ชมรม(ไม่)ลับ ฉบับสองเพื่อนแสบกับหนึ่งกระต่ายหลง
ฝนเพิ่งหยุดตก กลิ่นดินชุ่มชื้นโชยคลุ้งทั่วรั้วโรงเรียนมัธยม ‘เทศบาลพฤกษา’ เงาสองร่างวิ่งตะกุกตะกักหลบฝนใต้ชายคาอาคารเรียน ต้น เด็กชายรูปร่างผอม ผมหยักศกอุปนิสัยใจร้อน คว้าเป้ข้างลิน เพื่อนสาวขี้คิดมากผู้มีอุปนิสัยระวังระไว มือข้างหนึ่งถือชีทชีวะ อีกข้างพยายามร้องห้าม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ต้น! อย่าวิ่ง เอาไว้ก่อน เดี๋ยวบนนั้นลื่น…” เสียงลินขาดตอนเมื่อรองเท้าของต้นลื่นปื้ดจนต้องจับแขนลินไว้ ทั้งคู่หัวเราะคิก
ทั้งสองกระหึ่มมุมตึก เพราะใต้บันไดเห็นกล่องลังเก่า ๆ มีเสียงขยุกขยิกดังเบา ๆ ต้นมองสบสายตานิ่ง ๆ แล้วแกล้งแหย่ “เฮ้ย…ลิน คิดว่าเป็นผีปะ?”
ลินกลืนน้ำลาย คนขี้ระแวงสุดในโรงเรียนเงียบไป ก่อนจะขยับแว่นแล้วลองเพ่ง เจ้ากล่องเคลื่อนเองได้ ต้นกลั้นหัวเราะเดินนำ ข้างในมีกระต่ายขาว-เทาหน้าตาบ๊องแบ๊ว เจ้าเนม
“พระเจ้า…ใครเอากระต่ายมาทิ้งวะ!” ต้นอุทาน ลินนิ่งไป กังวลใจ “จะทำไงดี ถ้าอาจารย์เจอนี่โดนหาว่าขโมยของโรงเรียนอีกแน่…”
“เอาน่า เดี๋ยวต้นเลี้ยงเอง ยังไงซะต้นดีกว่าตำรวจจับกระต่ายแน่!”
เสียงแหลมเล็กขัด “นายแน่ใจเหรอ! นายเคยเลี้ยงแค่ปลากัดครั้งเดียว มันยังซึมจน…” ต้นทำหน้ายู่ “ก็อันนี้มันเดินได้นี่!”
ลินมองดูเจ้ากระต่ายอีกที คราวนี้มันปีนกระเป๋าเธอ แล้วไปเคี้ยวชีทชีวะเข้าอย่างตั้งใจ “โอ๊ย เนม! ชีทชีวะชั้น!”
ต้นกระพริบตา “เออ ตั้งชื่อให้มันเลยนะ!”
เสียงสัญญาณออดเข้าแถวดัง ทั้งคู่ตัดสินใจอุ้มเจ้ากระต่ายไปซ่อนในล็อกเกอร์ ตอนนั้น ต้นยังไม่รู้ว่า จุดเริ่ม “ปัญหาน้อย ๆ” นี้…จะพาเดินเข้าสู่สงครามอารมณ์เต็มรูปแบบ
ชั้นเรียนแรกทั้งสองพากันใจไม่อยู่กับตัว ลินเอาแต่หันไปมองประตู หูเงี่ยฟังเสียงคนมา ต้นพยายามทำตัวเนียน แต่แล้วเสียง “ปุ๊บปั๊บ” ดังจากใต้โต๊ะ อาจารย์โสรัจน์มองมา น้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ต้น มีอะไรใต้โต๊ะ ยื่นขามา”
ต้นยิ้มแหย ลินถลึงตาใส่ ก้มดู เห็นเจ้ากระต่ายเนมโผล่มาสะบัดหูกินกระดาษข้อสอบต้นพอดี!
ทั้งห้องกลั้นหัวเราะ อาจารย์หน้าเข้ม “ตลกมาก เอากระต่ายออกไป แล้วไปหาข้อหามาอธิบายนอกรอบด้วย”
ต้นกับลินโดนเรียกเข้าห้องปกครอง ครูฝ่ายปกครองไม่รู้จะเทศนาเรื่องไหนก่อน ระหว่าง “แอบเอาสัตว์เข้าโรงเรียน” หรือ “โกหกว่ากระต่ายมาด้วยตัวเอง” ต้นพยายามอธิบายแบบเต็มปากเต็มคำจนลืมหายใจ ลินยิ่งหน้าเสีย
“คือ…กระต่ายมันพูดไม่ได้คร้าบ แล้วลินก็แค่กลัวมันหิว…”
ครูผู้ดูแลเปรยเสียงหนัก “ถ้าแน่จริง ขอเห็นกระต่ายเดินตามมือ หรือให้มันตอบคำถามก็ได้นะ”
ต้นหัวเราะกลบเกลื่อน “หนูลองสอนมันแล้วครับ แต่มันตอบเป็น…เอ่อ ภาษาเงียบ…”
ลินใจกล้าขึ้นมา “หนูขอรับผิดค่ะ แต่ว่าเราจะช่วยดูแลมันเองจริง ๆ ถ้ามีชมรมหมอนี่ก็…!” เธอหมายถึงต้น แต่พลั้งปาก ครูจับใจความ “งั้นรับผิดชอบ ตั้งชมรมดูแลสัตว์เล็กน่าจะดี ไม่ครบสามคนก็ชวนใครมาเพิ่ม!”
ต้นอ้าปากค้าง ลินหันมองเพื่อนรัก “นายจัดซะเองเลย!…”
ข่าวลือแพร่ไปเร็วกว่าไวรัส ทุกคนคาดว่า “ชมรมเลี้ยงสัตว์อาถรรพ์” จะตามทันที มีตั้งแต่ข่าวว่ากระต่ายเป็นสัตว์ทดลอง ไปจนถึง “กระต่ายอาจจะพูดกับผีได้”
ต้นอยากได้สมาชิกคนที่สาม จึงลาก นัฏ—เพื่อนขี้เซาแห่งห้อง 2 มา เสนอ “ข้าวฟรีกับนมถั่วเหลืองอาทิตย์ละห้า!” นัฏที่ความฝันเดียวคือ “หลับอย่างสงบใต้โต๊ะ” โดนลากมาแบบงง ๆ เพราะเข้าใจไปว่าชมรมดูแล “หมอนข้าง” ไม่ใช่ “สัตว์”
นัฏเข้าชมรมวันแรก “ไหนวะหมอนของชมรม?” ต้นอมยิ้ม ลินถอนหายใจ “หมอนข้างคือภาษาเปรียบเปรยไง ไม่ใช่หมอนจริง”
นัฏงัวเงีย “โห หลอกเติมสมาชิกใช่ไหม? แล้วฉันได้อะไรฟรี?”
“ข้าวฟรีกับนมอย่างว่าไง”
อีกวันชมรมเปิดอย่างไม่เป็นทางการ เจ้าเนมนั่งแทะใบไม้ นัฏนอนข้าง ๆ ต้นวาดภาพโฆษณาชมรมติดอยู่เหนือกรง “เข้าสนิทกับสัตว์เลี้ยง จะได้เพื่อนใหม่ทุกวัน!”
นักเรียนที่ผ่านไปมาตีความโปสเตอร์ “ชมรมคุยกับสัตว์ได้” ลินเห็นฝูงเด็กเดินมาขอให้ช่วยถอดรหัส “เสียงกระรอก” หรือ “ขอให้กระต่ายทำนายเลขหวย” ลิน “เหงื่อตกแรง”
ต้นพลันปิ๊งแผนโปรโมท เดินไปแจกใบปลิวหน้าห้องอาหารโรงเรียน “เพื่อน ๆ ใครยังไม่เข้าชมรมเลือกชมรมกระต่าย!” ใบปลิวเขียนว่า ชมรมสามารถถอดรหัสจิตใจสัตว์เล็ก—แน่นอน ต้นเข้าใจผิดคำว่า “Animal Psychology” เป็น “พูดคุยกับสัตว์ได้”
ลินรีบดึงหลังเสื้อ “ต้น! เราไม่ได้คุยกับสัตว์ได้จริง ๆ นะ!”
ต้นทำสีหน้ามั่นใจสุดขีด “แต่ถ้ามีใครถามก็บอกว่า เจ้าเนมอ่านใจคนได้นะเว้ย!”
ช่วงบ่ายวันศุกร์, อาจารย์โสรัจน์เดินมาเยี่ยมชมรม เจอกระต่ายนอนทับแผ่นกระดาษพับรูปเรือ สัตว์กินกระดาษไปแล้วสองแผ่น “ชมรมมีอะไรเป็นกิจกรรมพิเศษไหม?”
ต้นคิดว่าอาจารย์อยากได้แผนกิจกรรมใหม่ จึงเสนอ “สร้างสายใยมิตรภาพระหว่างสัตว์กับมนุษย์ โดยการทำให้เนมเลือกขนมปังที่ซ่อนไว้!”
อาจารย์ “…แสดงให้ดูเลย”
ต้นแอบเอาขนมปังซ่อนไว้ใต้หมวก ลินกระซิบ “ต้น นายซ่อนไว้ในหมวก มันได้กลิ่นแล้วดูเดาไม่ออกจริงเหรอ?”
ต้นยิ้มมั่น “ชัวร์ อาจารย์ไม่มีวันรู้!” เจ้าเนมกระโดดข้ามหมอนข้างไปหยิบขนมปังทันที ผล: ขนมปังตกแตกกระจายเต็มพื้น อาจารย์ถอนใจ “อย่าทำโรงอาหารเลอะเทอะอีก”
ข่าวชมรมกระต่ายดังระเบิด คนเข้าใจว่าจะมีทริปฝึกกระต่ายเล่นละคร วันต่อมา เด็กห้องอื่นเอากิ๊ฟติดผมน่ารัก ๆ มาให้เนม “ให้กระต่ายแสดงร้องเพลงหน่อย!”
ต้นกับลินจัดโปร “วันแสดงของกระต่าย” นัฏนอนคว่ำหลับใต้โต๊ะ เจ้าเนมปีนสะพานไม้ไปยืนบนกล่อง ลินแปลกใจ ทำไมเด็กทุกคนเงียบ
ต้นกระซิบลิน “เราเข้าใจผิดหรือเปล่าว่า อาจารย์หมายถึงกิจกรรมช่วยเหลือสัตว์จริง ๆ ไม่ใช่แสดงโชว์เนม?”
เสียงเชียร์ปลุกนัฏจากความฝัน “ขอเพลงหนึ่ง!”
ต้นกระตุ้นเนม “เนม! กระโดดไว!” เจ้าเนมหันหลัง ยื่นหูให้ เสียงหัวเราะดังทั้งห้อง
ช่วงค่ำวันหนึ่ง ระหว่างที่ต้นกับลินนั่งทำพิมพ์โปสเตอร์ชมรมเพิ่ม เสียงโทรศัพท์ของลินดังขึ้น เป็นอาจารย์โสรัจน์
“อาจารย์ขอเช็คว่าชมรมวางแผนรับเลี้ยงสัตว์ตัวอื่นไหม?”
ลินหันไปมองต้น ต้นทำท่าพร้อมรับ “อยากรับอะไรก็ได้นะครับ!”
อาจารย์นิ่งคิด “อาทิตย์หน้ามีงานวันเปิดบ้านโรงเรียน ลองทำกิจกรรมโชว์ความสามารถดูแลสัตว์ให้น่าสนใจ ครูจะมาดูผลงาน”
ทั้งสามแตกตื่น: ต้นอยากแสดง “ละครสัตว์”, ลินคิดเรื่อง “สอนวิชาการ”, นัฏเสนอ “หมอนข้างเหินฟ้า”
แผนแรกคือเตรียมโชว์ “การสื่อสารกับเจ้าเนม” โดยแกล้งให้ต้นถามคำถาม แล้วลินแปลความเฉพาะกิจ นัฏเตรียมป้าย “ยินดีต้อนรับชมรมหมอนข้าง” อย่างมึน ๆ
ซ้อมครั้งแรก ลินถาม “เจ้าเนมจะแสดงอะไร?” ต้นแปลให้กระต่าย (จริง ๆ คือกะให้วิ่งตามกลิ่นแอปเปิ้ลที่แอบซ่อน) ผลคือ เนมหยิบรองเท้านัฏไปแทะ เล่นเอานัฏร้อง “จะเอารองเท้าคืน!”
ซ้อมอีกรอบ ต้นเครียดหนัก “เจ้าเนม นายต้องช่วยเพื่อนแล้ว!” ลินพูดเล่น “นายลองพูดเป็นกระต่ายสิ” ต้นแสร้งทำเสียงตุ้บ ๆ “เนมบอกว่า…อยากกินแครอท”
นัฏสวน “แต่ไม่มีใครเอาแครอทมา!” ทุกคนหัวเราะ แผนพินาศอีกตามเคย
ใกล้วันงานเข้าไปทุกที ลินกับต้นเริ่มเครียด นัฏยังชิล “งานนี้เกี่ยวกับหมอนจริงเหรอ?”
ลินเหล่มองเพื่อน “เกี่ยวกับสัตว์! ยิ่งกว่านั้นยังไม่รู้เลยว่าจะแก้หน้าอาจารย์ยังไงดี” ต้นทำทีมั่นใจ “ยังไงฝีมือคนเราก็งัดเอาตัวรอดได้” ลินถอนหายใจ “มั่นผิดมาตลอดนะนาย”
วันงานเปิดบ้านมาถึง คณะอาจารย์และแขกแวะมาชมบูธชมรม กระต่ายเนมถูกแต่งชุดแฟนซี (ที่ความจริงเป็นเศษผ้าเช็ดเท้า) ต้นกับลินชูป้ายชมรม “บูธสื่อสารกับสัตว์” ต้นยิ้มร่าเริงหันไปบรรยายเรื่อง “ภาษากระต่าย” อย่างมั่วสุด ๆ
อาจารย์ถาม “กระต่ายพูดได้ยัง?” ลินหัวเราะแห้ง ๆ “กระต่ายแปลกแค่ไหน ก็ยังพูดให้คนฟังรู้เรื่องไม่ได้ค่ะ”
เด็กอนุบาลขอให้เนมดำน้ำกระถางน้ำ ใคร ๆ ก็ลุ้น แต่เนมกระโดดไปแทะสายไฟเปิดไฟโชว์วิทยาศาสตร์แทน! ทั้งโรงเรียนตื่นตกใจ ต้นวิ่งไล่จับ ลินเกือบร้องไห้ นัฏตะโกน “ระวังหมอนข้างหล่น!”
บรรยากาศวุ่นวาย อาจารย์เข้ามาถาม “ชมรมนี้ตกลง สอนอะไร?”
ต้นยิ้มแห้ง “สอนไม่ให้คนมั่นใจผิด ๆ แบบผมครับ” ทั้งห้องฮากันใหญ่
เมื่อคลื่นความวุ่นวายสงบลง ลินเอื้อมจับมือเพื่อน “เราห่างไกลเรื่องสัตว์สุด แต่ใกล้ใจที่สุดล่ะ”
นัฏหัวเราะมือยีผม “คราวหน้า ทำชมรมหมอนข้างจริง ๆ ดีกว่า!”
เสียงหัวเราะคลายความกังวล ทุกคนสานสัมพันธ์ขึ้นใหม่ ต้นยิ้มให้เจ้าเนม “นายเก่งที่สุดแล้ว เจ้ากระต่ายซ่า” ลินยิ้มบาง ๆ “และคนมั่นใจผิด ๆ อย่างนายก็นำโชคให้พวกเราจริง ๆ”
เนมขยับหูน้อย ๆ ก่อนปีนกลับไปแทะชีทชีวะของลิน — บทสรุปความวุ่นป่วนและมิตรภาพที่ความเข้าใจผิด ได้กลายเป็นความสุขใจประจำโรงเรียน