายกันเอง แต่นัทเริ่มมองเห็นเงาโครงสร้างบริษัทใหญ่หน้าตึกแก้ว “ฝ้าย นายแน่ใจนะว่าตึกนี้” ฝ้ายฉีกยิ้ม “เห็นโลโก้มั้ยล่ะ” นัทดูงง “นั่นมันบริษัทรถยนต์ ไม่ใช่บริษัทไอทีที่เราจะสมัครวันนี้” ฝ้ายชะงักทันที “จริงด้วย…ชู่ว์ อย่าบอกใครล่ะ”
เมื่อถึงตึกที่ถูกต้อง สองคนมึนรับเบอร์คิวต่อแถวผิด เวียนตามแถว ถามพนักงานทุกชั้นยังกับพิธีกรช่องสารคดี พอถึงจุดเซ็นชื่อ ดันเซ็นในช่อง “ร่วมสนุกจับรางวัล” แทนที่จะเป็นช่องสัมภาษณ์รับสมัครงาน พี่เจ้าหน้าที่เดินมาถาม “มาลงสมัครแฟนพันธุ์แท้หรือสัมภาษณ์ครับ” ฝ้ายรีบหัวเราะกลบเกลื่อนแต่ณัฐหน้าซีด
จนเมื่อเข้าไปที่ห้องสัมภาษณ์ เห็นว่าออฟฟิศจัดแบบ open space แต่นัทไวไฟล์ว่าพนักงานทุกคนจ้องแข่งกันตอบอีเมล์ ฝ้ายเลยเสนอ “เดี๋ยวฉันทักทาย HR เอง แสดงความมั่นใจเลย…” ทันใดนั้นฝ้ายโพล่ง “สวัสดีครับ ผมชื่อฝ้าย ผมเป็นคน…ร่าเริง พร้อมลุยงานหนักเหมือนตุ๊กแกบนฝ้า!” ทุกคนหยุดขยับ นัทชะงัก ลืมหายใจ
HR พยายามขำๆ แต่น้ำเสียงดูไม่แน่ใจ “อืม น่าสนใจค่ะ แล้ว…อ่อ แล้วน้องณัฐล่ะคะ?” นัทพูดสิ่งที่ซ้อมมาไม่ได้สักอย่าง ได้แต่พูดว่า “หนูมีความรับผิดชอบ…คือลืมกุญแจบ้านอาทิตย์ละสองครั้งค่ะ” HR ส่งยิ้มแบบเป็นห่วง ไม่ทัน HR คนที่สองเดินเข้ามาในห้อง เขาคืออดีตเพื่อนร่วมสายรหัสของฝ้าย คำถามเปลี่ยนอารมณ์ทันที “ฝ้ายยังฉลาดน้อยเหมือนเดิมใช่ไหม?”
ฝ้ายสบตานัท แล้วยิ้มแห้ง พยายามเปลี่ยนเรื่องกลับไปที่นัท “นัทนี่ ชอบอ่านหนังสือ จัดระเบียบ ชอบเล่าเรื่องผีให้เพื่อนฟังตอนค่าย คือถ้าไม่ทำงานก็คงเป็นนักเขียนได้เลยนะ” นัทเหงื่อตกเพราะที่บ้านเพิ่งเล่าเรื่องผีให้ฝ้ายฟังเมื่อคืนแล้วยังไม่ได้คืนเงินค่าขนมค่าย
เมื่อถึงเวลาตอบคำถามซับซ้อน อาทิ “ถ้าต้องเลือกแก้ปัญหาระหว่างเพื่อนทะเลาะกับเจ้านายดุ จะทำไง” นัทตอบว่า “ซ่อนตัวใต้โต๊ะ” ฝ้ายตอบ “ผมจะขายไอเดียทำโต๊ะล่องหนให้บริษัท” HR ทั้งสองมองหน้ากันอย่างงุนงง
ระหว่างรอผลรอบแรก สองเพื่อนพยายามให้กำลังใจกันบนโซฟาในมุมรับรอง ฝ้ายหยิบชานมไข่มุกที่แอบซื้อมาปรุกำลังใจ ณัฐกังวลแต่ต้องแสดงออกว่าใจเย็น ฝ้ายชวนคุย “ถ้าได้งานนายจะซื้ออะไร” นัทตอบทันที “ขนมปังเบอร์เกอร์ที่อยากกินมาเป็นปี ทุกเดือนต้องผ่านร้านนั้น เจ็บใจ” ฝ้ายหาว่าเป้าหมายชีวิตเล็กเกินไป นัพท์สวน “เป้าหมายเรื่องกะหล่ำปลีของแกก็ดูยิ่งใหญ่ซะเหลือเกิน!” โต้กันด้วยความกวนๆ
เสียงเรียกชื่อประกาศว่า “ฝ้าย…ณัฐ…สัมภาษณ์กลุ่ม” ทั้งคู่จูงมือกันไปแบบประหม่าปนอาย ตามไปเจอกลุ่มคนสัมภาษณ์อีก 5 คน ทุกคนมี portfolio หนาเตอะ ฝ้ายเริ่มโม้ “ของผมเป็น digital resume ในโทรศัพท์” แต่ลืมชาร์จแบตมาเหลือ 1% นัทลืมเอาแฟ้ม portfolio มาเพราะพกมาใส่ของกินแทน
เมื่อสัมภาษณ์กลุ่มเริ่มขึ้น HR ให้แต่ละคน present ตัวเองใน 60 วินาที ฝ้ายเลียนแบบสปีชปลุกใจ “อยากเป็นแรงบันดาลใจให้โลก!” มือถือดับไฟพอดี ทุกคนมีจังหวะเงียบ นัทค่อยๆ ยกครัวซองต์ขึ้นแทน “หนู…เอ่อ…ชอบความกรอบของมันมากเหมือนชีวิตที่ต้องก้าวข้ามปัญหา” ทุกอย่างประหลาดแต่น่าเอ็นดูจน HR หัวเราะขึ้นมาบางเบา
ช่วงพรีเซนต์โปรเจกต์กลุ่ม กลายเป็นว่านัทกับฝ้ายพูดขัดกันไปมา วางไอเดียจนงงว่าใครหัวหน้าใครลูกทีม คู่ตรงข้ามในกลุ่มชิงปิดท้ายด้วยความมั่นใจ ฝ้ายหัวเราะ “โชคดีนะครับทุกคน!” นัทตั้งคำถาม “ทำไมเรายังอยู่ในห้องนี้ได้นะเนี่ย”
ซีนต่อไประหว่างรอผล HR แอบกระซิบว่า “บริษัทชอบคนจริงใจนะ” ฝ้ายรีบเดินมาเล่าต่อนัท พร้อมกระซิบเป็นหนังชีวิต “เราต้องเล่นใหญ่ไปซื่อๆ ดูจริงใจ” นัทแย้ง “เรียกว่ารั่วมากกว่าไหม?”
เวลาผ่านไปใกล้บ่าย สองคนยังไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์รอบลึก แต่มีการสุ่มแจกของกลางงาน ฝ้ายอยากเด่น รับอาสาขึ้นประกาศรางวัลบนเวที HR เงียบกริบ ฝ้าใจลึกๆ แต่ฝ้ายเดินออกไปประกาศผิดรางวัลแทนแจกคูปองอาหารกลายเป็นแจกตำแหน่งพนักงานดีเด่นปีหน้า ฝ่ายกิจกรรมรีบแก้แทบไม่ทัน
เพื่อนร่วมสมัครงานคนอื่นเริ่มซุบซิบว่าสองคนนี้ “แปลกดีเนาะ” นัทเดินผ่านได้ยิน แอบท้อแต่ฝ้ายสวน “แปลกก็คือข้อดี!” นัทนิ่ง คิดมาก แล้วถามว่า “แล้วข้อเสียคืออะไร” ฝ้ายตอบ “คือวันพรุ่งนี้ถ้าไม่ได้นั่งกินข้าวด้วยกันที่นี่!”
จู่ๆ HR เรียกเข้าห้องรวดเดียวทั้งกลุ่ม แจ้งผลว่าสามารถเลือกทีมสุดท้ายได้ 1 คนเท่านั้น นัทเตรียมเล่นมุกสุดท้าย “ถ้าเลือกได้ ขอเลือกฝ้ายค่ะ” ทุกคนหัวเราะ HR เลือกถาม “ไม่เลือกตัวเองเหรอ” ฝ้ายสวน “เลือกตัวเองจะแปลกมั้ยล่ะครับ อันที่จริงผมก็รักตัวเองประมาณหนึ่ง แต่รักเพื่อนมากกว่าครับ”
สุดท้ายบริษัทเลือกอีกคนที่นิ่งแต่ตอบตรงประเด็น นัทกับฝ้ายดูหน้ากัน แล้วหัวเราะ ฝ้ายพูด “ได้งานหรือไม่ได้ก็ยังมีเพื่อนเม้าท์มอยอยู่ดี” นัทถอนหายใจปนขำ “อย่างน้อยเราก็รู้ว่าบริษัทนี้ไม่ได้สัมภาษณ์แบบปกติแน่นอน”
ขณะเดินกลับบ้าน ฝ่าย HR เดินตามมา ยื่นบัตรคูปองแลกขนมปังเบอร์เกอร์ให้นัท ฝ้ายแกล้งพูด “ไหนบอกไม่มีสวัสดิการ” HR หัวเราะ “อย่างน้อยวันนี้คุณสองคนสร้างบรรยากาศที่ดีให้เราเยอะนะคะ”
ณัฐกับฝ้ายมองหน้ากันยิ้ม ขณะเดินออกจากบริษัท พร้อมตั้งเป้าสมัครงานใหม่รอบหน้าด้วยใจที่ฮาขึ้นกว่าเดิม ฝ้ายตบหลังนัทเบาๆ “รอบหน้าฉันจะรื้อ resume ใหม่ เอาเรื่องซื่อๆ ของนายมาขึ้นต้น ส่วนฉันจะ…เอ่อ…เป็นตัวเองให้น้อยลงหน่อยก็ได้”
เรื่องเล็กที่กลายเป็นใหญ่ ความเข้าใจผิดที่กลายเป็นเรื่องราว มิตรภาพที่แน่ใจว่ามีจริง เดินกลับโดยไม่รู้เลยว่าขนมปังเบอร์เกอร์ที่ฝันไว้จะหมดพอดี ทั้งสองยิ้มให้อีกคนอย่างขำๆ ก่อนเสียงประกาศร้านขนมปังจะดังปิดท้าย “ขออภัย ขนมปังเบอร์เกอร์เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย ใครซื้อบ้านถัดไปคะ?” ฝ้ายกับนัทมองหน้ากันแล้วรีบวิ่งตลกๆ ทำท่าเป็นนักวิ่งแข่ง ขณะที่เดินออกไปด้วยเสียงหัวเราะเหมือนเดิม