หอพักพร้อมซวย…เมื่อคนซื่อกับคนคิดมากมาอยู่ด้วยกัน
เสียงนาฬิกาปลุกร้องดังลั่น วิวสะดุ้งเฮือกขึ้นมาแล้วรีบปิดเสียง ใจเต้นนัวๆ กลัวรบกวนใครข้างห้อง ทั้งที่นี่แค่หอพักชายชั้น 4 ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังกรนแข่งกับนาฬิกาอยู่ แต่สำหรับวิว ทุกเสียงมีผลต่อการที่เพื่อนห้องข้างจะรักหรือเกลียดเขา พร้อมกับความคิดว่าแค่วันแรกก็อาจเป็นจุดเริ่มแห่งชีวิตใหม่หรือหายนะ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เติร์ก หนุ่มโคตรอารมณ์ดี ทรงอีซี่สายซื่อเดินเข้าห้องมาแบบไม่มีพิธี รีบพูดทันที“เอ้า! ปลุกตัวเองได้ก็เท่แล้ว อยู่ด้วยกันสบายเลย อย่ากังวลนะ ห้องเราอะไรก็ได้!” พร้อมรอยยิ้มล้นโลก วิวรีบพยักหน้าตอบสนองโดยอัตโนมัติ
“นาย…ชอบกินอะไรรึเปล่าเนี่ย เดี๋ยวเราจะเตรียมให้ ตรงเวลาเป๊ะ ๆ เลยนะ” วิวเสนอ เพื่อสร้างภาพลักษณ์เพื่อนดี เติร์กงง ๆ “ข้าวอะไรก็ได้ กินของบนห้องก็โอ กล้วยก็อิ่ม นอนก็ได้ เอาอะไรมากมาย”
“กล้วยเหรอ?” วิวคิดในใจว่านี่เขาจะใช้ชีวิตกับคนแบบไหนกันแน่ เลยพยายามทำตารางเวลาห้อง เขียนบอร์ดแจ้งเตือนตรงประตู เติร์กเห็นแล้วยิ้ม ๆ “โอ้โห ตั้งใจขนาดนี้ คนขยันห้องเรานี่แหละ!”
วิวดีใจที่อย่างน้อยแผนคุมสถานการณ์เริ่มต้นด้วยดีจนถึง…เสียงเคาะประตูปัง ๆ เพื่อนห้องข้าง ๆ มาขอร้องแบบงึก ๆ “พี่ครับ เสียงเพลงเมื่อเช้าใครเปิดอะครับ” วิวหน้าซีด “ขอโทษครับ! ผมเอง…ขอโทษมาก ๆ นะ!”
“เราเปล่าเปิดนะ” เติร์กโพล่ง “ผมไม่ค่อยตื่นเช้า ยังจริง ๆ นอนอยู่นี่ เฟรชชี่ เพิ่งย้ายมาเหมือนกันอะครับ” วิวดันเกิดความกังวลใจเพิ่ม ด่านแรกก็โดนเข้าใจผิดซะแล้ว
ช่วงบ่าย วิวเสนอ “เราควรตั้งกลุ่มไลน์ห้องมั้ย เติร์กเผื่อสื่อสาร” เติร์กเปรยง่าย “ก็ตะโกนเรียกก็ได้มั้ย? ไลน์งง ๆ นะ พิมพ์ช้า” วิวส่ายหน้า “มันไม่เหมือนกัน…” จากนั้นพยายามเกลี้ยกล่อมแบบละเอียด เติร์กก็ยอม แต่พิมพ์ผิดรัว ๆ ส่งสติ๊กเกอร์มั่ว ๆ จนกลุ่มไลน์กลายเป็นห้องสนทนาเอ๋อซะงั้น
วิวเห็น เติร์กพิมพ์ “วันนี้กินลาบเปล่า?” ลงกลุ่ม ทั้งที่สมาชิกคนอื่น ๆ ไม่รู้จักและบางคนไม่กินเผ็ด กลายเป็นประเด็นถกเถียงว่าใครบังคับใคร ทุกคนดราม่า เรื่องดีกลายเป็นบูดเร็วสุด ๆ
“นี่แค่วันเดียว ทำไมเพื่อนใหม่ต้องเครียดขนาดนี้วะ” วิวบ่นกับตัวเอง เติร์กหัวเราะ “สบาย ๆ เดี๋ยวทุกอย่างก็จบ!”
กลางคืนทั้งสองพยายามหาทางแก้ไข ข้อความในกลุ่มกลายเป็น meme และมุขล้อเพื่อนใหม่ วิวรู้สึกถูกตำหนิผิด ๆ พยายามพิมพ์ขอโทษแต่โดนตอบสั้น ๆ “ไม่เป็นไร” ยิ่งทำให้รู้สึกผิดหนักเข้าไปอีก
เช้าวันต่อมา วิวตั้งใจจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ เอาถุงขนมไปฝากห้องข้าง ๆ พร้อมโน้ตน่ารัก “ขอโทษสำหรับเสียงเมื่อวาน” ทันทีที่ห้องข้าง ๆ เปิดเจอ ขำกลิ้งแล้วตะโกนกลับมา “ไม่เห็นเป็นไรเลย! ฟังเพลงแล้วสดชื่นดี!” วิวเกาหัว เขิน ๆ เติร์กโผล่มาตบหลัง “นี่! เห็นมั้ย ไม่ต้องคิดมาก!”
ในห้องหอพัก สมาชิกใหม่เริ่มชวนกันไปเล่นบอร์ดเกม วิวต้องแปลกใจที่เขากลายเป็นคนที่ถูกคอยจับผิดเรื่องกติกา ขณะที่เติร์กเล่นผิดทุกตาแต่ไม่มีใครว่า เติร์กหัวเราะ “ทุกคนมีความเข้าใจในวิธีของตัวเอง” ขณะที่วิวเริ่มรับรู้ความแตกต่างของแต่ละคนมากขึ้น
ค่ำวันหนึ่ง วิวอาสาช่วยเพื่อนห้องข้าง ๆ ซักผ้าเพราะกลัวอีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าตัวเองไม่ช่วยเหลือ เติร์กถึงกับถาม “ตกลงว่านายเป็นเจ้าของหอรึไง” วิวฝืนยิ้ม “ก็…แค่อยากให้ทุกคนชอบ…”
วันต่อมามีเหตุการณ์ขโมยของกินในตู้เย็นห้องรวม วิวกลัวมาก กลัวโดนเพื่อนใหม่เข้าใจผิดไปอีก เลยจัดแผนสืบคดีใหญ่แบบนักสืบ ติดโน้ตบนของกินทุกกล่อง ‘นี่ของวิว!’ ‘อย่าแตะเด็ดขาด!’ ‘กินแล้วแจ้ง วิว 508’ จนกลายเป็นที่ล้อในกลุ่มหอพัก เติร์กหัวเราะจนท้องแข็ง “ออกข่าวด้วยปะเนี่ย นายกับโยเกิร์ตเนี่ยร้ายสุดละ”
แต่แล้ว สมาชิกคนนึงแอบกระซิบในกลุ่มว่า “ไอ้ขโมยต้องเป็นนายวิวแน่เลย”—วิวตกใจมาก รีบปล่อยข้อความยาวเฟื้อยชี้แจง ทุกคนอ่านแล้วเงียบ นักศึกษาตัวจริงเจ้าของกล่องโยเกิร์ตตัวจริงกลับมา เห็นโพสต์และมุกโน้ตหัวเราะเสียงดัง แล้วชวนวิวร่วมแจมมุก
เติร์กลองถามวิว “นายคิดว่าเวลาทุกคนขำเนี่ย เพราะเค้าล้อ หรือเค้ารับรู้นิสัยจริง ๆ?” วิวส่ายหน้า “ไม่รู้เลย…รู้แต่เหนื่อยมากอะ” เติร์กยักไหล่ “ก็ให้นายเป็นตัวของตัวเองไงทุกอย่างมันจะง่ายขึ้นเยอะ”
เรื่องเริ่มบานปลายจริงจัง เมื่อกลุ่มห้องข้าง ๆ บ่นเรื่องเสียงรองเท้าเดินย่ำตอนกลางคืน วิวพยายามเขียนกฎเข้มงวดแปะทั่วห้อง เติร์กแกล้งแปะโน้ตตอบกลับ “เงียบแบบวิญญาณ”! สุดท้ายเพื่อนใหม่เข้ามาแซวกันยกใหญ่ว่าห้อง 508 คุมทุกมิติ วิวทั้งขำทั้งอาย สุดท้ายทุกห้องตกลงกันให้ 508 เป็นหัวหน้าชั้นแบบงง ๆ เพราะคิดว่าเป็นคนตื่นตัวดูแลส่วนกลาง
วิวฝืนยิ้ม ฝั่งเติร์กหัวเราะเบา ๆ “นายนี่แปลกนะ อยู่เฉย ๆ ก็กลายเป็นหัวหน้าได้ซะงั้น!” วิวถอนหายใจ “เราว่าเราเกินไปมั้ย” เติร์กปลอบ “ไม่นะ อย่างน้อยนายก็ไม่เป็นขโมยโยเกิร์ตแล้วไง!”
ฤดูสอบกลางภาคมา ทุกห้องระส่ำ วิวเสนออ่านหนังสือร่วมกัน เติร์กเอาแต่ชงเล่นบอร์ดเกม จนสุดท้ายกลุ่มหอพักอ่านไม่จบ แต่ทุกคนหัวเราะจนเครียดหาย
กลางดึก วิวได้ยินเสียงสะอึกในห้องน้ำรวม จึงรีบถือยาดมวิ่งไปช่วย แต่เผลอหยิบขวดผงซักฟอกแทน สมาชิกที่สะอึกหัวเราะจนลืมหยุดไปเฉย เรื่องราวกลายเป็นมุกเล่ากันต่อในกลุ่มไลน์จนถึงเช้า
ความเข้มข้นถึงจุดสูงสุดเมื่อวันประชุมหอพัก วิวเขียนบทพูดยาวเหยียดเรื่องมารยาท เพื่อนข้างห้องยกมือขอตัดบท “พอเหอะพี่ เดี๋ยวหาว่าง่วง” เติร์กรีบเสริม “พอมั้งพี่ วันนี้เดินเยอะ เดี๋ยวขาจะเป็นตะคริว” กลายเป็นทั้งห้องเฮ แล้วใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นรวมตัวเล่นโทรศัพท์แทน
หลังประชุม วิวปรารภกับเติร์ก “จะมีใครชอบเราแบบที่เราเป็นมั้ย?” เติร์กหันมา “ไม่ลองเป็นตัวเองจริง ๆ ดูล่ะ” วิวหยุดคิด แล้วลองคุยน้อยลง ฟังมากขึ้นในช่วงสัปดาห์ต่อมา ปรากฏว่าทุกคนเริ่มเปิดใจและไม่มีใครระแวงเขาอีก
ท้ายสุด ความวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อรวมตัวสองนิสัยขั้วตรงข้าม ไม่เพียงแต่สร้างมุกขำขันมากมายให้หอพักเท่านั้น แต่ยังทำให้ทั้งสองเรียนรู้ที่จะยอมรับข้อบกพร่องของกันและกันและอยู่อย่างสบายใจ
วันสุดท้ายของเทอม วิวจัดปาร์ตี้อาหารเช้า เติร์กหิ้วกล้วยมาแจกทุกคน เสียงหัวเราะดังไม่หยุด เพื่อนใหม่ตะโกน “ปีหน้าขออยู่ห้องนี้ต่ออีกนะ!” วิวหัวเราะ “สบายสิ ถ้าไม่กลัวโน้ตแจ้งเตือน!” เติร์กตอบ “กลัวขโมยโยเกิร์ตมากกว่า!” ทั้งหอหัวเราะพร้อมกัน ความอบอุ่นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ค่ำวันสุดท้าย เติร์กบอกวิว “คนเราเนี่ยอย่าคิดมากไปนัก บางทีทุกอย่างมันง่ายกว่าที่คิด นายแค่เป็นนายก็พอแล้ว” วิวยิ้มอย่างโล่งใจ ทิ้งท้ายด้วยมุก “แล้วนายล่ะ จะเลิกกินกล้วยมั้ย?” เติร์กสวน “ไม่มีวันอะ ห้องเราต้องมีคนแปลกอยู่อย่างน้อยหนึ่ง!”
เสียงหัวเราะดังกังวานขึ้นอีกครั้ง กลายเป็นหอพักที่เปลี่ยนจากวุ่นวายเป็นมิตรภาพสุดฟีลกู๊ดและความทรงจำตลกแปลกใหม่ที่ไม่มีใครลืม