แก๊งเด็กซิตี้… ป่วนมหากาฬวันรับปริญญา
“เสียงปลุกของบิ๊กเบน” เรือนใหญ่กลางเมืองกระตุกแรงเท่าความวุ่นวายของหอวาริน ไอ้ปาร์ค เด็กวิศวะจบใหม่เบิกตาโพล่ง ขยี้ผมจนฟู กลิ่นกาแฟผสมกลิ่นผมไหม้เมื่อคืนฉุนอยู่ใต้รูจมูก ผ้าที่เตรียมสำหรับวันรับปริญญาถูกเหวี่ยงลงพื้นตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ มือยังคีบโน๊ตสารพัดที่เขียนเอาไว้กลัวลืม… แต่มีเยอะเกิน ไม่มีใบไหนอ่านรู้เรื่องสักใบ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เอ้า! ไอ้ปาร์ค! ลุกยังวะ!” เสียงส้ม เพื่อนสนิทสุดเป๊ะที่เวลาดูใหญ่มากแต่จริงๆ กลัวโดนแม่ด่าเรื่องกำไลทอง ลากตะโกนจากหน้าประตูหอ หันมามองเห็นปาร์คกำลังควานหาถุงเท้าใส่คนละคู่
“เพิ่งอาบน้ำเมื่อกี้เอง!” ปาร์คโกหกเสียงสูง พลางยืนขยี้ผ้าขี้ริ้วอยู่บนพื้น
ส้มทำหน้าเหนื่อยใจ “ถ้าตานายเป็นลมจริงๆ ฉันไม่ช่วยพากลับแล้วนะ แม่ฉันจองโต๊ะชั้นสี่ไว้—ห้ามล้มกลางถนน!”
เหมียว เพื่อนสายเซลฟี่สูงสุดของคณะบัญชี มาพร้อมกล้องหนักกว่าน้ำหนักตัวเองมองหาแอคชั่น ตั้งแต่เจอว่าตัวเองสวมเสื้อกลับด้าน “เอ้อ…เมื่อคืนใครขโมยกันร้อนในห้องฉันบ้าง ฉันเจอแต่ถุงเท้าคนละกล่อง”
“กูเอง” แจม เพื่อนขี้ระแวงตัวดำ(ใจ)แต่เวลาต้องเอาตัวรอดคือเนียนสุด นั่งส่องดูว่าตำแหน่งรวมญาติของตนหายไปไหน “แต่ของไวร้อนคนละซองกับถุงเท้าไหมนะ กูใส่อยู่นี่มันร้อนผิดปกติอะ”
ปาร์ควาดมือ “คืนนี้ พวกนายต้องมาช่วยฉันทำภารกิจเซอร์ไพรส์พ่อกับแม่ เพราะเขาฝันอยากเห็นลูกใส่ชฎา ขึ้นเวทีนะแก!”
เหมียวชะงัก “แล้วไง พวกฉันต้องไปซื้อชฎามั้ย?”
“ไม่ต้อง วันนี้จะขโมยจากห้องครูดา!” ปาร์คลูบคางกลั้วหัวเราะ ส้มถอนหายใจ “เจริญ… คิดจะสร้างคดีวันรับปริญญา”
แก๊งเพื่อนเดินตะกายออกจากหอ ทะเลาะกันตลอดทางว่าใครจะไปช่วยใครก่อน เหมียวต้องคอยวิ่งเช็คว่ามุมกล้องของวันนี้ดีที่สุดไหม ส่วนแจมลอบส่องตารางคิวรับดอกไม้ เพราะกลัวมีคนรู้จักมาเซอร์ไพรส์…ทั้งที่ไม่เคยมีใครแอบชอบสักที
ขบวนเพื่อนมีจุดหมายต่างกัน—ปาร์คต้องหาโอกาสขโมยชฎาทั้งที่ไม่กล้าทำอะไรผิด ส้มต้องให้มารดาประทับใจสุดขีดก่อนจะโดนว่า ส่วนเหมียวมาตามฝันสร้างภาพรับปริญญาติดท็อปเทรนด์ แจมก็แค่หวังเอาตัวรอดจากสายตาทุกคู่
ตอนออกจากประตูหอพัก ปาร์คสะดุดถังขยะเต็มจนโน้ต “เตือน! ห้ามลืมหยิบถุงของที่ระลึก” หล่นเปรอะเต็มถนน เขาดูดนิ้วแบบเจ็บจี๊ดแล้วทำหน้าสบายใจ “นี่ไง ยังจำได้!”
ระหว่างกลุ่มเพื่อนเดินสวนกันกับกลุ่มเพื่อนคณะอื่น ส้มเปิดบทสนทนาเรื่องแต่งหน้าถ่ายพรีฯ แบบ Hot studio ผู้ชายทุกคนงงว่าระดับนี้ต้องใช้แฟลชพันวัตต์มั้ย เหมียวกำลังจะอธิบายแต่มัวเม้มพูดถึงกล้องกับครีมกันแดดจนภาษาไทยเกือบกลายเป็นภาษากล้อง
“เฮ้ นี่คุณแม่มาแล้วแน่ะ!” แจมหันหน้าไปอีกด้าน รีบก้มหน้าพึมพำ “ทำไงดี กูยังไม่ได้ตอบไลน์แม่เลยอะ”
“นายก็โทรขอโทษสิ” เหมียวบอก
“ไม่ได้ดิ แม่คิดว่ากูไปเป็นพิธีกร—วันนี้โดนเปิดโปงแน่” แจมซ่อนหน้าหลังป้ายแผงขายน้ำ กลายเป็นตากล้องสองคนชี้หน้ากระซิบกันเงียบๆ ว่าใครพลาดที่เอาแฟรชปลอมมา
ส่วนปาร์คยังคงยืนยัน “ขอเวลาหน่อย ฉันไปหาเพื่อนคณะครูดาก่อน” และเหมียวกับส้มก็แบ่งหน้าที่กันไปกวาดของฝาก สั่งน้ำเฉาก๊วยมาให้กลับแม่
ครูดา แม่งานห้องสมุด มองเห็นปาร์คลากเท้ามาหลบๆ ซ่อนๆ จึงถามประโยคปริศนา “มากับความลับเหรอ?” ปาร์คปฏิเสธเสียงสูง “เปล่าครับ! แค่มาดูเพื่อน—เอ้ย มาดูบอร์ดคณะ”
ครูดายิ้มปราด “บอกฉันตรงๆ ดีกว่า ฉันประเมินจากสัมผัสได้ ว่าเธอคิดจะ…สร้างเรื่องอะไรล่ะ?”
“ไม่มีครับ” ปาร์คเสียงอ้อมแอ้ม นิ้วไปกระตุกชฎาบนโต๊ะจนมันตกพื้น โชคดีที่ไม่มีใครเห็น แต่แจมโผล่เข้ามาเก็บแทบร้องตกใจ “มาทำอะไรกันตรงนี้เนี่ย?”
“ฉันแค่จะยืมของไปใส่ให้แม่ประทับใจ” ปาร์คสารภาพเสียงเบา
“แล้วขโมยทำไมล่ะ เดี๋ยวเละ!” แจมกระซิบแรง ปาร์คหน้าเสีย
ตอนนั้นส้มโทรเข้ามารัว… “ด่วนเลย พ่อฉันหลุดจากแถวไปรอในห้องประชุม ขึ้นเวทีซ้อมก่อนอีก!”
เหมียวอยู่ละแวกนั้นหยิบกล้องขึ้นถ่ายรูปโกลาหล แจมยื้อปาร์คกลับ ไม่ทันไร ทุกคนก็วิ่งกันพล่านไปรวมกลุ่มกลางสนาม ซ้อมท่าเดินขึ้นเวทีซะแบบขำปนกังวล
ระหว่างซ้อม ส้มเงอะงะทำชุดชุดครุยขาดเองจนแม่มองนิ่ง “เกรซลูกแม่จริงๆ” แอบกัดจิกตามสไตล์แม่ลูกที่สุดจะจริงใจ
พ่อปาร์คหายเงียบไปหนึ่งรอบ เหลือแต่แม่ยืนรอรับด้วยสายตาเหนื่อยใจ เหมียวเสนอ “เอาชฎาดอกไม้ไปคล้องให้แม่นายดูก่อนมั้ย…” ปาร์คสั่นหัว “เดี๋ยวเขารู้เดี๋ยวนี้ว่ากูไม่ได้เตรียมอะไรเลย”
แจมเริ่มโดนล้อจากเพื่อนๆ ว่าจะกล้าเอาดอกไม้ไปรับเองหรือเปล่า แจมสวน “แล้วแต่คนให้โชว์หน้ามั้ย” เหมียวแร็พกลับ “ใครๆ ก็ให้ได้ แค่ใจถึงๆ” มุกสวนกลายเป็นวุ่นวายบนสนามที่ผู้ปกครองทยอยมาเรื่อยๆ
พีคสุดคือส้มวิ่งไปชนกับผู้หญิงอีกคนแล้วเกิดเข้าใจผิดว่าเป็นแฟนเก่าปาร์ค ทั้งที่จริงๆ เขาเป็นญาติผู้ใหญ่ ปาร์คสะดุ้งรีบอธิบายแต่ก็ตะกุกตะกักจนทุกฝ่ายงง ส้มกลายเป็นคนเงียบเฉียบไปชั่วขณะและประชันหน้ากับญาติผู้ใหญ่ด้วยมาดจริงจัง
ในขณะที่แผนเซอร์ไพรส์ล้มเหลวทีละอย่าง ทั้งการขโมยชฎา ทั้งเรื่องแต่งหน้าพลาด และเรื่องพิธีกรปลอมของแจม เริ่มปรากฎผลต่อภาพพจน์ของแต่ละคน เหมียวโดนแม่สั่งให้ถ่ายแต่รูปตัวเองกับแม่ ส่วนแจมโดนเพื่อนยกหูโทรศัพท์บอกแม่ว่ามีปัญหาด่วนให้รีบมา
กลางเสียงวุ่นวาย ส้มชิงขึ้นเวทีผิดเวลา ถูกโบกมือไล่ลงในขณะที่กรรมการเวทีพยายามกันฝูงชนไม่ให้ออกนอกเส้นทาง ผู้ปกครองบางท่านเริ่มโวย แต่พอเห็นแก๊งนี้ก็ขำแล้วกลับบ้านอย่างสงบ
ตอนสาย สุริยกรานต์ขยับถึงคิวเซอร์ไพรส์ที่เหลืออยู่ ปาร์คค้นหาชฎาที่แท้จริงไม่เจอแต่พบกล่องขนมชั้นบนโต๊ะและหยิบมันใส่หัวแทน ทุกคนฮาลั่น ห้องประชุมแตกออกเป็นเสียงหัวเราะ คนทั้งมหาวิทยาลัยเริ่มพากันหยิบของแปลกๆ ขึ้นหัวมาใส่เล่นบ้าง กลายเป็นกิจกรรมจากเหตุพลาดจนประทับใจ
แจมพยายามจะอธิบายเรื่องพิธีกรให้แม่แต่ยิ่งพูดยิ่งเข้าใจผิด เพราะแม่ยังคิดว่าแจมเข้าร่วมประกวดร้องเพลงของมหาวิทยาลัย แจมเลยชิงร้องหนึ่งท่อนซึ่งผิดคีย์โดยสิ้นเชิง แถมขำตัวเองก่อนคนอื่นทัน
เหมียวโชว์คลิปเบื้องหลังแต่ผนวกเสียงของทุกคนเข้าไปปนกันมั่วๆ แล้วปรากฏว่าได้เสียงหัวเราะระดับมหาชน เพราะทุกคนพูดไม่รู้เรื่องแต่ดูมีความสุขมาก
สุดท้ายปริญญาใบหนึ่งในงานตกอยู่ที่แม่ส้ม ท่ามกลางเสียงปาร์คและเหมียวแกล้งประกาศ “ให้โล่เกียรติคุณคนใจถึง กล้าเดินผิดเวที!”
เมื่อความวุ่นวายผ่านไป เด็กๆ กลุ่มนี้ก็หันมาถ่ายรูปรวมกันโดยมีพ่อแม่หลบกล้องบ้าง เขินบ้าง หรือยิ้มปนระอา สมาชิกแต่ละคนพูดจาตัดบทกันอย่างมีนัย “ปีหน้าจะไม่ช่วยกันแล้วนะ” แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่ามิตรภาพนี้จะไม่มีวันจบเพราะความวุ่นวายนั่นเอง
“เนี่ย ความจำ…มันสร้างจากเรื่องเล็กๆ ที่เจ๊งแบบนี้แหละ” ปาร์คพูดเป็นคนแรก ก่อนที่ทุกคนจะหัวเราะกับความซวยครั้งนี้ไปอีกครั้ง
แจมปิดท้ายเสียงสดใส “ปีหน้าขอใช้ของจริงหมดเลยนะ… ยกเว้นพิธีกรปลอมอะ กูชอบ”