ชมรมคนกลัวไก่กับแผนลับจับผิดฝัน
เสียงร้อง “เปี๊ยก! เปี๊ยก!” ดังสนั่นตอนเช้าก่อนสอบกลางภาคในมหาวิทยาลัยชื่อดัง เงียบสงัดด้วยความกังวลแบบนักศึกษาไทยทั่วไป จนกระทั่งเสียงร้องแบบคนถูกสาปสกัดความเงียบ “ช่วยด้วยยยย! ไก่มาจากไหน! ไก่มันบิน!” ตามด้วยเสียงฝีเท้าวิ่งตึงตังของใครบางคน ทุกสายตาหันไปมองพร้อมกันที่ลานกลางคณะที่มีนกไก่ตัวหนึ่งยืนจ้องตาพร้อมนที—รุ่นพี่ปีสามที่ใครๆ ก็บอกว่านิ่ง เงียบขรึม น่าเกรงขาม นาทีนี้เองที่ภาพลักษณ์ทุกอย่างของเขาสั่นคลอนในใจของทุกคน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!นทีวิ่งอ้อมกระถางต้นไม้แบบไม่สนใจศักดิ์ศรี นิ้วชี้ไปที่ไก่และพยายามออกคำสั่งเหมือนคุยกับมนุษย์ “ถอยไปนะ! ฉันมี…มี…ปากกา! อย่าเข้าใกล้!” ไก่ทำหน้านิ่งกว่าเดิม นทีสั่นเล็กน้อยแต่รวบรวมความกล้าก้าวข้ามความเป็นชาย กลางสายตาประมาณยี่สิบคู่ในระยะสิบเมตร เพื่อนสนิทอย่างเด่น—เด็กชายรูปร่างเล็กกว่าคนปกติแต่เสียงหัวเราะดังกว่าใคร—ตะโกนจากระยะไกลโดยไม่รู้ว่าควรช่วยหรือปล่อยให้รุ่นพี่จบซีนเอง
“เฮ้ย นทีมันไก่มาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?” เด่นถาม เด่นเองไม่กลัวไก่ แต่กลัวข้อสอบมากกว่า
นทีหันขวับ “เด่น เอามันออกไปที! ไก่ไม่ควรอยู่ในเขตการศึกษา!” เด่นใช้วิธีโบกมือไล่ไก่แบบไม่มุ่งมั่นเท่าไหร่ ไก่เดินเชิดหน้าไปอีกทาง ซึ่งก็เป็นทางเดียวกับที่นทีจะหลบหนี นทีตกใจจนสะดุดเท้าตัวเอง ล้มทิ้งตัวลงอย่างหมดท่า (แต่ไม่ใช่เพื่อขำ) เพื่อนๆเริ่มหัวเราะเบา ๆ อย่างเสียมารยาท
สอบกลางภาคเริ่มหลังจากไก่ถูกไล่พ้นไปแล้ว แต่ “ข่าวลือ” กลับพุ่งกระจายเร็วกว่าข้อสอบ หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หลายคนเริ่มเพ่งเล็งว่านที…อาจมีบางอย่างแปลกกว่าที่คิด และความวุ่นวายก็เพิ่งเริ่มต้น
หลังสอบ เด่นเดินมาหานทีที่มุมน้ำดื่ม “พี่ วันนี้เท่มากเลยฮะ” พูดกลั้วหัวเราะ
นทีตัดพ้อ “อย่าบอกใครนะเด่น พี่ไม่อยากเป็น Meme ประจำคณะ” เด่นยักคิ้ว “ถ้าพี่เลี้ยงนมเปรี้ยวสองขวด ผมรับรอง shut down ทุกข่าวลือ”
คืนวันนั้น ในห้องพักชายอันรกรุงรัง เต็มไปด้วยหนังสือกองพะเนิน กล่องขนมบะหมี่กึ่งฯ และเศษของขนมปังปิ้ง นทีกับเด่นนั่งวางแผนการใหญ่อะไรบางอย่างโดยมีมือถือกับชีทเรียนตกอยู่ในสภาพ “ถูกละเลย” เด่นใจดีขุดความกล้าเสนอ “พี่ว่าปีนี้ที่คณะเราเริ่มมีอะไรแปลก ๆ ไหม เห็นคนพูดกันว่ามีสายลับในคณะ สอดแนมข้อมูลข้อสอบส่งอาจารย์ใหญ่ พี่ว่ายังไง?”
นทีตอบทันควัน “เออ เหมือนตอนเช้าเลย ไก่ตัวนั้น มันแปลก ฉันไม่ไว้ใจ”
เด่นสตั๊นต์ไปชั่วครู่ “พี่ นั่นไก่ ไม่ใช่สายลับนะฮะ” นทีทำหน้าคิดมาก “แกแน่ใจเหรอ เคยอ่านหนังสือสายลับต่างประเทศไหม สายลับชอบพรางตัว…เฮ้ยเด่น พรุ่งนี้แกต้องช่วยฉันสืบเรื่องนี้หน่อย”
“เอางี้เลยเหรอ…” เด่นดูงง ๆ กึ่งตื่นเต้น
“ไม่งั้นไก่มาป่วนพี่อีกแน่” นทีเริ่มพูดจาจริงจังกับความเชื่อของตัวเองทันที ทั้งคู่วางแผน ‘ปฏิบัติการจับสายลับ’ ที่เริ่มต้นจากการล่าไก่แบบเข้าใจผิด ๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งคู่เนียนเข้าคลาสพร้อมอุปกรณ์สายลับ(แต่หาได้จากใต้เตียง) …กล้องถ่ายรูปวงจรปิดที่ดูเหมือนไม่น่าจะใช้การได้, สมุดจด และไฟฉายขนาดจิ๋ว กำแพงกลางความกลัวของนทีและความเสี่ยงถูกจับได้ของเด่น เริ่มเปลี่ยน “ปฏิบัติการจับสายลับ” ให้กลายเป็น “ปฏิบัติการจับไก่”
“พี่นที เด็ดขาดจริง ๆ ถ้าใส่เสื้อยืดลายแมวแล้วกลัวไก่นี่ ถือว่าแปลกครับ” เด่นแซว นทีตอบเสียงหนัก “แฟชั่นกับไก่มันคนละเรื่องกันนะ!” แล้วหันไปเตรียมกล้องแต่แบตหมดตั้งแต่ต้นคลาส
ระหว่างจดเลคเชอร์แต่สายตาคอยเหลือบมองหาขนไก่ ทุกอย่างดูปกติ กลับมีคนมาเคาะประตูห้องเรียน คือ มาริสา—หัวหน้าชมรมสัตว์เลี้ยงผู้จริงจังกับสัตว์ทุกชนิด มาริสาเดินเข้ามาอย่างสาวมั่น “ขอโทษนะคะ ขออนุญาตเอาเจ้าไก่ ‘ทองทวี’ ติดคณะกลับบ้านหน่อยค่ะ แอบหลุดมา”
นทีนิ่งมองมาริสา มือเกร็งพร้อมจะวิ่ง เด่นรีบหันไปกระซิบเสียงเบา “พี่ เจ้าไก่นี่ ‘ทองทวี’ ไม่ใช่สายลับ สงสัยพี่อ่านมากไป” แต่นทียังลังเล “ทำไมมันถึงเข้าใจมนุษย์ขนาดนี้”
พักเที่ยง เด่นกับนทีแอบตามมาริสาไปยังชมรมสัตว์เลี้ยงเพื่อพิสูจน์ความจริง พลางจดข้อมูลสายลับอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่แทนที่พบเบาะแสซับซ้อน กลับเจอแต่กลุ่มเพื่อนรักสัตว์กำลังขัดกรงนกและลูบหัวไก่ มาริสาเห็นทั้งคู่ย่องตามก็ส่งสายตาแข็งขัน “มีอะไรคะ หรือจะรับไก่กลับบ้านอีกตัว?” เด่นรีบปฏิเสธแล้วหัวเราะกลบเกลื่อน แต่นทีทำหน้ากังวลจัด “พวกผมแค่…จะเอาอาหารแมวครับ”
เมื่อเดินออกจากชมรมกลับเจอสาวคล่องแคล่วอีกคน—พิม นักกิจกรรมประจำคณะสีสันสดใส ที่มักมีข่าวลือประหลาด “เห็นหรือยัง ว่าไอ้ทองทวีมันเก่งนะ” พิมพูดขึ้นอย่างภูมิใจ “ต่อไปจะเอาไก่มาแสดงในงานประกวดพรสวรรค์คณะ” นทีทำหน้างง “จะให้ไก่แสดงอะไรเหรอครับพิม?” พิมตอบเรียบ “ก็เดินบนเวทีไง”
นทีเครียดเด่นขำ (และเครียดด้วย เพราะเริ่มกลัวว่านทีจะหลุดพูดอะไรขัดใจคนอื่น) “พี่ พี่ต้องใจเย็นๆ” เด่นเตือนเสียงอ่อน
ในขณะนั้น ข่าวโคมลอยก็เริ่มแพร่ไปทั่วว่า “กลุ่มคนกลัวไก่กำลังจะจับไก่ไปปล่อยในป่า” เพราะเพื่อนร่วมคลาสดันแอบได้ยินคู่หูคุยกันแบบเข้าใจผิด มหาวิทยาลัยกลับกลายเป็นดงข่าวลือเรื่องกลุ่มลับจับไก่
คืนต่อมา ทั้งสองแอบวางแผน (แบบหลอกตัวเอง) ขณะจดข้อความลงชีทเรียนแทรกด้วยจดหมายลับ “Mission: จับตาดูผู้ต้องสงสัยที่มีขนไก่ติดตัว” เด่นแอบวาดไก่หัวโตในสมุด
พอถึงงานประกวดพรสวรรค์คณะ มาริสาอุ้มทองทวีขึ้นเวที ท่ามกลางสายตาทั้งคณะ นทีพยายามหลบ ซ่อนตัวหลังฉากแต่ทองทวีดันหันมา “มอง” เขาพอดี ราวกับรู้จักกันมานาน นทีถอยหลังไปชนเสาไฟล้มจนคนทั้งฮอลล์หันมามอง ท่ามกลางเสียงงุนงงปนขำของเพื่อน ๆ
หลังงาน นทีถูกดักที่ทางเดินด้วยคำถามสารพัด “พี่นที กลัวไก่จริงเหรอ” “พี่เกี่ยวอะไรกับไก่” “มีกลุ่มต่อต้านไก่ในคณะปะ” เด่นพยายามสอดแทรก “พี่นทีไม่กลัวหรอก มันเป็นโรคภูมิแพ้!” แต่ไม่มีใครเชื่อ นทีพยายามอธิบาย “คือ…เอ่อ…ผมแค่ไม่ค่อยถูกกับไก่ มันเรื่องส่วนตัวครับ”
พิมเดินผละเข้ามา “ถ้ากลัวไก่ก็ไม่ต้องมาใกล้ทองทวีนะ เดี๋ยวมันขวัญเสีย” นทีทำหน้าเหวอ โบกมือปฏิเสธ “เปล่า…เปล่าเลยครับ ผมกับไก่โอเค” เด่นกระซิบ “พี่โกหกจนเลอะเทอะแล้ว”
หลังเหตุการณ์โดนรุมซัก นทีตัดสินใจรวบรวมความกล้าไปขอโทษมาริสาที่ลานชมรม “ขอโทษเรื่องเข้าใจผิดนะครับ คือผม…กลัวไก่ตั้งแต่เด็ก โดนไก่วิ่งไล่ เลยเข้าใจอะไรผิดไปหมด แต่ผมไม่ได้จะทำอะไรทองทวีจริง ๆ”
มาริสาหัวเราะเบา ๆ “งั้นคราวหน้าถ้ามีอะไร อย่าคิดเองเออเองมาดีกว่านะคะ ถ้ามีปัญหา เดี๋ยวช่วยปกป้องเอง”
นทีหน้าแดง แต่โล่งใจ ทองทวียังเดินมากอดขาอยู่ดี นทีค่อย ๆ หลีกอย่างประหม่าแต่ไม่วิ่ง เด่นหัวเราะจนตัวงอ “พี่นี่แหละสุดยอดสายลับ ไขคดีไก่ได้เอง ไม่ต้องมีใครช่วย!”
ท้ายที่สุด ข่าวลือสลายเป็นเรื่องขำประจำกลุ่มเพื่อน คำพูดปิดท้ายของเด่น “บทเรียนวันนี้: อย่าไว้ใจไก่ และอย่าปล่อยให้ความกลัวปั่นหัว สนใจมิตรภาพไว้ดีกว่า” ทุกคนหัวเราะ มองทองทวีเดินเชิดขนสลวยปิดซีนอย่างสง่าพร้อม “ว้าววว” จากนทีที่ปีหน้าสาบานว่าจะไม่หนีไก่อีก (อย่างน้อยก็ไม่ทุกครั้ง)