ห้องเงียบ
เสียงฝนโปรยบางเบาตกใส่หลังคาบ้านไม้สองชั้นกลางกรุงเทพฯ ยามกลางคืนที่ถนนว่างเปล่า มีเพียงแสงไฟฟ้าสีขาวขุ่นจากเสาไฟริมทาง กระทบป้ายไม้เก่า ๆ ที่เขียนว่า ‘บ้านวัฒนะสกุล’ ตัวหนังสือเลือนไปแล้วครึ่งหนึ่ง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ณัฐ เดินกางร่มเข้ามาที่หน้าบ้าน ในมือถือกระเป๋าเป้สีดำ ข้างหลังมีพลอย เพื่อนสนิท เดินตามมาด้วยใบหน้ากังวล ทั้งสองรับงานเฝ้าบ้านหลังนี้เป็นเวลาเจ็ดวัน ค่าจ้างสูงมากจนยากปฏิเสธ แม้เงื่อนไขบางอย่างจะดูแปลกประหลาด
“แน่ใจนะ ว่าเขาให้แค่เรามาเฝ้าบ้านเฉย ๆ ?” พลอยกระซิบเบา ๆ มือกระชับสายกระเป๋าแน่น ประตูบ้านยังคงปิดเงียบ มีแสงไฟลอดออกมาจากรอยแตกใต้ประตู
ณัฐสูดลมหายใจ “ไม่รู้สิ แต่ฉันต้องการเงินนะพลอย เราไม่มีทางเลือกมากนัก”
แว่วเสียงหมาเห่าหอนลึก ๆ จากซอยข้าง ๆ พลอยสั่นเล็กน้อย “ก็ยังรู้สึกแปลกอยู่ดี บ้านหลังใหญ่ ไม่มีใครอยู่ แต่จ้างแพงขนาดนี้ ใครจะไม่สงสัย”
ณัฐกดกริ่ง เสียงกริ่งบ้านเก่า ๆ ดังขึ้นในความเงียบ ประตูเปิดออกช้า ๆ หญิงสูงวัยในชุดดำยืนอยู่ เธอชื่อป้าสายใจ ผู้ดูแลบ้านและคนว่าจ้าง
“เข้ามาเถอะ พวกหนู” สายตาเธอเฉยชา รอยยิ้มจาง ๆ ติดอยู่บนริมฝีปาก “ขออย่างเดียว อย่าเปิดประตูห้องท้ายสุดชั้นสองเด็ดขาด ไม่ว่าได้ยินอะไร”
พลอยเงียบไป ณัฐพยักหน้าเบา ๆ รับคำ จากนั้นทั้งสองคนก็เดินตามป้าสายใจเข้าไปในบ้าน กลิ่นอับชื้นเหมือนบ้านร้างปะปนกับกลิ่นธูปจาง ๆ
ป้าสายใจชี้ห้องให้พักและห้องน้ำ พร้อมบอกรายละเอียดกฎบ้านอีกเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปทิ้งท้ายว่า “อย่าเปิดห้องท้ายสุด…เข้าใจนะ”
พลอยนั่งลงบนเตียงไม้ ลูบแขนตัวเอง “เราต้องเฝ้าบ้านแบบนี้จริง ๆ เหรอ”
ณัฐพยายามไม่สนใจความรู้สึกกลัวในใจ “ขอแค่เจ็ดวัน พลอย เงินจำนวนนี้ เราจะได้ไปเรียนต่ออย่างที่อยาก”
คืนนั้นบ้านทั้งหลังเงียบผิดปกติ มีเพียงเสียงนาฬิกาโบราณเดินช้า ๆ ณัฐลุกมาเข้าห้องน้ำตอนตีสอง ขณะที่เดินผ่านหน้าห้องท้ายสุด ได้ยินเสียงขูดเบา ๆ เหมือนอะไรลากกับพื้นไม้
เธอยืนนิ่งอยู่นาน ก่อนจะเดินกลับห้องอย่างรวดเร็ว ใจเต้นแรง
เช้าวันถัดมา ป้าสายใจนำข้าวต้มมาให้ “เมื่อคืนสงบดีไหม”
พลอยหลบตา “ก็…ไม่ค่อยมีอะไรค่ะ”
ป้าสายใจยิ้มจาง ๆ ก่อนหันไปหยิบปิ่นโต “จำไว้นะ เสียงอะไรจากห้องนั้น อย่าไปสนใจ”
ระหว่างวัน ณัฐสำรวจบ้าน เห็นรูปถ่ายเก่า ๆ ติดผนัง มีเด็กหญิงคนหนึ่งยืนยิ้มข้างผู้หญิงวัยกลางคน ใบหน้าคล้ายป้าสายใจ แต่เด็กคนนั้นดวงตาคล้ายมีอะไรซ่อนอยู่
คืนที่สอง เสียงขูดใต้ประตูดังขึ้นอีก แต่ครั้งนี้มีเสียงกระซิบแผ่ว ๆ ตามมา “เปิด…ให้…หน่อย…”
พลอยนอนไม่หลับ ลุกขึ้นมานั่งข้างเตียง “ณัฐ ได้ยินไหม”
ณัฐพยักหน้า “อย่าสนใจ เสียงมัน…แค่ในหัวเราหรือเปล่า”
เวลาผ่านไป อาการประสาทของพลอยดูแย่ลง เธอเริ่มพูดกับตัวเองบ่อย ๆ และชอบนั่งจ้องที่ประตูห้องท้ายสุดราวกับรออะไรบางอย่าง
เย็นวันหนึ่ง ขณะที่ณัฐกำลังเช็ดหน้าต่าง เห็นเงาดำวิ่งผ่านหลังประตูห้องท้ายสุด เธอหยุดนิ่ง ใจเต้นรัว
พลอยเดินมาหา ท่าทางเหม่อลอย “เธอเคยสงสัยไหม ว่าทำไมถึงห้ามเปิดห้องนั้น”
ณัฐตอบติดขัด “เขาเตือนไว้แล้วไง…อย่าไปยุ่งเลย”
เสียงฝีเท้าดังในบ้านเวลาค่ำ ทั้งคู่เริ่มนอนหลับไม่สนิท
คืนที่สี่ ประตูห้องท้ายสุดสั่นเอง กระจกหน้าต่างสั่นเบา ๆ พลอยเริ่มร้องไห้ วิงวอนณัฐให้ช่วยปิดหูปิดตา
ณัฐเดินสำรวจรอบ ๆ บ้าน เจอรอยขีดข่วนบนประตูห้องนั้นเหมือนมีอะไรเคยพยายามจะออกมา เธอเริ่มรู้สึกว่าถูกจ้องมองตลอดเวลา
พลอยเริ่มละเมอพูดคำว่า “แม่…แม่…อย่า…อย่าทิ้งหนู” เสียงนั้นแหบพร่าไม่เหมือนเสียงพลอยเลย
ณัฐพยายามปลุกพลอย แต่สัมผัสตัวแล้วกลับเย็นเฉียบ
เช้าวันที่ห้า ป้าสายใจกลับมาพร้อมกับดอกไม้สด “พวกเธออยู่ได้ไหม”
ณัฐลังเล “พลอย…เริ่มแปลก”
ป้าสายใจเมินหน้าหนี “อดทนอีกสองคืน อย่ายุ่งกับห้องนั้น”
ณัฐเห็นแผลเป็นบนแขนป้าสายใจ แต่ไม่ได้ถามอะไร
ตกกลางคืน พลอยเปิดประตูห้องออกไปยืนหน้าห้องท้ายสุด พึมพำเบา ๆ “แม่…ขอเข้าไป…ขอโทษ…”
ณัฐตามไปคว้ามือไว้ “พลอย หยุดนะ!”
ประตูห้องขยับเองเหมือนถูกดูดเข้าไป ณัฐดึงพลอยกลับมาได้ทัน ประตูปิดดังปัง
เสียงร้องไห้ของเด็กหญิงดังลอดประตู “อย่าทิ้งหนู…”
ณัฐร้องไห้ กลัวและเหนื่อยล้า
คืนนั้น ทั้งบ้านเต็มไปด้วยเสียงกระซิบ เสียงฝีเท้า เสียงลากของบางสิ่งใต้พื้นไม้
ณัฐตื่นขึ้นมาเห็นพลอยยืนอยู่ปลายเตียง ดวงตาแดงก่ำ เอียงคอมอง “เปิด…ประตูนั้น…”
ณัฐร้องไห้ ซ่อนตัวใต้ผ้าห่ม กลั้นหายใจจนเสียงทุกอย่างเงียบลง
เช้าวันที่หก พลอยไม่พูดกับใครอีก นั่งจ้องประตูห้องท้ายสุด เขียนคำว่า ‘ขอโทษ’ ลงบนสมุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ณัฐเริ่มหาข้อมูล เจอบันทึกเก่าในลิ้นชัก เป็นจดหมายจากหญิงสาวถึงลูก “แม่ขอโทษที่ปล่อยให้ลูกอยู่ลำพัง”
คืนนั้นฝนตกหนัก ประตูห้องท้ายสุดเปิดเอง พลอยเดินเข้าไปในห้อง ณัฐรีบตามไป
ภายในห้องมีเพียงกล่องไม้เก่า ๆ และตุ๊กตาขาดวิ่นบนพื้น พลอยนั่งกอดตุ๊กตานั้น ร้องไห้สะอึกสะอื้น
ณัฐเหลือบเห็นเงาเด็กหญิงนั่งกอดพลอย เงานั้นซ้อนกับตัวพลอยพอดี
เสียงเด็กกระซิบ “แม่…อย่าทิ้งหนู…หนูไม่กลัวแล้ว”
ณัฐสะดุ้ง เงาเด็กหันมามอง ส่งสายตาเศร้าสร้อย ก่อนเลือนหายไปกับความมืด
พลอยหมดสติ ณัฐกอดเพื่อนเอาไว้ ร้องไห้สะอึกสะอื้น
เช้าวันสุดท้าย ป้าสายใจมา เห็นทั้งสองนอนกอดกันบนพื้นห้องท้ายสุด เธอทรุดตัวลง น้ำตาไหล
“ฉันผิดเอง…ฉันทิ้งลูกไว้ในห้องนี้…ในวันที่ไฟไหม้ ฉันหนี ไม่ได้ช่วยลูก…” ป้าสายใจสารภาพเสียงสั่น
พลอยค่อย ๆ ฟื้น เงยหน้ามองป้าสายใจ “เธอยังอยู่ที่นี่…เธอรอแม่…แต่แม่ไม่เคยกลับ”
ณัฐจับมือพลอยแน่น ทุกอย่างเงียบงัน บ้านทั้งหลังเหมือนกลั้นลมหายใจ
ป้าสายใจวางดอกไม้ไว้กลางห้อง “ขอโทษ…ขอให้วิญญาณลูกหลุดพ้น…”
อากาศเย็นลง เงาเด็กหญิงนั่งกอดดอกไม้ แล้วยิ้มเศร้า ๆ ก่อนจางหายไป
พลอยร้องไห้ ณัฐกอดปลอบ เพื่อนทั้งสองเดินออกจากบ้านกับป้าสายใจ ปล่อยให้บ้านเงียบอีกครั้ง
เสียงปิดประตูสุดท้ายดังก้อง บ้านวัฒนะสกุลกลับสู่ความเงียบสงบ เหมือนไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้น
แต่ทุกครั้งที่ฝนตกกลางคืน เสียงขูดเบา ๆ ใต้ประตูห้องท้ายสุดยังคงอยู่…รอใครสักคนมารับฟังความเงียบของห้องนั้นอีกครั้ง