โปรเจกต์สร้างบ้าน—ป่วนจนเพื่อนบ้านต้องกราบ
เสียงตอกตะปูดังแปร๋นอึกทึก ทั้งที่เป็นเวลาตีห้า ‘บิว’ ไหลตัวตื่นตีลังกาลงเตียงแล้วรีบลุกขึ้น พ่นลมหายใจเฮือก มองเพดานแบบคนกำลังประเมินจุดวางฉากกั้นห้อง ผู้อยู่อาศัยคอนโดเก่าสิบห้าปีตึก C ไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้มาก่อน แต่โปรเจกต์บ้านในฝันต้องเริ่มตอนนี้ ยิ่งเร็วยิ่งดี
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!‘ไนท์! ตื่น! แกหยิบเครื่องมือไหนผิดอีกละ’ บิวฮึ่มออกจากห้องตัวเอง สะดุดกับถังสี แล้วสบถในใจ—ยังไว้น้ำใจยันเช้าแท้ ๆ
‘เรายังจะต้องทุบผนังอีกมั้ยเนี่ย? กลัวจะมอบกรรมสิทธิ์คืนวันนี้เลยนะบิว’ ไนท์เพื่อนบ้านตรงข้ามเปิดประตูห้องเขลอะ ๆ ลากกล่องเครื่องมือมาทับเศษกระดาษอยู่หน้าห้อง
‘บ้านที่ดีเริ่มต้นด้วยกำแพงที่กล้าแตกต่าง!’ บิวภูมิใจนำเสนอภาพสเก็ตซ์ร่างบ้านฉบับมือใหม่ที่ตั้งใจลดต้นทุนทุกอย่างจนดูคล้ายบ้านของเล่นผสมสถานีอวกาศ ‘คืนนี้เสร็จแน่นอน เชื่อฉัน’
‘ถึงอย่างนั้นก็เหอะ…แต่เสียงนี่อย่างกะวงโยธวาทิตนะ’ เสียงป้าศรีแก้วเดินมาตามระเบียงโดยบังเอิญพอดี ประโยคเด็ดตามมาว่า ‘น้อง ๆ หนู ๆ ถ้ามีเรื่องจะรื้อถอน เดี๋ยวมันต้องมีใบอนุญาตนะลูก!’
‘แค่รีโนเวทเล็กน้อยครับป้า’ บิวกับไนท์หน้าซีด หันมาขยิบตากัน พยายามเนียนเก็บสว่านก่อนเสียงจะดังทะลุกระจกต่อ
ฉากเช้าวันเสาร์กลายเป็นวงสนทนาเล็ก ๆ หน้าลิฟต์ทันที เมื่อจู่ ๆ อาย-แฟนสาวของบิว โผล่มาตรวจ QA ประจำสัปดาห์ ท่าทางเอ๊ะใจกับฝุ่นเกาะตามแขนแฟน
‘นี่ตกลงแกจะทำแค่ลอกวอลเปเปอร์กับจัดชั้น หรือว่าจะสร้างบ้านใหม่กลางลิฟต์เลย?’ อายปรายตา พลางเบือนหน้าไปหาไนท์ซึ่งรีบแถว่า ‘บิวว่ามีวิธีใหม่ ไม่ต้องขึ้นศาลาก็ได้’
‘ของพวกนี้ฉันว่าวางใจเป็นอันดับท้าย ๆ นะ’ อายถอนใจ หยิบถุงมือพลาสติกมาแจก ก่อนจะชี้ไปที่ป้ายห้ามรื้อถอนเด็ดขาด หน้าลิฟต์ แม้จะเป็นป้ายกระดาษธรรมดาแต่ก็หลอนใจพอสมควร
‘คืนนี้ฝันดีแน่—ถ้าไม่โดนประชุมคอนโดกลางดึก’ ไนท์กระซิบพลางเปิดยูทูปวิธีปิดเสียงเครื่องมือลับเฉพาะกิจ บิร์ดเทปพันสายไฟมาคาดที่เหล็กทุบ(ซึ่งไม่มีใครแน่ใจว่าช่วยได้จริง)
เสียงขูดครืด ๆ ดังต่อเนื่อง พร้อมเสียงขำแห้ง ๆ ของเพื่อนบ้านชั้นห้า ประมาณว่าวันนี้ทั้งดาดฟ้าคงรู้แผนของสองหนุ่มจากแม่บ้านที่ขึ้นลิฟต์มาชะแง้ดูวันละสามรอบ
‘จริง ๆ แล้วแกอยากได้บ้านแบบไหนกันแน่?’ ไนท์เริ่มถาม พยายามเอาใจด้วยกาแฟเย็น ‘หรือแค่กลัวต้องอยู่คนเดียวหลังจากโดนแฟนบ่นทุกวัน?’
‘บ้านที่อยู่แล้วอุ่นใจ ไม่ต้องกลัวใครรื้อฟื้นอดีต’ บิวตอบพลิกไปมาด้วยเสียงจริงจังแบบแบกโลก พอได้ยินก็เป็นฉากเงียบงันพักนึง ก่อนอายส่ายหัว ‘ขี้กลัวซะขนาดนี้ แฟนแบบฉันคงต้องมีหูทิพย์ล่ะ’
ขณะที่กำลังพูด ป้าศรีแก้วกลับมาพร้อมตลับเมตร ‘วัดระยะเลยลูก จะได้เข้ามาตีเสริมทัพให้เหมือนบ้านของจริง…ของจริงจัง!’
ไม่นานก็เห็นโน้ตติดหน้าลิฟต์: ‘โปรดให้ความร่วมมือ งดทุบ รื้อ ดัดแปลง ฝุ่นกระจาย ก่อน 9 โมงเช้า—ด้วยรักจากนิติบุคคล’
บิวจึงปรับยุทธศาสตร์ใหม่ ประชุมวางแผนกันในครัวอย่างลับสุดขีด โดยที่ไนท์คลิกมือถือหาวิธีลดเสียง ‘แกใช้แอปตามเสียงหนูไหม จะได้เบา ๆ แบบหนู?’ บิวทำหน้างง ‘จะให้ต่อสายไฟลงรูหนูเหรอ?’
‘ไม่ใช่! เลื่อนแอปเลียนเสียงบนลำโพง ให้เพื่อนบ้านคิดว่าทางนี้แค่ซ้อมเปียโน’ ไนท์พล่ามหัวเราะพลางเปิดเสียงเปียโนปลอม เสียงพูดพล่ามกับเสียงเปียโนปลอมดังปนเปเข้าจนดูยุ่งเหยิง
จู่ ๆ พี่ชิด ผู้ดูแลวิศวกรรมของคอนโดแหย่หัวเข้ามา ‘ไอ้สองตัว ชั้นรู้ทันหรอก พอเห็นไม้ระแนงนี่ก็ร้องโอ้โห หนมปังบัตเตอร์ หรือจะสร้างซาวน่าแบบอารบิก?’
‘ขอลองเถอะพี่ พี่ไม่เห็นว่าเราจะทำจริง ๆ หรอ’ บิวลูบคิ้วครุ่นคิด พยายามหาวิธีเนียนทำสิ่งที่ดูเก๋แต่ไม่เสี่ยงโดนไล่ออก ‘แค่โปรเจกต์ย่อย ๆ ครับพี่ สัญญา ดึกละเงียบสนิท’
แต่เหมือนดึกจะไม่ได้เงียบตามสัญญา เพราะเสียงทุบกรอบประตูกระจกเคาะสนั่น ‘ขอโทษครับ ๆ ไปติดตั้งวันอาทิตย์ดีกว่า’ ไนท์ดึงบิวซึ่งกำลังติดวอลเปเปอร์แบบลายทุ่งหญ้า จนพลาดท่าดึงทั้งม้วนลงพื้น
เสียงป้าศรีแก้วหัวเราะ ‘ถ้าเสร็จฉันจะขอเช่าห้องค้างคืนเลยลูก!’ พร้อมกึ๋นความขำจากเพื่อนบ้านที่แอบถ่ายคลิปตอนพลาดงานวางไม้ แท็ก ‘วิ่งหนีกันวันเดียว 6 รอบแล้วจ้า!’
โปรเจกต์ที่ควรเสร็จวันเดียววนไปทะลุสามวัน แปลงจากคลับเฮาส์บนดาดฟ้า กลายเป็นห้องรับแขกมั่วซั่ว แล้วปรับลงมาเหลือพื้นที่เล็ก ๆ กับโซฟาบวม
‘ฉันว่าถ้าให้แม่บ้านใหม่มาตรวจเช็ค เราโดนแน่ ๆ’ ไนท์พูดเบา ๆ พลางดูผลงานล่าสุดที่ผนังหลุดเทปกาว เศษไม้ปลิวตามลม
พอดีจังหวะอายเดินกลับมา บิวรีบโชว์ผลงาน ‘เห็นมั้ย ความรักของฉันมันกว้างใหญ่เท่าห้องนี้!’ อายอมยิ้มมุมปาก ‘แต่อย่าลืมเก็บเศษไม้ด้วยนะ ฉันไม่อยากสไลด์ลื่นกลางดึก’
เสียงอินเตอร์คอมจากนิติฯ ดังขึ้น ‘หนุ่ม ๆ ขอเวลา 5 นาที เจอกันที่ล็อบบี้ มีเรื่องประชุมประจำปีด่วน’
ทั้งสองหน้าซีด อายยิงมองด้วยสายตา ‘โดนแน่ ๆ’
ห้องประชุมชั้นล่างเต็มไปด้วยกลิ่นกาแฟสำเร็จรูป กับเสียงซุบซิบจากเพื่อนบ้าน บางคนดูเหมือนไม่สนใจอะไรเลย บางคนหอบหมาเข้ามานั่งด้วย และป้าศรีแก้วยังไม่เลิกถือเทปวัดระยะ
‘สรุป ใครขอปรับปรุงพื้นที่กลางห้องใครวะ!?’ พี่ชิดแกล้งตะโกนขึ้น ทุกคนหัวเราะ และก่อนที่จะมีใครตอบ ไนท์ก็โพล่ง ‘คือเราคิดว่าจะปรับห้องให้ปลอดฝุ่นมากขึ้นนะครับ แขกจะได้สุขภาพดี’
‘แต่คนที่เสี่ยงที่สุดคือเจ้าของห้องข้าง ๆ มากกว่า!’ ป้าศรีแก้วสวน ‘ทุกวันนี้เดินผ่านเหมือนเข้าถ้ำไทม์แมชชีน งานศิลปะแบบยุค 90 ผสมห้องละหมาด โอ้โห—สร้างสรรค์จริง ๆ’
ความเข้าใจผิดชั้นใหม่เกิดขึ้นทันที เมื่อเพื่อนบ้านเริ่มลือว่าที่แท้บิวต้องการเปลี่ยนตึกเป็นโฮสเทลกันเอง
เสียงนิติฯ พี่โค้ชแก้ว สรุปว่า ‘รอบหน้าจะตั้งทีมตรวจสอบ DIY ป้องกันวีรกรรมใหม่ ๆ ก่อนใครเลยนะหนุ่ม ๆ’
บิวหัวเราะแห้ง ๆ ส่วนไนท์เดินหอบกล่องเครื่องมือออกมาพลางคิดในใจ ‘แกไม่อยาก renovate แต่อยาก late ให้น้อย ๆ รึเปล่า?’
กลับขึ้นมาที่ห้อง ทั้งสองเริ่มมองโปรเจกต์เก่าด้วยสายตาใหม่ ไนท์พูดขึ้น ‘เอาจริง ๆ ฉันชอบที่พัง ๆ นี่นะ มันเหมือนหลักฐานว่าเราเคยช่วยกันจริง ๆ’
‘บ้านในฝันมันคงไม่ต้องหรูสำเร็จทุกอย่าง แค่มีคนอยู่ข้าง ๆ ก็พอ’ บิวตอบ นิ่วหน้าแบบยังขาดอะไรซักอย่าง’
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังอีกครั้ง ป้าศรีแก้วยื่นตระกร้าอาหารมาให้ ‘ถือว่าบ้านใหม่แล้วกัน! แต่วันไหนจะเลิกขุดต้นไม้แจกเพื่อนบ้านบ้างลูก?’
ทั้งห้องหัวเราะกลิ้ง แม้อายจะแกล้งเหน็บ ‘คราวหน้าอย่าลากโซฟาบวมไปหน้าลิฟต์ละกันนะ’ ทุกคนเริ่มมองโปรเจกต์วุ่น ๆ นี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องเล่าที่จะพูดถึงอีกยาว
บิวและไนท์แอบขำ ลูบหัวเข่าตัวเองที่เจ็บจากการช่วยกันลากโซฟา (โดยไม่มีใครเจ็บจริง ๆ ) ‘โปรเจกต์บ้านในฝันฉบับเพื่อนบ้านก็เสร็จดีแล้วเนอะ’
เสียงอินเตอร์คอมดังขึ้นพร้อมเพลงธีมคอนโดตลก ๆ เสริมบรรยากาศคลุมเครือของเช้าวันใหม่ ทุกคนหัวเราะเหมือนเข้าใจกันโดยไม่ต้องอธิบายอะไรอีก
และในที่สุด ก่อนจะจบฉาก บิวถามไนท์ ‘คิดว่าเราควรทำห้องน้ำใหม่เลยมั้ย?’ อายกับป้าศรีแก้วตะโกนสวนพร้อมกันว่า ‘ห้าม!’