ชุลมุนวันลืมแลกการบ้าน
เสียงออดเข้าเรียนวันจันทร์เช้าที่โรงเรียนมัธยมพุ่งแหลน ดังเจี๊ยวจ๊าวในห้อง ม.5/3 ต๋องเดินควงสมุดการบ้านตรงดิ่งไปหากายที่นั่งหน้าโต๊ะริมหน้าต่าง กำลังหมกมุ่นกับสมุดจดโน้ตเล่มเล็กที่เขียนเต็มเอี้ยด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ต๋อง ทำไมมาช้าฉิบเป๋งอีกล่ะ?” กายขมวดคิ้วแต่ไม่ได้เงยหน้าจากจดหมายเหตุข้อมูล
“ชิวๆ น่า ของอย่างนี้ต้องเก็บติ่งท้ายๆ ดึงกระแสไว้ก่อน” ต๋องยิ้มมั่นใจ สะบัดสมุดให้ดู
“กลัวอาจารย์ชัยถามตรวจที่โต๊ะนะ คราวที่แล้วฉันเกือบโดนทำโทษยืนหลังห้อง ยืนจนขาชาจริงๆ”
“ก็นายทำของตกเองไง ฉันไม่ช่วยแล้วคราวนี้”
ขณะที่คู่นี้กำลังเถียงกัน ปรากฏวินเดินสวนเข้ามายื่นสมุดปึกหนาให้
“เอ้า ต๋อง ฝากส่งงานชีวะให้ด้วย พอดีพรุ่งนี้ฉันต้องรีบบึ่งโรงพยาบาลแต่เช้า”
“แล้วกัน… ฉันก็ยังไม่เสร็จของตัวเอง…” กายพึมพำ
“น่า ให้ฉันถือหมดนี่แหละ ทุกอย่างที่รับมือได้ ฉันเอาอยู่!” ต๋องประกาศชัยอันมั่นใจ
ต่อมาเสียงอาจารย์ชัยดังหน้าเสาธง ประกาศเช็กการบ้านวิทยาศาสตร์ด่วนทันที
ต๋องกับกายหน้าเสีย ต่างควานหาสมุดการบ้านในกระเป๋า ไม่พบทั้งคู่
“หาย! สมุดฉัน! โอ๊ย ไม่นะ คือ… ไม่นะ ฉันจำได้ใส่แน่นอน” กายเริ่มหน้าเหวอ
“ใจเย็น มันต้องมีใครหยิบสลับแน่ๆ เดี๋ยวฉันไปสืบเอง!” ต๋องดีดนิ้ว
วินเดินมาอีกที มองหน้าเพื่อนงง ๆ
“ของฉันยังอยู่นะ แต่…เมื่อกี้อาจารย์ชัยบอกว่าได้สมุดการบ้านที่เป็นชื่อคนอื่น เท่านั้นแหละเรื่องยิ่งบานปลายทันที”
“อะ… อะไรนะ? เดี๋ยว! งั้นหมายความว่า…ใครหยิบผิดกันแน่?” กายเริ่มกังวลหนัก
“เวร…อย่าบอกนะว่าฉันแจกลวก ๆ ไปใครไม่รู้!” ต๋องกระซิบ
ทุกอย่างกลายเป็นภารกิจออกตามล่าหาสมุดการบ้านที่ถูกแลกผิด กลุ่มเพื่อนสนิทเริ่มสืบสวนแบบสมัครเล่น ทั้งที่เป้าหมายคือแค่ส่งงานโดยไม่เสียศักดิ์ศรี
“เดี๋ยวก่อนนะ มันมีสมุดกี่เล่มใครถืออยู่บ้าง!” กายล้น ๆ แต่พยายามจดชื่อเพื่อนในกระดาษแผ่นเล็ก
เสียงโจ้ตะโกนจากฝั่งหลังห้อง “เอ้า ใครเอาของฉันไป! สมุดฉันมีสติกเกอร์ชานมไข่มุก ยังไงก็ต้องหาคืนมา!”
สาวหวานอย่างแพรเดินมาพร้อมสมุดหน้าสีชมพูปกปริ๊นเซส “นี่ของใครงั้นเหรอ เห็นในห้องน้ำตกอยู่บนชั้นวางมือ”
ต๋องรีบชะโงกดู ปรากฏว่าเป็นของโจ้แทนที่จะเป็นของใครในกลุ่ม เพราะมีรอยขีดหมึกสีแดงของโจ้อยู่อย่างชัด
ทั้งห้องเริ่มสืบ กันไปกันมา สมุดการบ้านบางเล่มข้ามห้อง ข้ามตึก เริ่มจากการภูมิใจในความมั่นใจของต๋อง จนกลายเป็นเรื่องราวชวนสับสนที่แม้แต่อาจารย์เองยังงงและประกาศหาเจ้าของสมุดดังกลางโรงเรียน
กายโดนดุเรื่องส่งงานไม่ทัน อาจารย์ชัยยื่นคำขาด “ถ้าวันนี้ไม่มีใครหาสมุดของใครได้ครบทุกคน ต้องทำกิจกกรรมเก็บขยะรอบโรงเรียนเป็นกลุ่ม”
“ไม่! ฉันต้องรอดจากชะตาการเก็บขยะกับแกให้ได้ ฉันเป็นภูมิแพ้!” กายเสียงสูง ต๋องยักคิ้ว
“แค่นี้เอง สืบหาสมุดเราทันแน่!” ต๋องแผนเยอะแต่ไม่มีอะไรสำเร็จ
แผนแรกคือไปตามหาจากห้องสมุด พบเพียงสมุดนิยายยังไม่ได้ส่งกับสมุดวาดรูปโดนขีดเล่นเรียงกันบนชั้น
แผนสองแอบถามแม่บ้าน แม่บ้านกลับบอกว่ามีสมุดถูกทิ้งในถังขยะ แต่กลับเป็นสมุดบัญชีโรงเรียนที่เปื้อนกาแฟไปแล้ว
จากห้องน้ำไปโต๊ะปิงปอง เดินวนทั้งอาคาร ยังไม่ได้สมุดงานแม้แต่เล่มเดียว สุดท้ายทุกคนกลับมานั่งล้อมวงหน้าห้อง
อ้อ แข่งวิ่งผลัดกับเวลาเริ่มขึ้น กายเสนอ “ถ้าเราเอาสมุดโจ้ไปแลกกับสมุดแพร แล้วให้แพรประกาศหาคนทำสมุดหาย จะได้เร็วขึ้น”
“ถ้าไปหาอาจารย์ใหญ่ให้ช่วยประกาศ หาเจ้าของสมุดผิดที่ผิดทาง คนไม่หาว่าเราซุ่มซ่ามนะ?” ต๋องลังเล
โจ้สวนกลับ “นายคิดว่าอาจารย์ใหญ่จะไม่รู้ทันว่าพวกเราคือคนปล่อยหายน่ะเหรอ?”
ท่ามกลางความวุ่นวาย ไพศาลเพื่อนขี้เกรงใจเสนอ “ฉันว่าเราควรสารภาพกับอาจารย์ตรงๆ หน้าดีกว่า”
ทุกคนเหล่มองไปที่ไพศาลนิ่ง
“และถ้าต้องเก็บขยะทั้งกลุ่มเพราะฉันหลุดปากล่ะ!” กายม้วนตัวกอดอก
“นายไม่ต้องรับผิดคนเดียว จะประกาศรวมชื่อทุกคนเลย” ต๋องแสร้งปลอบแต่เสียงสั่น
แพรเสนอ “หรือจะแบ่งทีม ลากกระเป๋าเช็กทีละช่องเลย จนกว่าจะเจอครบ” ทุกคนเริ่มตกลงใจ
กายรีบเช็กกล่องเก็บของใต้โต๊ะ ปรากฏว่าเจอแมวของโจ้ซ่อนอยู่แทน
“เอาแมวฉันมาทำไม!” โจ้ร้องด้วยความตกใจปนหัวเราะ
เสี่ยงทายดวงสุดท้าย ต๋องเจอสมุดปึกหนาในกระเป๋าเสื้อกันฝนเก่า ปรากฏเป็นสมุดวิเคราะห์ข้อสอบตกของปีที่แล้ว ต๋องมองหน้าเพื่อนแล้วหัวเราะแห้ง “เจอแต่สันปกแตก ๆ ไม่ใช่ของเรา!”
เวลาล่วงเลยจนชั่วโมงสุดท้าย ทุกคนต่างหน้าเครียด ความตึงเครียดอยู่จนโจ้ตะโกน “เอาซะที! ใครเอาสมุดมาแลกกับสติ๊กเกอร์โจ้แล้วเอาไปซ่อนไว้ในล็อกเกอร์หน้าโรงอาหาร!”
ต๋องกับกายสบตากันอย่างมีแววสำนึก ตัดสินใจเล่าเรื่องความเข้าใจผิดทั้งหมดให้อาจารย์ชัยฟัง
อาจารย์ชัยฟังแล้วนิ่งไปครู่ใหญ่ จากนั้นอมยิ้มก่อนจะหัวเราะ
“ปัญหานี้แก้ไม่ยาก มีแต่ใครบางคนมั่นใจเกินเหตุ กับใครบางคนที่ชอบคิดมาก เอ้า เอาสมุดมาให้ถูกคน เสร็จแล้วช่วยกันจัดระเบียบโต๊ะตัวเองบ้าง วันหน้าอย่าลืมสิ่งสำคัญ ๆ แบบนี้อีกนะเด็ก ๆ”
เสียงหัวเราะผ่อนคลายดังขึ้นอีกรอบ ทุกคนในกลุ่มยิ้มให้กัน ภารกิจวุ่นวายสิ้นสุดลงพร้อมบทเรียนที่ไม่มีในหนังสือเรียน
ก่อนกลับบ้านต๋องหันมากอดคอกาย “ดีนะที่มีเพื่อนอย่างแกอย่างนี้ ถึงจะมั่นใจผิด ๆ ทุกที!”
กายหัวเราะ “อย่างน้อยความคิดมากของฉันยังช่วยกันไว้ ไม่งั้นนายคงวุ่นเป็นบ้าแน่!”
โจ้โผล่มาแซว “คราวหน้าถ้างานหาย ทั้งห้องได้ส่องแมวแทนแล้วล่ะ!”
เสียงหัวเราะอบอวล ห้องเรียนกลับคืนสู่ความสงบ…ชั่วคราว