ชมรมรัก(ลับ)รับจ๊อบวุ่น
เสียงระฆังเลิกชั้นเรียนฤดูร้อนในโรงเรียนมัธยมปลายวังเลขาไม่ทันจางหาย ครูแก้วก็ได้ยินเสียงฮือฮาดังลอดจากห้องเรียน 3/3 ติดกันมาทั้งอาทิตย์ ราวกับว่าวันนี้จะไม่เหมือนวันอื่น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ไทม์! ถ้าโดนอีกทีแม่ฉันฆ่าฉันแน่” เสียงหวาดกลัวของโอ๊คดังมาจากประตูหลังห้อง เด็กชายร่างผอม หน้าเหลี่ยมคล้ายจะร้องไห้ มือกำกระเป๋านักเรียนแน่น
“ใจเย็น ฉันมีแผน” ไทม์ หนุ่มผมหยิกที่มั่นใจจนเกินไปชี้นิ้วขึ้นฟ้า “เหลืออีกสิบวันต้องหาเงินอีกร้อยบาท ฉันจะสร้างชมรม!”
“ชมรมอะไร ครูไม่เซ็นแน่” โอ๊คสวนทันควัน ใบหน้าวิตก “ชมรมกินฟรี? ชมรมหลบการบ้าน?”
ไทม์ยิ้มกว้าง “ชมรมรับจ๊อบ! ทุกปัญหาแก้ได้ เรารับทำหมด งานจิปาถะในโรงเรียน!”
โอ๊คหน้าเสีย “แล้วใครจะจ้าง ต่อไปพวกเราจะกลายเป็นปีศาจรับจ๊อบไหม?”
ในขณะนั้น หัวหน้าห้องสาวผมเปีย พิกุล โผล่หน้าเข้ามา “รับจ๊อบอะไร พวกนายกำลังจะโดนลงโทษเรื่องกุญแจห้องสมุดคราวที่แล้วยังไม่เคลียร์เลย”
“นี่แหละโอกาส! พิกุล เธอช่วยเป็นเลขาชมรมให้หน่อย” ไทม์รีบโบกมือชวน พิกุลทำหน้าจริงจัง “ไม่เข้าร่วมหรอก! แต่ถ้างานชมรมเกินไปฉันจะรายงาน!”
นักเรียนสามคนยืนกลางห้อง กำลังริเริ่มเส้นทางสะสมเงินซื้อเครื่องเป่าผมให้แม่ไทม์ เนื่องจากแม่ที่เป็นครูฝึกสอนของโรงเรียนมักยืมของเก่าทุกเช้าและบ่นเรื่องลูกชายไม่เคยช่วยอะไรได้
ไทม์เปิดโน้ตบุ๊ค มีไวท์บอร์ดเล็กจดภารกิจแรก: ล้างหน้าต่างห้องพักครู “เริ่มต้นง่ายๆแบบนี้ ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน” เขาพูดอย่างมั่นใจ
“โอ๊ค นายแน่ใจเหรอว่านั่นผงซักฟอก?” พิกุลถามเสียงเบา ขณะที่โอ๊คเทผงน้ำหอมซองฟ้าใส่ถังน้ำ ไทม์ไม่สนใจ “ทุกคนไปตำแหน่ง!”
โอ๊ควางเท้าเหยียบเก้าอี้พลาสติก หน้าต่างจะต้องใสกิ๊ง มือทั้งสามเริ่มเช็ดพร้อมกันทันที ไทม์แอบใส่น้ำหอมขวดใหม่ที่แอบหยิบจากห้องพยาบาล โอ๊คเผลอถูลายป้ายชื่ออาจารย์จนเลือน ใช้น้ำเย็นจัดสาดแรงโดยไม่รู้ว่าเครื่องซักผ้าใต้หน้าต่างนั้นปลั๊กหลวม
เสียง “เปรี๊ยะ!” จากเต้าเสียบไฟทำทุกคนสะดุ้ง น้ำกระเซ็นใส่กระเป๋าเอกสารเก่า ๆ พิกุลกรีดร้อง “นั่นของอาจารย์ฝ่ายปกครอง!”
ความวุ่นวายระลอกแรกเกิดขึ้นกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนที่เดินผ่าน พิกุลขู่ “นี่คือความรับผิดชอบนะ!”
“ให้ตายสิ เดี๋ยวเราหางานอื่นรับแก้มือ…เอ๊ะ นั่นอะไรในกระเป๋า?” ไทม์ก้มดูเอกสารเปียก ยิ้มเจื่อน
โอ๊คขัด “จะซวยอีกแล้วใช่ไหม? ถ้าถูกหักคะแนนฉันขอลา!”
การรับจ้างครั้งต่อมาคือ “ส่งขนมฝากเพื่อนรุ่นน้องชั้น 1/1” ไทม์ขออาสาเดินไปเอง โอ๊คเจอเด็กชายตัวเล็กที่หน้าเหมือนรุ่นพี่คนละห้อง สวมชุดคลุมนักเรียนใหม่ โอ๊คยื่นขนมผิดคน! เด็กคนนั้นชื่อเหมือนพิกุลแต่เป็นชื่อเล่น “ขุน” โดนเคี้ยวขนมหมด กล่องหาย
“นายไม่คิดจะเช็คชื่อก่อนบ้างเลยเหรอ!” พิกุลถอนหายใจ หน้านิ่ว
เมื่อกลับมาที่ชมรม ผลคือรุ่นน้องตัวจริงถือขนมเปล่าร้องไห้ วิ่งไปฟ้องครูฝึกสอน แม่ไทม์เดินตามเข้ามา “นี่พวกเธอทำอะไรกันอีกแล้ว!” อารมณ์คุณแม่มาเต็ม ไทม์ยิ้มแห้ง “เรากำลังศึกษาเศรษฐกิจพอเพียง…แบบปฏิบัติ”
งานที่สาม บรรจุซองเอกสารให้ครูประจำชั้น ทุกอย่างดูดี แค่ โอ๊คตักน้ำเติมแก้วผิด ไปเติมโหลปลาทองประจำห้องด้วยน้ำล้างจาน พิกุลร้อง “โอ๊ค น้ำปลานั่นกลิ่นหอมไปหน่อยไหม” ไทม์หยิบโทรศัพท์ลองแปลกๆ โทรหาพ่อบ้านโรงเรียนผิดเบอร์แต่สายไปติดที่ฝ่ายกิจกรรม
เสียงประหลาดหลุดจากปลายสาย “เอ๊ะ ทำไมชมรมนักเรียนส่งเบอร์ประธานนักเรียนให้ห้องพยาบาล?” ทุกคนอึ้ง! เรื่องวุ่นลุกลาม กระแสข่าวลือชมรมรับจ๊อบเอาข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผย
ไทม์ตั้งใจแก้สถานการณ์ “เราต้องเคลียร์ ข่าวลือ! เดี๋ยวฉันไปเจรจกับประธานนักเรียน”
ฉากคาเฟ่ใต้ตึกเรียนจึงเริ่มขึ้นด้วยความเก้อๆ ไทม์ลองเข้าไปทัก “สวัสดีครับ พี่ดิน…เอ่อ ทำไงถึงจะลบข่าวออกจากไลน์กลุ่มดีครับ?”
ประธานนักเรียนยิ้มหยัน “น้องอ่านข่าวปลอมหรือยัง?” ไทม์หันไปมองพิกุลกับโอ๊ค โอ๊คเหงื่อตก “เราต้องไม่ทำอะไรเสี่ยงขนาดนี้อีกนะ!”
ขณะที่กำลังแนะนำกรรมวิธีรับจ๊อบครูห้องข้าง ๆ ให้หาแมวหายในโรงอาหาร โอ๊คกลัวมากเพราะแพ้ขนสัตว์ พิกุลไม่เคยจับแมวเลย แมวตัวนั้นปรากฏว่าเป็นแมวของบุคลากรที่เพิ่งคลอดลูกหมา!
“ที่จริงมันคือหมา! แล้วมันชื่อปิ่นเหมือนคุณแม่ไทม์อีก เละชัวร์…” โอ๊คกระซิบ
ไทม์เก้อ “เอ่อ ก็แค่ผิดสายพันธุ์ หมาคือแมวของใจ!”
ภารกิจแกะรอยหมาปิ่นนำไปสู่การไล่ล่าระหว่างนักเรียนสามคนกับกลุ่มแม่บ้านโรงอาหารที่เข้าใจว่าเด็กกลุ่มนี้ขโมยของกิน พิกุลปะทะคารมกับป้าวัลย์ “หนูไม่ได้ขโมย! หนูหา…หมา…ค่ะ!”
“หมา ฉันเห็นเดินเข้าไปใต้โต๊ะคอม” ป้าวัลย์ยื่นนิ้วจี้ พิกุลหันไปคว้าโต๊ะผิดข้าง หมาปิ่นวิ่งสวนออกอีกทาง เฉี่ยวขาพี่ชายรุ่นพี่โรงงาน
“โอ้ย! เหยียบเท้าฉันทำไม” รุ่นพี่หันมาจะโมโห ไทม์รีบขอโทษแล้วหลุดพูดว่า “ผมแค่มองหาสัญญาณความอบอุ่นจากสัตว์” รุ่นพี่ยิ้ม “เออ…ไม่เป็นไร เด็กดี น่าจะไปตั้งชมรมสัตว์เลี้ยงซะ”
กลับมาถึงห้องชมรม พิกุลหอบ “สาบาน ฉันจะไม่ร่วมงานอีก!”
ไทม์นับเงินในกระปุก “เราหาเงินได้เกือบครบ แต่ถูกหักค่าปรับเรื่องแมวกับเรื่องขนม!” โอ๊คฟุบหน้ากับโต๊ะ “เราไม่มีวันสำเร็จ ชีวิตล้มเหลว…”
“หน้าแบบนี้ แม่ฉันยิ่งสอนหนักขึ้นอีก…” ไทม์พูดเบา ๆ ท่ามกลางบรรยากาศพ่ายแพ้
การประชุมชมรมครั้งสุดท้าย เงียบผิดปกติ พิกุลกล่าว “ที่จริง…ที่ฉันช่วยเพราะอยากเห็นสองคนนี่สำเร็จบ้างในชีวิตมัธยม…ถึงจะวุ่นก็เถอะ”
ทันใดนั้น แม่ไทม์กับครูฝ่ายปกครองเดินเข้ามา “สิ่งที่เด็ก ๆ ทำผิดกฎไปบ้าง แต่ใจรักการช่วยเหลือ ยังไงก็ต้องดูแลกันต่อไป อย่าหลบหลังปัญหา” แม่ไทม์ยื่นเครื่องเป่าผมใหม่ที่ซื้อมาฝากลูกเอง “ฉันเห็นความพยายามนะ แต่แม่ทำงานเก็บตังค์พอแล้ว ไม่ต้องรับจ๊อบลับให้ลำบากหรอก”
ทั้งสามยิ้มกว้าง หัวเราะปนโล่งใจ
โอ๊ค “ฉันว่าปีหน้าพวกเราทำชมรมช่วยเพื่อนสอบตกมั้ย?”
พิกุล “อย่าอีก…”
ไทม์ “ถ้ารอบนี้ผิดพลาด ก็เรียนรู้ไปด้วยกันไง”
ทั้งสามคนหัวเราะ รู้ตัวดีว่าชีวิตมัธยมไม่น่าเบื่อเพราะความวุ่นวายเล็ก ๆ ที่สร้างความหมายใหญ่พอดี