เกาะเงาสะท้อน
ต้น ตะวัน ฉาย และเมย์ ต่างเดินร้อนเหงื่อไหลกันบนดาดฟ้าเรือสำรวจกลางทะเล มันควรเป็นทัศนศึกษารับปิดเทอมปีสุดท้าย แต่พอคลื่นพายุเริ่มก่อตัว ทะเลก็เปลี่ยนเสียงเป็นโหดร้ายทันตา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เฮ้ ต้น…น้ำมันแปลกๆ เนอะ” เมย์พึมพำ ริมฝีปากซีดอยู่ข้างฉายที่เอาแต่เงียบ ตะวันหันไปตะโกนคุยกับกัปตัน แต่ทันใด ทะเลก็ลุกเป็นคลื่นสูง เรือล่ม เสียงน้ำปะทะทุกอย่างตัดทอนความรู้สึกจนเหลือเพียงเสียงอื้ออึงในหัว
เมื่อลืมตาอีกที ทั้งสี่คนตื่นอยู่บนฝั่งทรายแปลกตา ต้นลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจ มือเต็มไปด้วยเลือดจากหินแหลม ๆ ที่เขาถลอกฝ่ามือไว้
“ทุกคนโอเคไหม?” ต้นถาม ประโยคสั้น แต่เสียงสั่นระริก เมย์น้ำตาคลอแต่กัดฟันพยักหน้า ฉายยังนั่งนิ่งเหมือนเดิม ตะวันลุกขึ้นถอนใจ ก่อนมองไปขอบป่าแล้วชี้
“ดูสิ มีเกาะ เราน่าจะอยู่บนเกาะสักแห่ง”
ทั้งสี่ถูมือหน้ายุ่งขณะสำรวจชายหาด รู้ตัวว่าติดอยู่ที่นี่โดยไร้สัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีเรือ ไม่มีใครอยู่
เมย์เดินตามเสียงน้ำหยดจากโขดหิน พบแอ่งน้ำเล็ก ๆ มองลงไป เงาสะท้อนตัวเองหยอกเล่นกับใบหน้าเด็กสาวที่สั่นกลัว เธอขยี้ตา แต่จู่ ๆ เงานั้นก็เริ่มขยายใหญ่ คลื่นใสในแอ่งเดือดพล่าน ในนั้น…เธอเห็นตัวเองกำลังร้องไห้อยู่ในห้องที่บ้าน หลังทะเลาะกับพ่อแม่
“เมย์ ไปทางนู้น!” ต้นตะโกนขัดจังหวะ เธอสะดุ้ง หันหลังหนีภาพนั้นแต่ภาพยังค้างในหัว ไม่มีใครเห็นสิ่งที่เธอเห็นในแอ่งน้ำนั้น
ช่วงสาย ตะวันพบว่าเสื้อกันหนาวถูกน้ำทะเลชะล้างจนกลายเป็นปึก ๆ ต้นก้มๆ มองๆ จนเห็นถ้ำไม่ไกล พวกเขาชวนกันเข้าไปสำรวจ เผื่อจะเจอของกินหรือศูนย์วิทยุกู้ภัยที่เหลือทิ้งไว้
ภายในถ้ำอับชื้นเต็มไปด้วยเสียงหยดน้ำกับกลิ่นบางอย่างเหม็นสาบ ทุกก้าวเท้าแต่ละคนต่างหวาดระแวง เมย์เดินช้า ๆ ถือท่อนไม้ไว้ป้องกันตัว ส่วนฉายเอาแต่ย่องเงียบ ๆ เหมือนกลัวว่าจะทำให้เกิดเสียงมากเกินไป
ใต้เงาเพดานถ้ำ ทั้งสี่เจอกล่องเหล็กขึ้นสนิม เปิดออกมาก็มีขวดน้ำเปล่า กับสมุดไดอารี่เก่า ๆ ฉายเป็นคนหยิบสมุดขึ้นมา เขาถอยไปมุมข้างแสงไฟพอจะแยกแยะลายมือยึกยือได้
“เคยมีคนมาติดบนเกาะนี้ด้วยเหรอ?” ตะวันถาม
ฉายพลิกหน้าสมุดอย่างระวัง อ่านเจอแต่ประโยคสั้น ๆ เช่น “เงาที่นี่มองย้อนมาที่เรา…” กับลายเซ็นชื่อที่ไม่มีใครรู้จัก ต้นกำมือแน่น รู้สึกคุกคาม แม้ไม่มีใครบอกเหตุผลออกไปตรง ๆ
คืนนั้น พวกเขาก่อไฟได้เล็ก ๆ ด้วยเศษไม้ชื้น เมย์ถอนหายใจ มองเปลวไฟสาดไหววูบวาบบนใบหน้าใครแต่ละคน
ต้นกระทืบเท้ากับทราย กะจะพูดอะไรกับเมย์แต่ก็ลังเลไปมา สุดท้ายเปรยเบา ๆ “เราควรหาทางออกจากเกาะนี่พรุ่งนี้แต่เช้า ฮะ…กลัว พรุ่งนี้เมย์ไปกับเรานะ?”
เมย์นิ่ง เธอหลบสายตา ไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังคิดถึงอะไร ทุกคนในวงไฟมีความลับของตัวเองแล้วก็ซ่อนไว้ใต้เงาคืนนี้
กลางดึก ฉายสะดุ้งตื่นกับเสียงฝีเท้าช้า ๆ เขาเดินออกมานอกวงไฟ เจอเงาตัวเองปรากฎวูบวาบบนผิวน้ำใส ถ้าเพ่งดี ๆ เขากลับเห็นตนเองยืนข้างศพหญิงชรา คำพูดในภาพสะท้อนนั้นชัดเจนมากพอจนเขาหน้าซีด
รุ่งเช้า เสียงทะเลกระทบฝั่งเงียบผิดปกติ ตะวันเดินนำไปยังชายป่า พบว่าแอ่งน้ำขนาดใหญ่ใสจนมองเห็นเงาคนทั้งสี่อีกครั้ง หากแต่ละคนเห็นต่างกัน ไม่มีใครกล้าพูด
“เมื่อคืน เมย์ฝันร้าย” เมย์พูดขึ้นเบา ๆ แบบไม่ตรงประเด็น ต้นไม่พูดแต่เขาเสมองด้วยสายตาเห็นใจ ฉายเอาแต่จับสมุดไดอารี่แน่นเหมือนมันเป็นที่พึ่งสุดท้าย ส่วนตะวันกัดฟันขณะเดินไปยังโขดหินสูง
เสียงฟ้าร้องคลื่นๆ ทั้งเกาะสั่นสะเทือน ในวินาทีนั้น ต้นมองลงไปในแอ่งน้ำใหญ่ เขาเห็นภาพตัวเองผลักใครบางคนตกทะเล ถูกสายตาตำหนิของใครอีกคน ฉายยืนอึ้งสนิท สบตาต้นแล้วพูดเรียบ ๆ “นายกลัวอะไรที่สุดในชีวิต?”
ต้นชะงัก ลมหายใจสะดุด เขาปฏิเสธเบา ๆ “เปล่า ไม่มีอะไร…” แต่ดวงตาไหววูบ ลึกลงไปเขารู้ว่านั่นไม่ใช่ความจริง
ตะวันพยายามหาร่องรอยผู้คนหรือวิทยุแต่ไม่พบอะไร เมย์เสนอให้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มเพราะเริ่มไม่ไว้ใจกัน ฉายกับเมย์อยู่ด้วยกัน ต้นกับตะวันแยกไป ป่าเต็มไปด้วยเสียงสั่นเงียบ ต้นเงียบกริบ ขณะที่ตะวันถาม
“นายเคยโกหกใครแรง ๆ ไหม? ไม่ใช่แบบแค่กลัวนะ แบบ…นายไม่อยากให้ใครรู้สิ่งหนึ่งจนต้องแกล้งทำเหมือนหมดใจเลย”
ต้นหยุดเดิน ไม่ตอบ ตะวันยิ้มเศร้า “ไม่เป็นไร ไว้พร้อมเมื่อไรค่อยบอก”
เมย์กับฉายระหว่างเดินริมลำธาร เจอวัตถุแปลกตาเหมือนกระจก พอเพ่งจริง ๆ มันคือเศษกระจกแตกบางส่วน เงาสะท้อนในนั้นบิดเบี้ยว เมย์เห็นตัวเองกำลังเดินออกจากประตูบ้าน ปล่อยให้ใครบางคนร้องขอแม่เธออยู่ข้างใน น้ำตาคลอซึมออกมาทันที เธอโยนกระจกทิ้ง ฉายจ้องตามเมย์อย่างจับผิดแต่ไม่ซักไซ้อะไร
เวลาบ่าย กลุ่มหมายจะรวมตัว แต่ต้นกลับมาสาย เหงื่อซึม เขาพยายามกลบเกลื่อนความตื่นเต้นด้วยมุกตลกฝืด ๆ “ฝนคงจะตกแน่เลยวันนี้ ฮะ ๆ เดินเร็วขึ้นดีมั้ย?”
ทั้งกลุ่มแบ่งอาหารเจอระหว่างทาง เถียงกันเรื่องแผนออกจากเกาะ ตะวันเร่งรัด “ทุกคนต้องพูดตรง ๆ ว่าเจออะไรแปลก ๆ บ้าง” ทุกคนเงียบยาว เมย์สายตาเหลือบมองต้น ฉายมองเมย์ ส่วนต้นเหม่อมองหาด
คืนนั้นเอง ฉายเดินหายออกไป เมย์ตาม หลอดไฟในถ้ำกระพริบเป็นจังหวะ ฉายเปิดสมุดไดอารี่พลิกหน้าสุดท้ายให้เมย์ดู “เงาเราจะฆ่าเรา ถ้าเราปิดบังตัวเองไว้มากไป…”
“ฉาย นาย…นายเคยเสียใจอะไรบ้างไหม” เมย์ถามเสียงแผ่ว
“ทุกคืนที่นอนไม่หลับ ผม…ทำร้ายยายตัวเอง ผมเกลียดตัวเองที่ไม่ช่วยท่าน” ฉายเอ่ยอย่างร้าวลึก เมย์นิ่ง ก่อนจะบีบมือฉายเบา ๆ
คืนนั้นเงาในน้ำใสกลางถ้ำดำสนิท เมย์เองก็เห็นภาพของตัวเองยืนมองพ่อแม่ทะเลาะ ร้องไห้ดังก้องในหัว
รุ่งขึ้น ต้นเริ่มแสดงอาการหวาดระแวง ตะวันหงุดหงิดใจ เมื่อทั้งกลุ่มแตกออกเพราะเสียงซุบซิบของความกลัวในหัว ตะวันประกาศ “เราจะรอดจากเกาะนี้ได้ ถ้าเราเปิดเผยทุกอย่าง คนที่ผ่านมาอยู่บนเกาะนี้ เขียนในสมุดว่าใครที่หลบหน้าเงาตัวเอง จะหายไปจากเกาะนี้”
ต้นระเบิดเสียง “ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย เงาก็ไม่น่ามาหลอกสิ!” เมย์ระเบิดน้ำตา หนีออกนอกถ้ำ ตะวันตามไปทันที
ขณะนั้น ต้นมองลงแอ่งน้ำ ภาพในเงาหนักแน่นขึ้นทุกที ต้นยืนตัวแข็ง เพื่อนพูดว่า “ฉันเห็นนะ ต้น นายผลักไอ้พี่อาร์มลงทะเลวันนั้น” ต้นตะโกนปฏิเสธแต่เงาในน้ำซ้ำเติมเขา
ฉายเดินมาหาต้น ก่อนนั่งพูดเบา ๆ “ผมไม่กล้าช่วยยาย…ถ้าเราไม่อภัยตัวเอง เงานี่ไม่มีวันหยุดตามเราเลย”
คืนนั้นแต่ละคนสารภาพความผิดและความกลัวของตนใต้แสงจันทร์ ต้นน้ำตาไหลพรากเล่าว่าเขาไม่ได้ตั้งใจผลักพี่อาร์มลงทะเลแต่เพราะกลัวโดนต่อว่าจึงปล่อยเลยตามเลย ฉายยอมรับว่าเขาทำร้ายใจยายด้วยคำพูด ตะวันเล่าว่าเขากลัวตกเป็นคนที่ถูกลืม เมย์เล่าถึงความรู้สึกผิดที่ไม่ช่วยแม่จากปัญหาครอบครัว
สุดท้าย เงาในน้ำแต่ละคนจางลง ทะเลกลับมาเงียบ ผิวน้ำเป็นแค่เงาสะท้อนธรรมดา ถ้ำกลับมาสงบ ต้นกุมมือเมย์ไว้แน่น ฉายและตะวันสบตากันอย่างเข้าใจ สายลมแรกของเช้าใหม่พัดโชยมา ทั้งสี่เดินออกจากถ้ำ มองเห็นเรือเล็กสองลำจอดอยู่ริมฝั่งซึ่งเหมือนรอพวกเขามาตลอด
ก่อนกลับ ต้นยืนมองเงาตัวเองในผืนน้ำ ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาแต่เปี่ยมด้วยความกล้า เมย์เดินมาจับมือเขาแน่น สี่คนก้าวขึ้นเรือช้า ๆ พร้อมฝากเงาความลับทุกอย่างไว้บนเกาะนี้
ทะเลเวิ้งว้างกำลังสาดแสงเช้า กลุ่มวัยรุ่นล่องเรือออกไปสู่ขอบฟ้าใหม่ พร้อมความเคารพและให้อภัยตนเอง เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังแข่งกับเสียงลมและหยดน้ำในทุกย่างก้าวสู่แสงวันใหม่