สภานักศึกษาสุดป่วน: ปฏิบัติการกาแฟร้อน
เสียงกริ่งเช้าวันจันทร์ดังแสบหูขณะนักเรียนทยอยเข้าสู่ห้องสภานักเรียน ประตูสไลด์ออกอย่างรุนแรง ‘ทัพฟ้า’ ประธานสภามัธยมปลายเดินนำหน้ากลุ่ม ดวงตาเต็มไปด้วยประกายความมั่นใจเกินจริง มือข้างหนึ่งกอดแก้วกาแฟพลาสติกที่ดูเหมือนกลัวจะหายไปกับลมหายใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฟ้า! ทำไมวันนี้หน้าดุจัง เราไม่ได้ทำการบ้านผิดอีกใช่ไหม” เสียงใสของ ‘เมไล’ เลขาสาวจอมคิดมากดังขึ้น เธอถือลิสต์กระดาษแน่น ใบหน้าแสดงออกชัดว่าแต่ละประโยคเธอซ้อมมาล่วงหน้า
“โอ๊ยเม คิดมากทุกเรื่องเลยนะ คราวนี้ไม่ใช่การบ้าน…แต่มีเรื่องใหญ่มาก!” ทัพฟ้าทำเสียงซีเรียสเกินเบอร์ จ้องไปยังมุมห้องที่ประจำของเครื่องชงกาแฟประจำสภานักเรียน พลางชี้นิ้ว “เครื่องชงกาแฟ! มันหาย!”
ทันใดนั้น ‘จิ๋ว’ รองประธานร่างผอม หัวไว ปากหมา แต่อาการตื่นเต้นน้อยกว่าใครเพื่อน เดินมาวางถุงขนมลงโต๊ะ “โอ้โห หายเครื่องชงกาแฟ ถึงกับเปิดสภาเช้า? ฟ้า นี่คือเรื่องฉุกเฉินเรอะ?”
“สำหรับสภานักเรียนแห่งนี้ เพราะกาแฟคือหัวใจของความขยัน และหัวใจของประธานคือความขยันเข้าไว้!” ทัพฟ้าประกาศ นักเรียนสามคนที่เหลือ—’นน’ คนใหม่ขี้อายแต่ขยัน, ‘คาวี’ หน้าเข้มช่างกัดจิก และ ‘อุ้ม’ สาวเบลอผู้สนใจแต่ชาดำเย็น—มองทัพฟ้าอย่างสงสัยบาง เบื่อหน่ายบาง
“คนขยันเป็นแบบไหนอ่ะ? ใช้กาแฟเป็นเชื้อเพลิงเหรอ?” อุ้มหัวเราะแห้ง ๆ “ใช่สิ นอนห้าทุ่มตื่นตีห้าแบบประธาน ฟังไม่ออกเหรอเบลอ…” คาวีพูดพลางจดอะไรบางอย่างลงสมุด
เมไลพูดขึ้นเสียงสั่น “หรือมันเดินเองได้… หรือครูฝ่ายโยธามายืมไป แล้วลืมคืน?” ทัพฟ้าขมวดคิ้ว “ไม่มีทาง! ครูฝ่ายโยธาเคยประกาศว่าไม่แตะกาแฟเด็ดขาด วันก่อนยังบ่นเลยว่าเด็กรุ่นใหม่ติดคาเฟอีนเกินเหตุ”
“ถ้างั้น…เป็นไปได้ไหมว่านี่…เรื่องเหนือธรรมชาติ?” นนกระซิบ อุ้มตอบเบี้ยว ๆ “ฟังดูน่าตื่นเต้นกว่างานวันแม่อีก”
ทัพฟ้ากำมือแน่วแน่ “ทุกคน! ภารกิจเราคือสืบหาเครื่องชง และต้องได้คืนมาก่อน 10 โมง! ไม่งั้นเราจะเหนื่อยไปทั้งสัปดาห์นี้แน่!”
จิ๋วลุกขึ้นปรบมือเบา ๆ “โอ้โห ไว้อาลัยให้กาแฟด้วย เหล่าพ้องเพื่อนเตรียมตัวลุย!”
เสียงฮือฮาในห้องพักครู ครูส้ม ครูสาวรุ่นใหม่ใจร้อนที่ใคร ๆ ต่างกลัว เดินหน้าบึ่งมายังสภานักเรียนหลังรับแจ้งว่าทีมเด็ก ๆ ขโมยของไป ครูส้มเอามือกอดอกอย่างไม่พอใจ รอฟังคำแก้ตัวจากทัพฟ้า
ทัพฟ้าวางมาด “คุณครูครับ เครื่องชงกาแฟของสภามันหายครับ แต่…เราเชื่อว่าครูไม่ได้เกี่ยวข้อง แค่…เข้ามาหาข่าวครูตรง ๆ จะได้ข้อมูลชัวร์ ๆ หน่อย” จิ๋วแย้มคิ้วขึ้นเบา ๆ เสริม “ใช่ครับครู เราไม่ได้สงสัยครู แค่…อาจมีใครเอาไป ‘ทดลองเคมี’ ก็ได้?” ครูส้มหรี่ตาใส่จิ๋ว “พูดให้มันดี ๆ ฉันไม่แตะคาเฟอีน ฉันแตะแต่หัวใจเด็กดีเท่านั้น!”
ความซวยเริ่มบานปลายเมื่อเมไลเข้าใจผิดว่า “หัวใจเด็กดี” คือชื่อแก๊งลับในโรงเรียน รีบจดต่อเพื่อเอาไปแจ้งกลุ่มเพื่อน โดยไม่ทันฟังจบ ส่วนนนขยับตัวแทรก “ครูครับ ถ้ามีอะไรน่าสงสัยเกิดขึ้น ผมขออนุญาตติดตามได้ไหมครับ? เผื่อผมจะมีส่วนช่วย” ครูส้มเบนมือแบบรำคาญใจ “ไปแห่งหนไหนก็ไปเลย อย่ามายุ่งกับครูเรื่องกาแฟไร้สาระ!”
หลังคุยกับครูส้มไม่รู้เรื่อง ทีมสภาออกโรงพยายามสืบหาของหายด้วยวิธีผิด ๆ จิ๋วคาดคั้นเมไลหาเบาะแส อุ้มแฝงตัวลอบสืบชมรมชาเขียว เผื่อมีวี่แววว่าศัตรูกาแฟกล้าทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ส่วนคาวีกุมขมับด้วยอารมณ์ “หัวหน้าที่ดีควรจะใจเย็นกว่านี้นะฟ้า… เลิกคิดว่ามีสายลับกาแฟเถอะ”
แต่ทัพฟ้ายืนยัน “แผนเราต้องยิ่งใหญ่ เพื่อศักดิ์ศรีประธาน!” เขาชักจูงให้อุ้มแจกใบปลิวประกาศหา “เครื่องชงที่หายไป” ไปทั่วสนาม พิมพ์ผิดกลายเป็น “ตามหาเครื่องชงพันปี” เล่นเอาเพื่อน ๆ ฮาไปครึ่งสนาม
นนกลับมาพร้อมข่าวลือใหม่ “บางคนบอกว่าเห็นกลุ่มชมรมเคมีแอบยกกล่องบางอย่างเมื่อคืน…” ทัพฟ้าตาโต “งั้นแผน B คือบุกชมรมเคมี!” จิ๋วเหน็บ “แผน B หรือ A หรือ Z ก็ดูมั่วเหมือนกันหมดนะ…”
กลุ่มสภาฯ เดินไปยังห้องชมรมเคมี ทุกคนตะโกนถามหาเครื่องชง บังเอิญเจอพี่ชมรมเคมีตัวเป้ง ‘อินทร์’ หงุดหงิดเพราะโดนกล่าวหา อินทร์สวน “เราเอาไปเพื่อ?”
“ก็นายเป็นสายทดลองไง แถมชอบของใหม่เห็นได้ชัด” ทัพฟ้ามั่นใจเต็มร้อย อินทร์จับขวดกรดซัลฟูริกขึ้นมาหมุน “นี่กาแฟเหรอ? กล้าชิมไหม?” จิ๋วขำพรืด “ฟ้า นายจะโดนหลอกละนะ…” อินทร์จงใจหยอกทัพฟ้า ทัพฟ้าพูดเสียงเบา “ไม่ ๆ เอ่อ…ผมขอตัวดีกว่าครับ”
กลุ่มถอยฉากออกมายอมแพ้รอบแรก “อย่าบอกนะจะล้มเลิกง่ายแบบนี้อ่ะ?” เมไลหันไปเขียนเหตุการณ์ใหม่ในลิสต์ “ขั้นตอนค้นหา: 1. ถามชมรมชาเขียว 2. ถามชมรมเคมี 3. สุ่มถามใครก็ได้” คาวีฟังแล้วถอนใจ “สุดท้ายคือลอยไปกับลมเลยนะเม”
เสี้ยววินาทีต่อมานนพูดขึ้น “เมื่อเช้าผมเห็นรถขนของโรงอาหารขนอะไรปิดผ้า มันอาจใช่หรือเปล่า?” ทัพฟ้าตาโต “ไม่รอแล้ว บุกโรงอาหาร!”
ในโรงอาหาร, กลุ่มยกพวกไปถามป้าศรีเจ้าประจำ ทุกคนต่างแฝงนัยน์เป็นสายลับ ป้าศรีหันมาตอบเสียงดัง “ป้าไม่กินกาแฟมา 20 ปี กาแฟไหนก็ไม่ขโมย!” เมไลกระซิบกับอุ้ม “หรือป้าศรีอาจถูกบังคับ? นี่มันลอบสังหารเครื่องดื่มหรือเปล่า?” อุ้มหัวเราะเบา ๆ “โลกจินตนาการของเมไลเกือบจะสนุกเกินจริงละนะ”
โรงอาหารกลายเป็นสมรภูมิ ผู้คนมองกลุ่มเด็กสภาวุ่นวายแอบขำกัน รุ่นน้องกล้าเข้ามาถาม “ทำไมตามหาเครื่องชงกาแฟกันนัก?” คาวีตอบ “ถามหัวหน้าสิวะ” ทัพฟ้าเริ่มอธิบายแผนการยิ่งใหญ่ กลายเป็นทุกคนต่างงงในตรรกะซับซ้อนของฟ้า
เมไลกับอุ้มดึงหนังสือเก่า ๆ ออกมา อ่านเพื่อจะพบว่าก่อนหน้านี้เครื่องชงกาแฟเคยซ่อมหนักและเคยหายไปหลายครั้ง—แต่ทุกครั้งพบแค่เพื่อนบังเอิญยืมหรือซ่อนไว้เอง นนพูดขึ้นแบบอาย ๆ “ผม…เอ่อ สงสัยพวกเราจะคิดมากเกินไปไหม” ทัพฟ้าขัดขึ้น “ไม่มีใครมั่นใจเท่าผมหรอก! ต้องมีคนวางแผนขโมยแน่ ๆ!” ทุกคนพยักหน้าแบบไม่ค่อยเชื่อ
เสียงโทรศัพท์สั่น เมไลอ่านข้อความในกลุ่มไลน์ชมรม “มีคนเจอเครื่องชงวางอยู่ตรงตู้แล็บชีวะ…” ทุกคนหันควับไปมอง—ก่อนจิ๋วปล่อยขำดัง “ก็ว่าแล้ว เครื่องชงคงเดินเองได้จริง ๆ”
ระหว่างเดินไปแล็บชีวะ ฟ้าชวนคิด “ถ้ามันเดินได้จริง เราจะเอาไปเข้าสารานุกรมโรงเรียนดีไหม?” เมไลตอบ “กลัวจะถูกจดเป็นของหายประจำชั้นมากกว่า”
ถึงแล็บชีวะ พวกเขาเห็นเครื่องชงวางอยู่หน้าตู้ ทัพฟ้าถาม “ใครเอามาทิ้งไว้ตรงนี้?” ‘วิว’ นักเรียนสายกิจกรรมตอบ “ก็เมื่อวานเห็นขี้เกียจลากเข้าห้องสภาเลยฝากไว้ก่อน เดี๋ยวเช้ามาคิดว่าคงมีคนมาเอาคืน” ทุกคนหันไปมองหน้ากันแบบตลกๆ
จิ๋วสรุป “ไอ้ที่ค้นหากันทั้งเช้านี่คือ…เพราะเครื่องชงถูกฝากไว้ตรงแล็บ ชีวะ?” ทัพฟ้าอ้ำอึ้ง… “คือ…ใช่…แต่ถ้าเราไม่ค้นหา จะรู้ไหมว่าเพื่อนในสภารู้สึกร่วมขนาดนี้?”
เมไลพูดเสียงนุ่ม “สุดท้ายเรื่องราวบานปลายก็ทำให้รู้ว่าเราทุกคนใส่ใจกันมากกว่าเครื่องชงกาแฟอีก” อุ้มยิ้ม “แต่ต่อไปใครเอาอะไรไปฝากไว้ฝากให้ถูกที่หน่อยนะ จะได้ไม่ชงเรื่องผิด!” ทุกคนหัวเราะ
ทัพฟ้ายิ้มเขิน “ต่อไปนี้จะหัดเชื่อใจและฟังคนอื่นมากขึ้นแล้ว…แต่เครื่องชงกาแฟคือชีวิตจริง ๆ นะเว้ย” นนขำ “ถ้างั้นเครื่องชงเป็นสมาชิกสภาอีกคนดีไหมครับ?” คาวีโพล่ง “ขอให้มันไม่ลาออกก่อนเราก็พอ” เสียงหัวเราะและบรรยากาศอบอุ่นปิดเรื่องด้วยความสัมพันธ์ของเพื่อนที่เข้าใจและชื่นชมกันมากขึ้น ทุกคนดื่มเครื่องดื่มแก้วโปรดของตน พลางวางแผนเรื่องใหม่ที่ดูท่าจะป่วนกว่าเดิม