เรื่องวุ่น ๆ ของชมรมพฤกษา กับปริศนาดอกไม้หายป่วน
เสียงร้องโอดโอยลั่นห้องชมรมพฤกษาดังขึ้นศุกร์เย็นในขณะเด็กนักเรียนคนอื่นกำลังหอบกระเป๋ากลับบ้านไปตั้งวงกินข้าวซอย กิ๊ฟ—ประธานชมรม สวมหมวกฟางเก่า ๆ ดวงตาดูกระวนกระวาย ขยับแว่นตาที่ใส่จนชินนิสัยขึ้นและชูสมุดบันทึกขึ้นอ่านเป็นรอบที่สาม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ไม่ได้การแล้ว…ดอกเบญจมาศของห้องเราแถวประตูเพิ่งลดระดับพลังกะทันหัน ปกติวันนี้แอบวัดความชื้นดินได้เต็มถัง แต่ตอนนี้…จืดเกิน! ทุกคน มีคนขโมยน้ำให้ดอกไม้แน่ ๆ!”
“แก…แกคิดมากปะเนี่ยกิ๊ฟ?” เสียงแหบ ๆ ของต้น—เด็กชายร่างท้วมผิวคล้ำ มือเปื้อนดินถือต้นไม้มาถาม พลางแอบหยิบมันฝรั่งทอดกรอบกรอบเข้าปาก
“ต้น! ไหนบอกจะช่วยฉันไล่หาความผิดปกติในสวนไง นี่เธอมานั่งกินขนม” กิ๊ฟมองแรง
“อะ เออ ก็ช่วยอยู่—แค่พลังงานตกนิดหน่อยเอง แก่น้อยลงได้อีกเหรอเราเนี่ย?” ต้นยิ้มแหย่ดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนเมื่อเพื่อนสาวเริ่มขวานผ่าซาก
“แล้วนี่พวกนายตื่นเต้นกันเป็นหมาเจอข้าวโพดอะไร?” หนูแหม่ม—สมาชิกใหม่ เข้ามาลากเก้าอี้นั่งลงด้วยสีหน้าเบื่อ ๆ มือขยี้ผมบ๊อบไถข้างอย่างไม่ค่อยแคร์
กิ๊ฟถอนหายใจ “ถ้าฉันไม่คิดมาก สวนเราก็เละแน่ เธอโดนดุแน่แหม่ม! ครูดาวรอประกาศผลประกวดสวนหย่อมอีกอาทิตย์เดียว! ถ้ารู้ว่ามีปัญหา จะถูกตัดสิทธิ์หมด!”
“จริงเหรอวะ? โอ้โห…งั้นงด! เลิกเบลอ เดี๋ยวฉันช่วย! เอ้า! สำรวจ! เดี๋ยวก่อน ไหนสัญญาณความชื้นเนี่ย?” หนูแหม่มตรงดิ่งไปหาอุปกรณ์แล้วกลายร่างเป็นผู้เชี่ยวชาญชั่วคราว ทั้งที่ไม่เคยรดน้ำต้นไม้เลยสักต้น
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องชมรมเปิดผาง เจ๊เปิ้ลผู้ดูแลโรงอาหารเดินเข้ามาในบรรยากาศเงียบสงัด สะพายกระเป๋าผ้าสีสะท้อนแสงไว้กับไหล่
“ขอโทษค่ะเด็ก ๆ มาเอาไม้ปาดมอสไปใช้ในโรงอาหาร ใครเรียงดอกไม้ขวางทางไว้ ไม่ใช่แม่บ้านหรอกเหรอ?”
สามคนหันขวับมองหน้ากัน แล้วหันกลับไปมองกล่องดอกไม้หน้าห้อง—ว่างเปล่า!
“เอ๋… เพิ่งวางเช้านี้ไปเลย!” กิ๊ฟตะโกนลั่น
ต้นรีบปัดเศษขนมออกจากเสื้อ “หรือว่า ที่สวนโดนโจรดอกไม้! ไม่งั้นจะหายไปได้ไงล่ะ!”
กิ๊ฟหน้าเครียด ทะเลาะกับตัวเองในใจว่าจะไปแจ้งใครดี กลัวถูกว่าเป็นเด็กมากเรื่อง ทุกสายตาเริ่มหวาดระแวง เจ๊เปิ้ลส่งเสียงหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะเดินออกไปแบบไม่ไว้ใจ
คืนนี้…ชมรมพฤกษาก็ไม่ปิดไฟเหมือนเดิม ต้องอยู่เฝ้าสวนกันจนกว่าจะหาตัวคนขโมยให้เจอ!
ความวุ่นวายจริงจังเริ่มต้น…
หลังสอบถามผู้ต้องสงสัยรายแรก—สมหมาย เด็กชายผอมแห้งที่นั่งเล่นเปตองอยู่ข้างสนาม กิ๊ฟเดินตรงเข้าไปทันที
“นายเห็นใครเดินเข้าออกสวนบ้างช่วงบ่าย?”
สมหมายขยับหมวก อมยิ้มแล้วตอบ “เห็นแต่หมาดำกับลุงบุญมี เด็กชมรมชีวะเอากล่องข้าวมาตั้ง ข้างในเหมือนไม่มีอะไรแปลก”
“แต่พวกเราก็ไม่ได้เอานี่นา!” แหม่มกระซิบเสียงดัง จนสมหมายคว้ายางเป่าเล่นแล้วยิ้ม “ถ้าหาเจอก็บอกด้วย เผื่อได้กินดอกไม้ทอด”
ต้นทำท่าตกใจ “กินดอกไม้ทอด?! โห ล้ำไปอีก”
กิ๊ฟบันทึกลงสมุด เช็คข้อมูลไปพลาง ๆ ความคิดในหัวเริ่มฟุ้งจนแยกไม่ออก เขียนวนไป เขียนวนมา โทษลุงบุญมีไว้ก่อนเพราะเคยถูกขนุนสวนขาดหายแต่ยังไม่มีหลักฐาน
แต่ละคนออกเดินสายแกะรอยตามภารกิจเดียว—ต้องตามหาดอกไม้ให้ได้! กิ๊ฟกับต้นเดินขาขวิดเข้าสวนภายในโรงเรียนแอบมองความผิดปกติ แหม่มเดินเฉไฉไปถามครูดาว—แต่บังเอิญดันไปผิดห้อง ไปเข้าห้องแนะแนวแทน…
“คุณครู ห้องประกวดสวนอยู่ตรงนี้มั้ยคะ?”
“อ๋อ ห้องประกวดความเศร้าใจอยู่ตรงนั้นลูก สวนอยู่ข้างหลัง” ครูแนะแนวตอบพร้อมแจกยาดม
แหม่มรับยาดมมาสูด เหม่อยิ้มแบบไม่เข้าใจ เท่านั้นยังไม่พอ ต้นที่พยายามช่วยไปเรียกเพื่อนร่วมมาสังเกต กลับจ้างให้เพื่อนช่วยดูด้วยรางวัลขนม free แต่พอถึงหน้างาน กลับไม่มีใครสนใจดอกไม้ มีแต่คนอยากขนขนม
ความวุ่นวายพัวพันมากขึ้น เมื่อข่าวลือ “โจรขโมยดอกไม้” เริ่มกระจาย ป.5 ยัน ป.6 ต่างเริ่มพูดถึงฟีเจอร์ลับของสวนหย่อมโรงเรียนว่า มีคนแอบขุดรูเข้าไปใต้ต้นไม้เพื่อซ่อนขนมหวานไว้ กิ๊ฟเครียด หนูแหม่มงง ต้นกรรมกรของชมรมสติแตกหนัก—เกือบเอาดินกระสอบเทราดสวน
“ใจเย็นต้น! เรามาสืบให้ชัวร์ก่อน! เราเอง…ไม่อยากให้ใครว่าชมรมเราไม่มีระเบียบ” กิ๊ฟเสียงคล้ายจะร้องไห้แต่ยังพยายามคุมสติ
แหม่มเริ่มรู้สึกลึก ๆ ว่าเรื่องนี้ใหญ่กว่าดอกไม้หาย มิตรภาพชมรมกำลังโยกเยกเพราะปัญหาเล็ก ๆ!
ฟากต้นนั่งกุมหัว “แล้วถ้าโจรมันอยู่ในชมรมเองล่ะ?”
แหม่มเบิกตากว้าง “แกว่ามีหนอนบ่อนไส้จริงเหรอ?”
กิ๊ฟยิ่งสงสัยคนในมากขึ้น บันทึกสมุดเพิ่ม 1 รายชื่อ—ต้น เพราะตอนประกาศหาย ต้นอยู่ใกล้สุด ต่อไปก็แหม่ม เพราะเธอเดินเข้าออกบ่อย แล้วลุงบุญมี ส่วนเจ๊เปิ้ลยังไม่นับเพราะไม่เข้าใจ
วันถัดมา ชมรมประชุมพิเศษ กิ๊ฟขึ้นนำเสนอบนกระดาน: “แผนจับโจรขโมยดอกไม้” มีทั้งรายการผู้ต้องสงสัย แผนดักถ่ายวิดีโอ ป้ายเตือนว่ามีเชื้อรา ภาพประกอบกวน ๆ พร้อมกติกา—‘ห้ามแจ้งตำรวจ ห้ามฟ้องผู้ปกครอง ห้ามโพสต์เฟซ!’
ต้นถาม “งั้นถ้าจับไม่ได้ รอดูดอกไม้กลับมาเองป่ะ?”
แหม่มสวนกลับ “ไม่กลับมาหรอกต้น ดอกไม้ถ้ามีขาหาคงออกเดินไปเองนานแล้ว”
บรรยากาศในชมรมกลายเป็นสงครามเย็นแบบไม่รู้ตัว ทุกคนระแวงกันเองมากขึ้น กิ๊ฟเริ่มสติหลุด กากบาทชื่อต้นในโพย แหม่มแอบวาดรูปการ์ตูนระบาดเชื้อโรคบนดอกไม้—พยายามทำให้บรรยากาศเบาขึ้นแต่กลับตอกย้ำความเครียด
รุ่งขึ้น วันประชุมใหญ่โรงเรียน กิ๊ฟพบหลักฐานเด็ด—กลีบดอกไม้ตกอยู่ทางเดินระหว่างโรงอาหารกับห้องดนตรี! รีบชวนต้นกับแหม่มไปสืบ ดูรอบ ๆ แล้วดันบังเอิญเจอเจ๊เปิ้ลลากถุงขยะมาเท
“เฮ้ย เจ๊ เดี๋ยวก่อน ขอค้นขยะ!”
“หา! จะบ้ารึเปล่า หน้าตาแบบพวกเจ๊ไม่ไปยุ่งหรอก!”
“แต่ถุงขยะเมื่อกี้…มันมีเศษดอกไม้จริง ๆ” กิ๊ฟเค้นเสียง
เจ๊เปิ้ลมองซ้ายขวา รับศึกกดดันอย่างหนัก “พวกเธอรู้มั้ย บางทีของที่หายไป ก็แค่ของที่คนลืมไว้…”
ต้นรีบกระซิบข้างหูเพื่อน “แก เดี๋ยวเจ๊เปิ้ลเปิดเผยตัวเป็นโจรขโมยดอกไม้แน่!”
แหม่มขี้เกียจฟัง หันไปชำเลืองกับกิ๊ฟแผนสำรอง “ถ้าจับไม่ได้ เดี๋ยวฉันเอาดอกกุหลาบปลอมมาปัก แล้วใครจะรู้?”
“ชิ! ขอของแท้!” กิ๊ฟสวมบทจอมจับผิด
แล้วเรื่องก็โกลาหลหนักกว่าเดิม เพราะต่อมาพบว่า เด็ก ป.1 กำลังตั้งกลุ่มเล่น “ตลาดนัดดอกไม้ปลอม” เอากลีบดอกไม้ประดิษฐ์มาแลกแสตมป์ไข่กาชาปอง ทั้งชมรมเกิดอาการมึนงง
“เดี๋ยว นี่คือเหตุการณ์จริงเหรอ หรือแค่ฉันฝันไป?” ต้นถาม
“ไม่ฝันหรอก ก็พวกเด็กนั่นมันเห่อเอง” แหม่มหัวเราะ
ความสงสัยวกกลับมา ชมรมมีความแตกแยกย่อย—ต้นเริ่มเชื่อมั่นว่าทุกอย่างเป็นฝีมือของแหม่ม ขณะที่แหม่มแอบสงสัยว่ากิ๊ฟคือคนสร้างละครขึ้นเพื่อจะอวดศักยภาพจับโจร!
เรื่องราวบานปลายถึงขั้นกิ๊ฟต้องขอเข้าเฝ้าครูใหญ่ เผื่อได้รับความเมตตา แต่พอเปิดประตูเข้าไป พบแค่โต๊ะลายดอกไม้กับแก้วน้ำชาเปล่า…
“คุณครู…มีใครแอบเอาดอกไม้จากสวนเราไปรึเปล่าคะ?”
“โต๊ะดอกไม้พวกนี้เราสั่งจากร้านลูกศิษย์เก่า เขาขายดอกไม้ปลอม” ครูใหญ่ว่าแล้วจิบชา“สวนจริงนะลูก ไม่มีใครกล้ายุ่งของสดกับเด็กชมรมเลยเชื่อมั้ย?”
กิ๊ฟกลับมายืนงง เดินกลับออกไปอย่างซึม ๆ ในใจเต็มไปด้วยความสับสน พอเจอต้นกับแหม่มนั่งเถียงกันแถวแปลงผักก็ยิ่งเหนื่อยจนต้องนั่งลงถอนหายใจ
ตอนเย็น กลุ่มชมรมจับกลุ่มคุยกัน—หัวเราะท่ามกลางความผิดหวังของการไม่ได้คำตอบ กิ๊ฟกับเพื่อน ๆ ต่างเข้าใจในความพยายามและความมั่วซั่วของแต่ละคน
แหม่มแค่อ้าปากจะพูด ต้นก็สวน “ถ้าแกเป็นคนขโมยจริง ๆ ยอมรับมาเถอะ! ฉันให้นมถั่วเหลืองฟรีสัปดาห์นึง!”
“ไหน…ถ้านายเป็นคน ขอโค๊กสองขวด!” แหม่มตลก
“ฉันบอกแล้ว ฉันไม่ได้เอา!” กิ๊ฟหัวเราะเบา ๆ
ในช่วงที่ทั้งสามคนกำลังดราม่าเล่น ๆ ปรากฏว่า ลุงบุญมีหิ้วกล่องดอกไม้ประจำชมรมเข้ามาคืน เขาบอกว่าต้องเอาไปช่วยจัดงานศพแมวที่ห้องน้ำหน้าโรงเรียน ยังไม่ทันได้บอกใคร!
“อ้าวเฮ้ย! ลุงบุญมี! ทำไมไม่บอกแต่แรก!” กิ๊ฟตะโกนลั่น
ลุงบุญมียิ้ม “ก็เห็นไม่มีใครอยู่ เลยหยิบไปก่อน เห็นดอกไม้สดสวย เลยรีบใช้ก่อนมันเหี่ยว…ขอโทษจริง ๆ”
ต้นถอนหายใจ “ดราม่าวุ่นวายแทบตาย ลุงแค่ไปจัดดอกไม้แมว!”
บรรยากาศคลายความตึงเครียด กิ๊ฟปล่อยใจหัวเราะกับตัวเอง ต้นกับแหม่มนั่งกอดอกยิ้มแบบเหนื่อยใจ
“จากนี้เอาให้แน่ก่อนจะซักฟอกใครดีมั้ย?” แหม่มยิ้มเจื่อน
กิ๊ฟพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะจบบทสนทนาด้วยเสียงหัวเราะแบบปล่อยวาง “เอาน่า…ดอกไม้บานใหม่ พวกเราก็เหมือนกันแหละเนอะ”
เสียงหัวเราะยังคงดังแทรกในชมรมพฤกษา แม้จะวุ่นวายจนน่าปวดหัว แต่ก็มีหัวใจร่วมกัน
และในค่ำวันศุกร์นั้นเอง กิ๊ฟขีดกาโพยผู้ต้องสงสัยหมดทุกคน ลงท้ายในสมุด “บางที คนบางคน…ก็ไม่ได้ผิด เพียงแค่ยังไม่เข้าใจกันเอง” ก่อนที่แหม่มจะยื่นช็อกโกแลตแท่งหนึ่งมาตัดบท
“เอ้า กินซะ จะได้แจ่มใส”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ค้างอยู่ในห้องชมรม กับมุกส่งท้ายของต้น “ความลับแห่งดอกไม้ โรงเรียนเรานี่โคตรลึกลับกว่าอะนิเมะแนวสืบสวนอีก!”
ทุกคนยิ้มแห้ง ๆ กลับบ้านไปพร้อมใจกัน “ห้องชมรมพฤกษา—วันนี้ยังรอด!”