เงาในบ้านคำพร
เสียงฝีเท้ากระทบไม้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในบ้านหลังเก่า บ้านคำพรตั้งตระหง่านอยู่ริมป่ากลางหมู่บ้านอันเงียบสงัด ฝุ่นหนาเตอะคลุมห้องโถงราวกับม่านควัน ข้างนอกเป็นบรรยากาศเทาอมเขียวของฤดูฝน ฟ้ามืดเร็วเกินปกติ ลมพัดแรงจนหน้าต่างโบราณสั่นเอี๊ยดอ๊าด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เราจะนอนกันจริงเหรอ?” น้ำเสียงของเอิร์ธเต็มไปด้วยความลังเล ขณะเดินตามหลังเพื่อนอีกสามคนเข้ามา พวกเขาคือกลุ่มเพื่อนสมัยมัธยมที่ห่างหายกันไปนาน จู่ๆ ก็มีใครบางคนในกลุ่มเสนอให้กลับมาเยือนบ้านคำพร บ้านที่ถูกทิ้งร้างหลังการหายตัวไปของ “แอ้ม” เมื่อสิบปีก่อน
ฝนข้างนอกเริ่มกระหน่ำลงมา ฟ้าผ่ากวาดเงาแปลกๆ ผ่านกระจกเก่า กานต์เพื่อนที่นิ่งขรึมที่สุดในกลุ่ม นั่งลงตรงพื้นริมเสา ยิ้มจางๆ “เออ…ถ้าไม่กลัวผีนะ” เขาว่า แล้วเงียบไป แต่ในแววตาดูเหมือนจะมีอะไรที่ไม่กล้าพูดออกมา
มิน เพื่อนสาวเพียงคนเดียว เธอจับมือถือติดแน่น คิ้วขมวดมุ่น “บ้านนี้…มันมีอะไรบางอย่างจริงๆ รู้สึกเหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลา” คำพูดของเธอทำให้ทุกคนเงียบ
“น่าจะคิดไปเอง” ต้น พูดเสียงเบา แต่สายตาวอกแวกไม่กล้าสบตาใคร นับจากที่ก้าวเท้าเข้ามา เขาดูประหม่าแปลกๆ
เสียงลมตีกระจกดังโครมใหญ่ ทุกคนสะดุ้ง หัวเราะกลบเกลื่อนความกลัวที่กลายเป็นผนังหนา
ขณะที่แต่ละคนแยกย้ายกันเดินสำรวจบ้าน มินเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นเก่า เสียงฝีเท้าของตัวเองแว่วก้องในความว่างเปล่า เธอหยุดยืนตรงหน้าตู้กับข้าวไม้ ฝุ่นจับแน่น หยักไย่เกาะเป็นสาย มือสั่นเล็กน้อยขณะเปิดตู้ ภายในว่างเปล่า มีเพียงกระดาษใบหนึ่งพับอยู่ มินหยิบขึ้นมาเปิดดู ตัวหนังสือจางเกือบเลือน เธออ่านออกเพียงประโยคเดียว “อย่าไว้ใจเงา…”
เสียงไม้ลั่นใต้เท้าใครบางคนดังขึ้นใกล้ๆ เธอหันขวับ ไม่เห็นใคร แต่รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่เย็นเยียบอยู่ข้างหลัง เธอกอดตัวเองแน่น ก่อนจะรีบกลับออกไป
เอิร์ธยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองสายฝนที่ถาโถมลงบนต้นไม้ใหญ่ เบื้องหลังเขามีกระจกเงาเก่าๆ บนผนัง เงาของเขายืนขวางอยู่ในกรอบ แต่พอมองนานขึ้น เอิร์ธสังเกตว่ามันเหมือนมีเงาอีกเงาหนึ่งซ้อนหลังเข้ามาชิดอีกชั้น—สูงกว่าและบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย เขากะพริบตาถี่ๆ แล้วรีบเบนหน้าหนี
กานต์เดินไปยังห้องใต้บันได—ห้องที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ตั้งแต่ครั้งยังเด็ก เขาเอื้อมมือผลักประตูไม้เก่า กลิ่นเหม็นอับคล้ายกลิ่นเสื้อผ้าเปียกชื้นปะปนกับกลิ่นสนิม ภายในมีเพียงกล่องไม้เก่าๆ วางอยู่ เขาลังเลครู่หนึ่งก่อนจะเปิดกล่อง พบภาพถ่ายขาวดำ—เป็นภาพกลุ่มเพื่อนเมื่อสิบปีก่อน ตรงกลางคือแอ้ม ใบหน้าจางๆ ของเธอมองตรงมาเหมือนต้องการพูดอะไรบางอย่าง
“กานต์ เจออะไร?” ต้นเดินเข้ามา สีหน้ากังวล กานต์ซ่อนกระดาษภาพไว้ด้านหลัง
“ไม่มีอะไร” กานต์ตอบเสียงเรียบ สายตาไม่สบตาต้น
เสียงฝนที่ซัดกระจกดังขึ้นรัวๆ เหมือนเคาะเรียก พวกเขารวมตัวกันอีกครั้งในห้องโถง มินยื่นกระดาษที่เจอให้เพื่อนดู เอิร์ธอ่านแล้วเงียบไปนาน “อย่าไว้ใจเงา…หมายถึงอะไร” เขาพึมพำ
ต้นเม้มปากแน่น “พูดตรงๆ นะ…ผมไม่อยากอยู่ที่นี่ มัน…มีบางอย่างผิดปกติ”
มินถอนหายใจ “เรามาเพื่อหาคำตอบไง จำได้มั้ยวันนั้น—วันที่แอ้มหาย ทุกคนอยู่กันที่นี่หมด”
กานต์หลบสายตาเพื่อน “แต่ไม่มีใครเห็นอะไร…จริงหรือ”
ความเงียบปกคลุมชั่วครู่ ก่อนจะมีเสียงบางอย่างคล้ายกระซิบแผ่วเบาลอยมาตามลม ทุกคนหันขวับไปทางบันได ท่ามกลางเงามืด เห็นเหมือนมีเงาเคลื่อนผ่านเร็วๆ ไม่มีใครกล้าขยับ
เอิร์ธกลืนน้ำลาย “เงาอะไร…”
มินตัวสั่น “ฉันว่าฉันเห็น…เหมือนใครเดินอยู่ข้างบน”
ต้นกัดริมฝีปาก “ไม่มีใครขึ้นไปใช่ไหม?”
กานต์มองเพื่อนๆ สายตาเต็มไปด้วยความลังเล “ถ้าขึ้นไป…เราจะเจออะไรกันแน่?”
เสียงฝีเท้าดังแว่วลงมาจากชั้นสอง ทุกคนยืนนิ่ง ราวกับรออะไรบางอย่าง เสียงฝีเท้านั้นหยุดอยู่ตรงบันไดขั้นบนสุด แล้วความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง
เอิร์ธหยิบไฟฉายจากกระเป๋า “เราต้องขึ้นไป…” น้ำเสียงสั่นแต่แน่วแน่
แต่ละคนค่อยๆ ก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น เสียงไม้ลั่นใต้เท้าในความมืด ทุกคนจับมือกันแน่น มินเดินนำ สายตากวาดมองไปรอบๆ ข้างบนมีทางเดินยาวสู่ห้องนอนที่ประตูเปิดแง้มอยู่
ขณะที่ก้าวไปถึงหน้าห้องนอน เงาดำคล้ายคนแวบผ่านประตูหายเข้าไป มินชะงัก “มี…มีใครอยู่ในนั้น!” เธอพูดแทบไม่ออก
กานต์เดินนำเข้าไปในห้อง มือกำรูปถ่ายแน่น ห้องนอนเก่าโล่งเปล่า เพียงแต่ตรงผนังเหนือเตียงมีรอยขีดชอล์กเต็มไปหมด รอยเหล่านั้นเหมือนเป็นตัวหนังสือแต่เขียนทับซ้อนกันจนอ่านไม่ออก
เอิร์ธเอื้อมไฟฉายไปส่อง มีบางอย่างสะท้อนแสงเป็นเงาๆ เหมือนใครนั่งอยู่มุมห้อง แต่พอทุกคนเดินเข้าไปใกล้ เงานั้นก็หายไป ราวกับมันไม่เคยมีตัวตน
เสียงกระซิบดังขึ้นอีก “อย่าไว้ใจเงา…” คราวนี้ทุกคนได้ยินชัดเจน ต้นหน้าซีด “นี่มันอะไร!”
กานต์ยื่นรูปถ่ายให้ทุกคนดู “เมื่อสิบปีก่อน…วันที่แอ้มหายไป เราทุกคนอยู่ในบ้านนี้หมด แต่จริงๆ แล้ว…” เขาหยุด เงียบไปนาน สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“นายรู้ใช่ไหม?” มินพูดเสียงสั่น
กานต์พยักหน้า “แอ้มไม่ได้หายไปเอง…คืนนั้นมีบางอย่างพาเธอไป แล้วเราก็…ไม่กล้าหันไปมองเลย”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นรอบห้อง เหมือนมีใครเดินวน ทุกคนรวมตัวกันอยู่กลางห้อง ต้นเริ่มร้องไห้ “เราทำผิดอะไรไว้กัน…”
ทันใดนั้น ประตูห้องนอนปิดเองอย่างแรง ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสนิท มีแต่เสียงลมหายใจและเสียงหัวใจเต้นแรง มินพยายามเปิดประตูแต่ขยับไม่ออก
เอิร์ธพยายามส่องไฟไปตามผนัง เงาของทั้งสี่คนสั่นไหวบนกำแพง แต่ท่ามกลางเงาทั้งหมด มีเงาหนึ่งที่ใหญ่กว่าคนปกติและเคลื่อนไหวแปลกกว่าคนอื่น มันค่อยๆ คลานเข้ามาใกล้
เสียงกระซิบเย็นเยียบดังในหู “อย่าไว้ใจเงา…มันอยู่กับพวกเจ้ามาตลอด”
กานต์ตัวแข็งทื่อ ทบทวนความทรงจำคืนวันนั้น—พวกเขายืนล้อมแอ้มไว้กลางห้อง เยาะเย้ยเธอเรื่องลึกลับจนเธอร้องไห้ วิ่งหนีเข้าไปในห้องใต้บันได แล้ว…เงาดำจากมุมนั้นดึงเธอหายไป ทุกคนกลัวจนไม่มีใครกล้าตามลงไป
“มันไม่ใช่แค่ผี…มันคือเงาในตัวเราเอง” เขาพึมพำ มินน้ำตาซึม “เรา…เราทิ้งเพื่อนไป”
ประตูห้องนอนค่อยๆ เปิดออกเองอย่างช้าๆ เสียงลมหายใจเย็นเฉียบยังคงวนเวียน ทุกคนเดินออกมาเงียบๆ ราวกับถูกสูบพลังไปจนหมด
ขณะที่เดินลงบันได เอิร์ธหันไปเห็นเงาตัวเองในกระจกอีกครั้ง ครั้งนี้ในเงามีใบหน้าของแอ้มจ้องมองจากด้านหลัง ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและคำถาม
“เราจะหนีเงาของตัวเองได้ไหม?” ต้นกระซิบ
ไม่มีใครตอบ
เมื่อทุกคนเดินออกจากบ้าน เสียงประตูปิดเองดังปัง เงาของแต่ละคนทอดยาวไปบนพื้นโคลนและหายลับไปในสายฝน
ทิ้งไว้เพียงบ้านเงียบงัน และเสียงกระซิบแผ่วเบาวนเวียน—“อย่าไว้ใจเงา…”