เสียงเงียบหลังห้องเรียน
เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้นในตอนเย็น ท้องฟ้านอกหน้าต่างทาบเงายาวบนพื้นห้องเรียน ปรางค์เดินลากกระเป๋านักเรียนผ่านโถงทางเดินว่างเปล่า เสียงฝีเท้าของเธอก้องในความเงียบระหว่างล็อกเกอร์ แต่แล้วปรางค์ก็ชะงักเมื่อเห็นประตูห้องเรียนเก่า ‘ห้อง 2/7’ ที่ปิดสนิท ไม่มีใครกล้าแตะต้องมานานกว่าครึ่งปี
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในขณะที่เธอกำลังจะเดินผ่าน เสียงกระซิบเบา ๆ ดังลอดออกมาจากข้างใน เธอขมวดคิ้ว หันกลับไปมองประตูอย่างลังเล “ปรางค์ เดี๋ยวสิ!” เสียงของบี เพื่อนสนิทดังขึ้น บีเดินมาใกล้ ๆ ใบหน้าตื่น ๆ “แกได้ยินไหม…เหมือนมีคนพูดข้างใน” ปรางค์ละสายตาจากบีไปที่ประตูอีกครั้ง เงียบงัน
บีดึงแขนปรางค์ “กลับบ้านกันเถอะ อย่าไปสนใจเลย ห้องนี้มัน…” บียังพูดไม่จบก็หยุด หายใจขัด เงียบงันรอบตัวเหมือนหนาขึ้น ทุกอย่างดูหนักอึ้งจนทั้งสองรีบเดินหนีมาอย่างรวดเร็ว
เช้าวันถัดมา ที่โรงอาหาร นักเรียนกลุ่มเล็ก ๆ รวมตัวกัน ปรางค์ บี ฟลุ๊ค และริน ต่างจ้องโต๊ะอาหารอย่างเงียบงัน บีเอ่ยขึ้นอย่างกระวนกระวาย “เมื่อคืนแกฝันอะไรแปลก ๆ ไหมปรางค์” ปรางค์ส่ายหน้าแต่ดวงตาดูเหนื่อยล้า ฟลุ๊คหัวเราะแห้ง ๆ “พวกแกยังจะกลัวห้อง 2/7 อีกเหรอ เป็นแค่ห้องร้างเก่าเอง” รินก้มหน้า ไม่พูดอะไร
แต่ช่วงพักกลางวัน ปรางค์เดินผ่านห้อง 2/7 อีกครั้ง คราวนี้ประตูแง้มออกนิดเดียว ภายในมืดสนิท เธอหยุดมอง เหงื่อซึมมือโดยไม่รู้ตัว เสียงกระซิบแผ่วเบาเหมือนใครสักคนเรียกชื่อเธอ เธอถอยหลังหนีทันที
เย็นวันนั้น กลุ่มเพื่อนนัดกันทำรายงานที่ห้องสมุด แต่บีดูเหม่อลอยผิดสังเกต เธอเอามือบิดผมไปมา ฟลุ๊คแซว “เมื่อเช้ามึงยังกลัวผีอยู่เลย เดี๋ยวนี้กลัวอะไรวะ หรือ…ฝันร้าย” บีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนใจเบา ๆ “เมื่อคืน…ฉันเหมือนได้ยินเสียงกระซิบอยู่ข้างเตียง มันพูดชื่อฉัน” ทุกคนชะงัก
รินพูดขึ้นเบา ๆ “ฉันก็ได้ยิน…” บีมองรินอย่างประหลาดใจ ฟลุ๊คขมวดคิ้ว “พูดบ้าอะไรเนี่ย พวกแกคิดไปเองหรือเปล่า” รินเงียบ
คืนนั้นปรางค์นั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะ เสียงฝนตกเบาๆ เคาะกระจกหน้าต่าง เธอเผลอสบตากับเงาในกระจกที่ดูไม่เหมือนเธอ ราวกับอีกฝ่ายกำลังยิ้มบาง ๆ ปรางค์รีบหันหน้าหนี แต่เสียงกระซิบเบา ๆ ก็ดังขึ้นข้างหู “กลับมา…กลับมา…”
วันรุ่งขึ้น กลุ่มเพื่อนเริ่มถกเถียงกันเรื่องเสียงลึกลับ ฟลุ๊คยังยืนยันว่าไม่เชื่อเรื่องผี “ถ้าเกิดกลัวกันนัก มาพิสูจน์กันมั้ย” เขาท้ากลุ่มเพื่อนไปสำรวจห้อง 2/7 คืนนี้ บีลังเลแต่ปรางค์กลับพยักหน้าอย่างเหนื่อยล้า “ฉันอยากรู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร”
รินหลบตา สีหน้ากังวลเหมือนมีอะไรปิดบัง ฟลุ๊คกระตุกยิ้ม “ตกลง! คืนนี้เราจะไปดูด้วยกัน”
ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน กลุ่มทั้งสี่แอบเข้าโรงเรียน รินพยายามขอไม่ไป แต่ฟลุ๊คกับบีดึงเธอไว้ ทุกคนยืนหน้าประตูห้อง 2/7 รินมือสั่น ฟลุ๊คเปิดประตูช้า ๆ ความมืดข้างในเหมือนดึงทุกอย่างลงสู่ความว่างเปล่า
ภายในห้องเก่า โต๊ะเก้าอี้ปกคลุมด้วยฝุ่น เสียงฝีเท้าดังก้องผิดปกติ ฟลุ๊คหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่องไฟ แต่แสงนั้นดูถูกกลืนในความมืดอย่างประหลาด ปรางค์สังเกตเห็นเงาของตัวเองในกระจกหน้าห้อง แตกต่างจากเงาอื่น ๆ ที่เคลื่อนไหวช้ากว่า
บีเดินสำรวจรอบห้องแล้วสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเพิ่มขึ้น ทั้งที่ไม่มีใครขยับ ทุกคนหยุดหายใจ เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จากทุกมุมห้องแต่ฟังไม่ออกว่าเป็นภาษาอะไร
ทันใดนั้น รินก็ร้องไห้ออกมา เธอกอดอกแน่น ร่างสั่นเทา “ฉัน…ขอโทษ…” ทุกคนหันมามองอย่างงุนงง รินพร่ำขอโทษซ้ำ ๆ แต่ไม่ยอมอธิบาย
เสียงประตูปิดสนิทเองอย่างแรง ทุกคนพุ่งไปที่ประตู แต่ลูกบิดขยับไม่ได้ บีเริ่มตะโกนชื่อริน แต่เสียงสะท้อนกลับกลายเป็นเสียงของเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ไม่มีในกลุ่มนี้ ทุกคนยืนนิ่งงัน
เสียงกระซิบค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้ ปรางค์เริ่มจำได้ลาง ๆ ว่าเมื่อปีที่แล้ว มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งชื่อ “ดาว” หายตัวไปในโรงเรียน ไม่มีใครพบศพหรือเบาะแส ทุกคนทำเหมือนไม่เคยมีเธออยู่ รินน้ำตาไหลไม่หยุด “พวกเราทำผิด…เราทำผิดจริง ๆ…”
ฟลุ๊คเสียงแข็ง “หมายความว่าไงริน!” รินส่ายหน้า กอดตัวเองแน่น “วันนั้น…ฉันเห็น…แต่ไม่กล้าพูด” เสียงกระซิบดังกระหึ่มจนทุกคนต้องปิดหู แสงไฟโทรศัพท์ดับลง ความมืดท่วมท้น
มีเงาสีคล้ำค่อย ๆ ปรากฏกลางห้อง เงานั้นไม่มีรูปร่างแน่ชัดแต่เหมือนกำลังมองทุกคน เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเด็กผู้หญิงดังสะท้อนในห้อง ก่อนจะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะเย็นยะเยือก
ปรางค์ตัดสินใจถามเสียงในความมืด “ต้องการอะไรจากเรา” ความเงียบปกคลุม จากนั้นเสียงหนึ่งก็กระซิบข้างหู “ความจริง”
บีเริ่มร้องไห้ รินตัวสั่น ฟลุ๊คพยายามวิ่งไปที่ประตูแต่ชนเข้ากับอากาศที่แข็งราวกับกำแพง ทุกคนล้มลงกับพื้น เสียงกระซิบวนเวียนในหัว “คืนความจริง…คืนความจริง…”
รินยอมรับทั้งน้ำตา “เราเห็นดาวถูกรังแกวันนั้น…แล้วไม่ยอมช่วย เราแกล้งลืม ไม่รายงานครู เพราะกลัวจะเดือดร้อน” ฟลุ๊คก้มหน้าเงียบ บีสะอื้น
ปรางค์ยืนชะงัก เธอเริ่มนึกออกว่าเคยปิดปาก ไม่พูดเรื่องที่เห็นเช่นกัน ทุกคนในกลุ่มมีส่วนในความเงียบที่ฆ่าดาวอย่างช้า ๆ เงาในห้องขยายใหญ่ขึ้น เสียงกระซิบเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้อง และห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน โต๊ะเก้าอี้ล้มกลิ้งไปมา
ทันใดนั้น ทุกอย่างหยุดลง เงากลับกลายเป็นรูปร่างของเด็กผู้หญิงยืนอยู่ริมหน้าต่าง เธอไม่พูดอะไร แค่จ้องมองทุกคน ดวงตาว่างเปล่า แต่เปี่ยมด้วยความเศร้าและโกรธ
รินก้าวไปข้างหน้า น้ำตาไหล “ขอโทษ…ขอโทษ…” เด็กหญิงยังคงจ้องเงียบ ๆ ปรางค์พูดเสียงสั่น “เราจะไม่ลืมอีก…จะไม่เงียบอีก”
ประตูห้องเปิดเองอย่างช้า ๆ แสงจาง ๆ จากทางเดินสาดเข้ามา ทุกคนรีบวิ่งออกไป แต่เมื่อหันกลับไปมองห้อง 2/7 อีกครั้ง เงาของเด็กหญิงยังคงอยู่ตรงนั้น มองตามด้วยสายตาเศร้าสร้อย
วันรุ่งขึ้น ไม่มีใครในกลุ่มกล้าพูดถึงเหตุการณ์คืนนั้นอีก แต่ในห้องเรียน เสียงกระซิบยังคงลอยมาในความเงียบ และทุกครั้งที่เดินผ่านห้อง 2/7 ทุกคนจะหยุดฟังเสียงในหัวใจของตัวเอง ว่ามันจะเลือกเงียบ…หรือพูดความจริง