ภารกิจเฟี้ยว! ก๊วนแก๊งโรงแรมจอมป่วน
เสียงโทรศัพท์โรงแรมดังขึ้นในเช้าวันอาทิตย์อันเงียบเหงา ห้องล็อบบี้เก่า ๆ เงียบเชียบจนได้ยินเสียงพัดลมหมุน ภูผา เด็กฝึกงานรูปร่างสูงโย่ง ใส่เสื้อเชิ้ตหลวมโพรก รีบคว้าวิทยุสื่อสารแบบเกินเหตุ “รับทราบครับ! ล็อบบี้พร้อมให้บริการ! สายไหนครับ?”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะมีเสียงดุกึ่งงัวเงียของต้นน้ำเพื่อนฝึกงานอีกคน “ภู นายไม่ต้องรับโทรศัพท์โรงแรมก็ได้ มันปลุกฉันทุกเช้า…”
เจนี เด็กฝึกงานหญิงผู้ชอบขมวดคิ้ว เปิดประตูเข้ามา “เมื่อคืนใครเดินชนกาน้ำลวกเตาไฟฟ้าคะ ตึกฉันกลิ่นไหม้ไปทั้งชั้นแล้วนะ?”
ภูผาทำหน้าเหวอ ขยับแว่นพลาสติกแบบมั่นใจ “ไม่รู้สิ อาจจะเป็นหนู…หรือไม่งั้นก็กระรอก”
นัท ใส่แว่นหนาเตอะ สวมรองเท้าคู่ขาวเดินเข้ามาเปิดสมุดโน้ต “ทุกคน! ทำไมคะแนนรีวิวโรงแรมล่าสุดลดเหลือ 1.7 ดาว? ป้าแม่บ้านยังบ่นว่าห้องน้ำตรงชั้น 2 ประตูติดเพราะลูกบิดบวม”
เจนีถอนหายใจ “ตั้งแต่โรงแรมฝึกงานเราเปลี่ยนเป็น Host ของกลุ่มเด็กอินเตอร์ แขกก็วุ่น ๆ ตลอด มีคนโทรแจ้งว่าแมวหายที่ลานจอดรถตั้ง 3 รอบเมื่อคืน”
ต้นน้ำเลิกคิ้วแบบงง “ฝรั่งเรียกแมวว่า cat ? หรือเรียกแมวว่า cab นะ ฉันฟังผิดแน่ ๆ เลย ไปหารถสีส้มอยู่ครึ่งชั่วโมง…”
เสียงอินเตอร์คอมแทรกเข้ามา “นักศึกษาทุกคน พบผู้จัดการที่ห้องประชุมเดี๋ยวนี้!”
ภูผาหันไปยักไหล่แบบพระเอกหนังอินดี้ (ในจินตนาการตัวเอง) “แผนการเปลี่ยนโรงแรมเราต้องมาแล้วล่ะ ยึดมันไว้ให้มั่นนะพวกเรา!”
ในห้องประชุม ผู้จัดการตาดุเลื่อนแว่นกรอบดำพลางวางกระดาษปริ๊นท์อย่างแรง “ไอ้เรื่องคะแนนรีวิวตกนี่แหละ ส่งผลกับโบนัสเด็กฝึกงานปลายเดือนนะ! ถ้ากลับมาสองดาวได้ในวันเดียว ฉันจะให้เงินรางวัลพิเศษเอง”
ภูผาแทบจะกระโดดออกจากเก้าอี้ เมื่อนึกภาพธนบัตรในมือ “ใช่เลย! ถ้าเราทำรีวิวขึ้นวันนี้ เราก็ได้เงินทันทีใช่ไหมครับ!”
เจนีเหล่มองพร้อมถอนหายใจ “เอ๊ะ ความจริง…เขาอาจไม่ได้หมายถึงเงินสดวันนี้นะ แค่พูดให้กำลังใจหรือเปล่า…”
ต้นน้ำตีหัวภูผาเบา ๆ “โธ่! ภู จะรีบฟันธงไปแฟลตว่าได้เงินวันนี้เลยเนี่ยนะ นายเชื่อใจผู้ใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
นัทยืดอกอ่านจากโน้ต “ในข้อบังคับ นักศึกษาต้องรักษาชื่อเสียงโรงแรม ถ้าล้มเหลว…อาจโดนรีพอร์ทกลับมหาวิทยาลัยนะ”
แต่ภูผากลับเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม ถึงขั้นแจกแจงแผนงานในใจทันที “เราต้องปรับปรุงโรงแรม “ฟื้นคืนชีพ”! มาสร้างคืนที่แขกทุกคนประทับใจในแบบที่พวกเขาไม่เคยพบ!”
เจนีตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ “ทีนี้ล่ะ หายนะแน่ ๆ ถ้าภูเป็นคนจัดทีม…”
ฉากต่อมา ภูผากางสมุดวาด (ที่ไม่ค่อยชัดนัก) วางแผนการ “ปรับปรุงบรรยากาศ” ตั้งแต่เตาปิ้งขนมปังยันทำโปรแกรมโชว์พิเศษในล็อบบี้ช่วงค่ำ “คืนนี้! จะมีดนตรีสดจากยูทูบ…เอ้อ เดี๋ยว…หรือเราอัดเสียงเองดี?”
นัทมีหน้าตาจริงจังอยู่เสมอ “แต่เรื่องรายการอาหาร…ไหนว่าสั่งลาซานญ่าปีก่อนเย็นนี้เจอปลาเค็มอยู่ในซอสนะ…”
ต้นน้ำเดินวนรอบผ้าม่าน เอานิ้วโยกไฟในล็อบบี้ “นายรู้ไหม? ไฟสลัวแบบนี้บางทีแขกอาจจะชอบก็ได้เผื่อโรแมนติก”
เจนีพูดเสียงเบาหลังจากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “แขกคนล่าสุดชื่อคุณปุยฝ้าย เพิ่งโพสต์รีวิว ‘โรงแรมเงียบดี แต่กลิ่นข้าวผัดเมื่อวานยังอยู่’…”
ภูผาจดลงสมุดทันที “เปลี่ยนเมนูเช้า! ใช้กลิ่นแฮมเบอร์เกอร์แทน!”
ต้นน้ำแซวด้วยน้ำเสียงกวน ๆ “แล้วกลิ่นซอสดีไหมละ หรือจะจัดโชว์ ‘กลิ่นหอมอบกรุง’ แข่งกับโรงแรมข้าง ๆ”
ทีมตัดสินใจแก้ปัญหาใหญ่ก่อนด้วยการยืมเครื่องกรองอากาศของฝ่ายแม่บ้าน “ไปเอากันเลย!” ภูพูดด้วยน้ำเสียงฮึกเหิมเกินเหตุ
แต่แม่บ้านป้าประไพกลับส่ายหน้า “เด็ก ๆ จะกรองอะไรในโรงแรมโบราณนี่…มีแต่ฝุ่นดักคน ไม่ใช่เครื่องดักกลิ่นเน้อ!”
นัทเสนอจะใช้น้ำมันหอมระเหยแทน ส่วนต้นน้ำดันเอาหัวหอมมาฝานกระจายทั่วล็อบบี้พร้อมพูด “หอมสมชื่อ!”
ผลคือแขกที่เดินผ่านล็อบบี้สะดุ้งน้ำตาไหลไปหมด เจนิ่งงพลางหัวเราะคิก
ในขณะที่ภูพยายามเริ่มกิจกรรมพิเศษ แขกผู้สูงอายุเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเวิร์กช็อปโยคะ เดินใส่ถุงเท้าเข้ามาท่ามกลางบรรยากาศกลิ่นหอมระเหยผสมหัวหอม
ภูผาตั้งใจทำตัวเป็นพิธีกร ประกาศพร่ำในลำโพงด้วยสำเนียงแปลกประหลาด จนแขกร่างใหญ่เดินงง ๆ ซักพัก “เช้านี้…เราจะทำอะไรนะครับ มายืนสูดหัวหอม…?”
เจนีเลยปรับแผนทันทีโดยแอบจับทีมไปอบรมเทคนิคยิ้มต้อนรับแขกในห้องเก็บผ้า ในขณะที่ต้นน้ำเถียงว่าอยากเป็นคนเท่ห์มากกว่าคนใจดี แต่ขณะเดียวกันก็แอบหยิบสบู่ในห้องน้ำมาแจกเป็นของขวัญ จนแขกสับสนว่าโรงแรมมีโปรโมชั่นอะไรหรือเปล่า
แขกบางคนเริ่มเดินงง ขณะที่อินเตอร์คอมเสียงแทรกว่า “ขอให้แพนด้าโชคดี ขอให้เต่าเดินไว ๆ” ซึ่งกลายเป็นตลกทั้งโรงแรม เพราะเสียงหลุดจากการประชุมอีกห้องหนึ่งนั่นเอง
นัทพยายามจัดเรียงโต๊ะอาหารเช้าอย่างเป๊ะ แต่มือแขกต่างชาติกลับผลักถาดตกกระจาย แล้วขอโทษเป็นภาษารัสเซีย นัทหันมาพูดกับเพื่อนว่า “เอาละ แปลไม่ออก…รีบขอโทษเขาด้วยภาษามือแทน”
เจนีรีบโทรหาผู้จัดการเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ดันกดผิดโทรศัพท์เข้าไปที่ครัวแทน กลายเป็นสั่งเมนูไข่ลวกส้มตำหน้าตาแปลก แขกกลุ่มหนึ่งเลยพากันถ่ายรูปส่งรีวิวกันสนั่น
ภูผาพยายามแก้สถานการณ์โดยชวนทุกคนมาเล่นเกมระบายสีซอสมะเขือเทศบนขนมปังเพื่อสร้างรีวิวเชิงบวก แต่ซอสมะเขือเทศหมดกะทันหัน ต้องรีบไปขอยืมห้องครัว จนได้กลิ่นซอสปลอดสารแทน แขกที่แพ้น้ำปลาเกือบระเบิดอารมณ์กลางล็อบบี้
ต้นน้ำเสนอไอเดียให้แจกโชคชั้นพิเศษด้วยการสุ่มจับฉลากซึ่งรางวัลเป็นแชมพูทดลองขวดจิ๋ว กับบัตร Complimentary ห้องน้ำฟรี! สร้างเสียงหัวเราะได้ทันที (แขกคนหนึ่งพูดว่า “ปกติใครเก็บเงินค่าห้องน้ำ?” ต้นน้ำยักไหล่ อ้างว่าโรงแรมสายรักษ์โลก)
ช่วงสาย แขกเริ่มทยอยเช็กเอาต์พร้อมรอยยิ้มงง ๆ ในขณะที่รีวิวเติบโตขึ้นเล็กน้อยแค่ 1.8 ดาว
แต่ภูผายังไม่หมดหวัง จนช่วงบ่ายเกิดจุดเปลี่ยนเมื่อมีเสียงผู้จัดการลอยมาจากอินเตอร์คอม “ทุกคน บ่ายนี้มีคณะนักท่องเที่ยวต่างชาติ 15 คนลงจอดด่วน ขอให้เตรียมรับแขกให้พร้อม รักษาภาพลักษณ์!”
เจนีเบิกตาโพลง “โดนจริงแล้วล่ะคุณ คราวนี้ผิดแผนแน่ ๆ คณะทัวร์ลงกลางฤดูฝุ่น”
ภูผานิ่งคิด แล้วประกาศอย่างภูมิใจ “เราต้องสร้างประสบการณ์โรงแรมแบบ Local!”
ต้นน้ำเห็นแผนเกือบพังแต่อดแซวไม่ได้ “เดี๋ยวแกจะ Local เกิน เหมือนโฮมสเตย์แม่ฉันแน่เลยนาย…”
นัทเสนอจะทำ QR code สำหรับรีวิวอัตโนมัติ ภูผาพยักหน้ารับแรง “ให้เจนีเป็นคนสอนแขกจิ้มมือถือเลย! สุขภาพจิตสำคัญ!”
ทุกอย่างเริ่มวุ่นขึ้น เมื่อนัทดันแจ้งรีเซ็ตไวไฟโดยผิดเวลา ทำให้แขก 15 คนออนไลน์ไม่ได้ นาทีเดียวรีวิวก็ถูกโพสต์ว่า “โรงแรมเงียบ แต่ไวไฟหาย”
ระหว่างที่สถานการณ์จวนพัง เจนีดันเข้าใจผิดคำสั่งภูผาแล้วไปแจกกุญแจไขห้องแม่บ้านให้คณะทัวร์คิดว่าเป็นกุญแจล็อคเกอร์ จนคณะทัวร์สับสน เปิดห้องเจอถุงมือยางกับน้ำยาถูพื้นต่างหาก
แขกคนหนึ่งตะโกนออกมาระหว่างถือไม้ถูพื้น “Is this for spa…?”
ต้นน้ำกลั้นขำเสียงลั่น ตอนที่ภูผาตะโกนตอบว่า “Yes! Spa for the floor! Very traditional!”
สถานการณ์ยิ่งบานปลาย แม่บ้านป้าประไพโผล่มาด้วยเสียงคาดโทษแต่พูดติดตลก “ถ้าเอาถังม๊อบไปอีกแม้แต่ถังเดียว ป้าจะไล่ออกจากตึก!”
คณะทัวร์หัวเราะคลายเครียด ขณะที่แขกบางคนถ่ายรูปคู่กับไม้ถูพื้นโรงแรมแทน
ถึงช่วงเย็น ภูผานำทีมเข้าห้องประชุม สรุปผลงานด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม แต่ทุกคนเสียงตกเมื่อเห็นรีวิวอัพได้แค่ 1.9 ดาว
เจนีถอนใจ แต่ต้นน้ำยังหัวเราะ “มาถึงขนาดนี้ ไม่ควรตั้งความหวังแล้วภู เอางี้ คืนนี้เราปิ้งข้าวโพดแจกแขก คิดซะว่าเลี้ยงรุ่นฟรี ๆ ไป!”
ภูผายืนค้างครู่ ก่อนจะพูดออกมาช้า ๆ “บางทีเราอาจควรรักในสิ่งที่มีแล้วมากกว่าฝันถึงดาว”
ทุกคนฟัง ความวุ่นวายสงบลงเล็กน้อย พร้อมรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะเมื่อแขกชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งยื่นเมล็ดข้าวโพดคั่วให้ “Thank you for the best local adventure!”
เจนีตบบ่าภูเบา ๆ “นายได้เป็นฮีโร่ของมันนี่จริง ๆ ล่ะ แม้ไม่มีโบนัสเลยก็ตาม”
ต้นน้ำ และนัทหัวเราะจนขำค้าง ขณะที่เสียงอินเตอร์คอมสุดท้ายประกาศ “รีโมททีวีล็อบบี้หาย! ใครเจอช่วยแจ้งด้วย!” ทุกคนมองหน้ากันแล้วระเบิดเสียงหัวเราะ ก่อนจบคืนด้วยความรู้สึกว่าถึงเป้าหมายจะเพี้ยน แต่ทีมนี้อบอุ่นสุด ๆ อย่างไม่คาดคิด