ชมรมเตรียมสอบสุดป่วน
เสียงอึกทึกครึกโครมกลางวันแสก ๆ ในห้องชมรมติวสอบ โรงเรียนบ้านปลายนา ราวกับมีสงครามน้ำลายกะทันหัน นักเรียนกลุ่มเล็ก ๆ ห้าคนยืนดูปึกชีทข้อสอบปลิวว่อนอย่างหมดหนทาง หนึ่งในนั้นคือคราม เด็กหนุ่มที่มั่นใจในความเป็นหัวหน้าชมรมมากเกินเหตุ พูดจาฉะฉานเหมือนผู้นำทัพ พยายามควบคุมสถานการณ์การติวที่ไม่มีใครฟังคำสั่งจริง ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“จูน เอาชีทคณิตให้เพื่อนหลังสุดหน่อย อย่าอ่านคนเดียว”
“เดี๋ยวสิคราม มันเพิ่งมาเข้าใจ วันนี้เองนะ ยังไม่ทันจำสูตรอะไรกันเลย ขอกินช็อกโกแลตก่อนจะแบ่งก็แล้วกัน” จูน เด็กหญิงที่คิดมากทุกเรื่อง ตอบเสียดสี พลางหยิบช็อกโกแลตใส่ปาก แล้วรี่หลบตา เวลาถูกจ้องแรง ๆ จะเก้อเขินเป็นพิเศษ
ถัดจากเธอคือเป๋า อัจฉริยะสุดติสต์ที่พูดช้า คำพูดเหมือนว่ายังไม่เสร็จดีในแต่ละประโยค “ผมว่างั้น…เรา…ควร…ถามครูไหม…ว่า…จะอ่าน…จบทันได้ยังไง…”
“ถามครูแล้วครูรู้มั้ยสิเพื่อน จะโหวตผลกันเองไหมล่ะ?” ตามมาด้วยน้ำเสียงจริงจังของธรกิจ สายขยัน ขี้วิตก พูดจาเร็วจี๋ราวกับไล่รถไฟ ชอบโดนแซวว่าดื่มกาแฟข้ามรุ่นคนเดียวในห้อง
ครามยืนเท้าเอว ส่วนฝุ่น เด็กหญิงอารมณ์ศิลป์ พูดน้อยแต่ฟังเก็บทุกอย่าง พลางปาดหน้าจอมือถืออย่างนิ่ง ๆ “วันนี้ประชุมแถลงข่าวรึเปล่า…เสียงดังกว่างานรับปริญญาอีก”
“โอเค๊!” ครามปรบมือเปรี้ยง ทุกคนหยุดทะเลาะเฉพาะกิจ “เป้าหมายวันนี้คืออ่านชีทให้ครบ! ใครไม่ส่งชีทถูกหักคะแนนติว!”
ธรกิจเผลอโวยเสียงสูง “มีคะแนนติวด้วยเรอะ?”
“นั่นน่ะสิ ใครออกกฎ?” ฝุ่นพึมพำทั้งที่ยังจ้องหน้าจอดูภาพแมวเหมียว
“โหวตเหอะ” จูนเสนอ “แต่ก่อนโหวต มีขนมแจกมั้ยเนี่ย?”
เสียงฮึมฮัมของชมรมเปลี่ยนเป็นความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนที่ประตูจะเปิดผางออก ครูใหญ่มุ่นคิ้วเดินเข้ามาพร้อมแว่นตาโบราณ กับใบหน้าจริงจัง “ชมรมนี้ประชุมอะไร ทำไมเสียงดังกันนักหนา?”
ครามก้าวออกไปรับหน้า “เรากำลังติวครับครู…กำลังติวข้อสอบ…”
ครูใหญ่ยื่นจดหมายลึกลับ “นี่เอกสารประกาศสำคัญ ไปแจกกับทุกห้องด้วย”
จูนถึงกับเปรยเสียงเบา “งานเพิ่มอีกแล้ว…”
เป๋าโผล่หน้ามาดู แอบชำเลืองตาไปที่ครู “แล้วถ้าพรุ่งนี้ครูเปลี่ยนใจล่ะครับ…”
“ไม่เปลี่ยน เด็ก ๆ ไปได้ เดี๋ยวปิดห้องให้เอง” ครูใหญ่เสริมเสียงแข็ง ทำเอาทุกคนถอนหายใจกลาย ๆ
หลังครูออกจากห้อง ธรกิจเปิดเอกสารอ่านทันที “เฮ้ย! ประกาศรับสมัครผู้ช่วยงานห้องสมุด!”
“มุกอะไรวะ นึกว่าเรื่องใหญ่อะไร” ครามหัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนหันไปเก็บชีทที่ปลิวเกลื่อน “เอาเถอะ กลับมาโฟกัสชีทก่อน! อยากเอาติวผ่านมั้ย?”
เป๋าเดินงง ๆ ไปหยิบชีทขึ้นมา “ยังไง…ทั้งหมดจะไปช่วยงานห้องสมุด…หรือจะอ่านชีทให้หมดวันนี้ดี?”
จูนโพล่ง “ถ้ามีขนมแจก ฉันเลือกช่วยห้องสมุดนะ!”
“เฉียบมากจูน” ฝุ่นเงยหน้าขึ้นพูดติดตลก “ชีวิตคือการเลือกที่กินดีกว่างาน”
ครามหัวเราะฝืดแต่เริ่มวางแผนในใจ “โอเค เดี๋ยวประชุมจริงจังเลย ใครเห็นด้วยให้เราแบ่งทีมติวกับทีมช่วยงานห้องสมุดบ้าง?”
เสียงตอบสนองไม่พร้อมกันหลุดมาเป็นเสียงหัวเราะ แข่งกันพูดแข่งกันขำจนดูเหมือนไม่มีวินัย แต่จริง ๆ ทุกรอยยิ้มกำลังหลอมรวมขึ้นเป็นทีมเวิร์กแบบมั่ว ๆ
ขณะทุกคนกำลังหาเสียงและลองโหวตแบบไม่เป็นทางการ ธรกิจเกิดไอเดีย “ถ้าแอบส่งเด็กแฝงตัวไปช่วยงานห้องสมุด แล้วที่เหลือแอบอยู่ในห้องติว จะได้ไม่โดนดุ”
จูนขมวดคิ้ว “เหมือนแอบซ่อนตัวเป็นสายลับเลย…”
ครามจุดตาทันที “เฮ้ย เจ๋งว่ะ! เราจะมีสองทีม ทีมนอก ทีมใน!”
ฝุ่นโผล่ปรายตาเบา ๆ “ฟังดูง่าย ๆ แต่จะรอดเหรอ…ถ้าโดนจับได้ ระเบิดลงแน่นอน”
เป๋าพยักหน้าอย่างช้า ๆ “ผมว่า…โอกาสรอด…น้อยกว่ารอดสอบโอเน็ต…”
พูดจบทีมงานก็มึน ๆ กันหมด แต่ความฮาเริ่มตั้งเค้า จาก “ปฏิบัติการสายลับ” ที่แปลงชมรมติวสุดเนิร์ดกลายเป็นแก๊งลับแบบเด็ก ๆ
รุ่งขึ้นก่อนเรียน ครามเดินประชาสัมพันธ์ทีท่ามั่งคั่ง “ทีมใน รายงานตัว!”
ธรกิจ แนบเนียนจนใครเห็นก็ต้องขำกระซิก พยายามสั่งจัดแถวแต่กลับจัดเองไม่ถูก “ใครจะเป็นหัวหน้าทีมนอกดี?”
จูนรีบตอบ “ฉันของฟรีก่อง จองหัวหน้าทีมนอก เพราะทำงานนอกห้องสมุดมีขนม”
ฝุ่นกล่าวเสียงเบา “หัวหน้าแผนขนม…ได้แล้ว…”
เป๋าตบมือช้า ๆ “น่าสนใจ…วันนี้ผม…จะอยู่ฝ่ายเก็บหลักฐาน…”
ธรกิจสงสัย “เก็บหลักฐานอะไรกัน?”
เป๋าตอบเหมือนกำลังคิด “หลักฐานว่าครามตั้งแผนพังหรือเปล่า…”
เสียงหัวเราะของเพื่อน ๆ หมุนวนอยู่ในห้องชาเย็น ก่อนทุกคนกระจายตัวไปทำหน้าเข้มขรึมแบบลับ ๆ ซ้อมสแตนด์บายตาม “แผนลับ” ที่ใครฟังก็หลุดขำ
ขณะทีมนอกเดินเข้าห้องสมุด จูนจัดท่าตัวเองเหมือนนักสืบชั้นครู แต่อีกสี่คนในห้องชมรมแค่แอบเปิดชีทคนละหน้าแล้วเล่นมือถือย้อมใจ
ทันใดนั้นเอง ครูใหญ่กับอาจารย์ฝ่ายปกครองเดินผ่านหน้าห้องชมรมเหลียวมามอง จากมุมมองภายนอก เห็นเด็กกลุ่มหนึ่งแอบก้มคุยซุบซิบ อ่านอะไรไม่รู้ พร้อมสีหน้าลับ ๆ ล่อ ๆ
“ชมรมนี้ดูวุ่น ๆ แปลก ๆ นะ” ครูใหญ่เหล่าตาเอ่ยกับอาจารย์ฝ่ายปกครอง
“เด็กสมัยใหม่มีแผนเยอะ เดี๋ยวจับตาดูไว้ก่อน” อาจารย์ตอบ
ที่ห้องสมุด จูนพยายามเป็นสายลับ โดนบรรณารักษ์ถาม “จะมาช่วยทำอะไรลูก?”
“เอ่อ…มาแจกขนมค่ะ เอ๊ย…มาช่วยจัดหนังสือค่ะ!” จูนเกือบหลุดพลั้ง ดึงถุงขนมข้างตัวไว้แน่น
บรรณารักษ์หัวเราะเบา “ถ้าแบ่งขนมบ้างจะดีมากเลย”
จูนหน้าแตกนิด ๆ แต่มองรอบห้องสมุด เห็นเด็กห้องอื่นแอบมองมา พลางรีบแจกขนมแล้วทำเนียนจัดหนังสือในชั้นไปด้วย
ส่วนที่ห้องติว ครามกำลังบรีฟ “ถ้าครูใหญ่ผ่านมาให้ทุกคนทำหน้าขึงขัง เหมือนกำลังทะเลาะกับโจทย์คณิต”
เป๋ายกชีทขึ้นบังหน้า พูดเบา ๆ “ถ้าครูเห็นหน้าเราแบบนี้ จะนึกว่าเราเศร้าหรือกำลังวางแผนระเบิดห้อง…”
ทุกคนหลุดขำอีกระลอก ครามรีบลดเสียง “เอาจริงเถอะ ถ้าใครถาม พูดเลยว่าเราฟิตร่างกายอ่านหนังสือเพื่อมหาลัย”
ความวุ่นเริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ ยันเวลาบ่ายแก่ ๆ ที่งานสายลับเริ่มเข้าสู่ยุคโอละพ่อ เมื่อครูฝ่ายปกครองจับได้ว่ามีเด็กชมรมแอบเดินเข้าออกห้องรับแขกบ่อยผิดปกติ
ธรกิจใจเสีย “เราโดนจับได้แน่”
ครามยังมั่นใจ “ไม่หรอก แผนเราดี เดี๋ยวค่อยคิดใหม่ถ้าโดนซัก”
ทันใดนั้น ครูใหญ่พาครูฝ่ายปกครองเข้ามาดองอยู่หน้าห้องชมรม
“ขอเข้าไปตรวจเรื่องการติวหน่อย” ครูใหญ่กล่าวเสียงเข้ม
ฝุ่นเหลียวมองหน้าเพื่อนแล้วพึมพำ “ช่วยที มือถือแบตจะหมด จะอัพรูปแมว…”
เป๋าทำหน้าเจื่อน “ความลับ…จะเปิดเผยแล้ว…”
“ไม่ต้องกลัว ขึ้นแท่นหัวหน้าตอบเลย” ครามรีบสวมบทเป็นหัวหน้าใหญ่
“ชมรมคุณ ติวข้อสอบหรือวางแผนอะไร?” ครูใหญ่ถามหน้านิ่ง
“อ่านข้อสอบครับ! มีแบ่งกลุ่มบ้างก็จริง แต่ไม่ได้ทำอะไรผิด!” ครามยืนยันเต็มเสียงแต่เสียงสั้น ๆ เล็กน้อย
ครูฝ่ายปกครองเสริม “แล้วเด็กที่ออกจากห้องไปช่วยงานสมุด ใครสั่งให้ไป?”
ธรกิจกลืนน้ำลาย ก่อนตอบ “เราแบ่งทีมครับ…คือ แบ่งงาน…เอ่อ ได้ดีขึ้นครับ…”
“เด็กสมัยนี้มีระบบจริง ๆ” ฝุ่นพูดแทรกเสียงเบา ครูใหญ่ขมวดคิ้วแน่น
ครูใหญ่ขอรับรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ชมรมติวส่งสรุปกิจกรรมประจำสัปดาห์ทันที ภายในบ่ายวันนั้น
ครามเริ่มลนเล็กน้อย “กะจะติวสอบ กลายเป็นเขียนรายงาน”
จูนเดินเข้ามาจากห้องสมุดในสภาพเศษขนมติดผม “ถ้าใครอยากส่งรายงานให้ชินกับการแจกขนมไปด้วย ฉันขอเป็นผู้ช่วย!”
เป๋านั่งคิด “ผม…เขียนได้ช้า…คงเขียนไม่ทัน…”
ฝุ่นยังแปะหน้าจอ แต่พิมพ์สรุปข้อคิด “วันนี้เรียนรู้ว่า แจกขนมแล้วไม่มีใครสงสัยอะไรเลย”
ธรกิจหันมามองคราม “หัวหน้าชมรมจะรับหน้าที่เขียนไหม?”
ครามถอนใจ “อืม…ก็ได้ ใครจะช่วยบ้าง?”
จูนชูมือ “ฉันจะบรรยายว่าฉันช่วยงานสมุดยังไง เอาเรื่องขนมใส่ไปด้วยมั้ย?”
เป๋าอาสาช่วยจัดหน้ารายงาน “ถ้ารอผมจัดเสร็จ…น่าจะ…พรุ่งนี้เช้า…”
ฝุ่นถาม “มีภาพประกอบรูปแมวด้วยมั้ย?”
ธรกิจพูดเร็วจี๋ “ถ้าพิมพ์ช้าเกินไปฉันทดแทนได้ เขียนมือก็ได้!”
แผนเขียนรายงานสุดมั่วจึงเริ่มขึ้น ฝุ่นวาดแมว จูนแจกขนมกับบรรณารักษ์ เป๋าเขียนช้า ธรกิจเร่งพิมพ์ ครามสรุปใจความมั่ว ๆ กลายเป็นรายงานอ่านแล้วหัวเราะแทบตกเก้าอี้
วันต่อมา รายงานถูกส่งต่อมือครูใหญ่ที่เปิดผ่าน ๆ แต่สะดุดตรงข้อสรุป “ชีวิตคือการเลือกของฟรีกับฝึกทำงานกลุ่มดี ๆ” พร้อมภาพประกอบแมวใส่แว่นกำลังอ่านหนังสือ
ครูใหญ่อมยิ้ม “ก็ยังดีกว่าไม่มีไรเลย…เด็กพวกนี้ตลกดี”
เย็นวันนั้น กลุ่มชมรมรวมตัวกันหน้าห้องชมรม ฝุ่นหันมาพูด “รอดมาได้อีกวัน…”
ธรกิจตอบสวนทันที “รอดสิ แต่ถ้าสอบไม่ผ่าน โดนครูใหญ่ตั้งกรรมการสอบสวนแน่!”
จูนเปิดถุงขนม “อ๊ะๆ แต่ถ้าวันไหนสอบผ่าน ใครไม่แจกขนม ฉันไม่ยอม!”
ครามยิ้มกว้าง “ตกลง ต่อให้ติวยังไงสุดท้ายก็ต้องมีขนมสินะ!”
ทุกคนหัวเราะ เสียงใสๆ พลางเดินออกจากโรงเรียน สีสันของวันวุ่น ๆ กลายเป็นภาพประทับใจที่สร้างรอยยิ้มโดยไม่ต้องมีรางวัลอะไร นอกจากความสุขของการเป็นทีมเดียวกัน
ฝุ่นทิ้งท้ายก่อนกลับบ้าน “กี่แผนก็พัง แต่ก็ยังได้ขนมเพิ่ม…ชีวิตนี้โอเคแล้ว”
ท่ามกลางแสงเย็น กลุ่มเพื่อนเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม อาจไม่ได้ประสบความสำเร็จนัก แต่เรื่องราวของพวกเขาก็กลายเป็นความทรงจำขำ ๆ ที่ไม่มีใครอยากลืม