ชมรมสอดรู้ สอดเห็น พิชิตงานการบ้าน
เสียงออดเลิกเรียนดังขึ้นทันทีที่อาจารย์ประจำวิชาวิทยาศาสตร์ประกาศ “ใครยังไม่ส่งรายงานชิ้นใหญ่ อาทิตย์หน้า คะแนนจะเหลือครึ่ง!” ทุกคนในห้องมองหน้ากันโอดครวญ บางคนเปิดกระเป๋าหาของ บางคนกอดแฟ้มแน่น ๆ ม้วน ๆ เหมือนป้องกันภูเขาไฟระเบิด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แต่ไม่ใช่กับติณ เด็กหนุ่มมั่นเกินร้อยประธานชมรม “สอดรู้ สอดเห็น” ที่ประกาศลั่นเพื่อน ๆ ว่า “งานกลุ่มง่ายมาก เดี๋ยวเราจัดเอง!” ข้าง ๆ ติณ คือฝ้าย เพื่อนสนิทที่ขี้ระแวง ถามเสียงเบา “แน่ใจเหรอ? กลุ่มเรามีสองคน นี่มันรายงานห้าคนเลยนะ…”
ติณตีไหล่ฝ้าย “ฝ้ายเลยเก่งไง สองคนก็เหมือนห้าคนแล้ว!” ฝ้ายถอนหายใจเงียบ ๆ เพราะรู้ว่าประโยคนั้นแปลว่าตนจะได้ทำงานเกือบทั้งหมด
อิงฟ้า เพื่อนสายปั้นเรื่อง กำลังจดชื่อสมาชิกกลุ่มลงใบรายงานอย่างไว เมื่อถาม “ติณ จะเอาธีมอะไรดีนะ? อย่าเอาอะไรง่าย ๆ นะ เดี๋ยวดูไม่มีลูกเล่น” ติณคิดสักพักแล้วสรุป “วิทยาศาสตร์กับขนมไทย! เด็กห้องอื่นต้องทึ่ง!”
“มันเกี่ยวตรงไหน…” ฝ้ายแปะคางลงกับโต๊ะ ส่วนอิงฟ้ากลั้นหัวเราะ “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราปั้นให้ดูยิ่งใหญ่เอง ติณอยากเป็นหัวข้ออะไรในกลุ่ม?”
“เป็นหัวหน้า! ไม่สิ เราทำหน้าที่หาข้อมูล สอดรู้ สอดเห็น ของถนัด” ติณชูนิ้วโป้งส่งให้ทุกคนเหมียนผู้นำ
เสียงกริ่งเตือนว่าเย็นแล้ว ฝ้ายยกกระเป๋าไปเอาใบงานหน้าโต๊ะติณ ไม่ทันระวังมือไปโดนกล่องขนมลูกชุบของใครไม่รู้ที่วางค้างไว้ ฝ่ายอิงฟ้าแอบหิว ขโมยลูกชุบไปกินโดยไม่บอกใคร ขณะที่ติณริอาจจับฝ่ายอิงฟ้ากินขนมว่า “ขโมยของใครน่ะ!?”
อิงฟ้ายักไหล่แล้วเอาลูกชุบอีกอันใส่ปาก “เจ้าของคงไม่เห็นหรอก กล่องไม่มีชื่อ” ติณทำหน้าเด็ดขาด “เรื่องนี้ไม่เล็ก ต้องรู้ให้ได้ ใครคือเจ้าของลูกชุบ!” ฝ้ายถอนใจ “จะสืบกันจริง ๆ เหรอ?”
ท่ามกลางความชุลมุน เสียงสมาชิกชมรมสอดรู้ฯ คนอื่นโพสต์ในแชท “ใครลืมคอมที่โต๊ะ? ไฟล์งานโผล่ออกมาเองด้วย!” ติณตาโต “ไฟล์นั่นอาจเกี่ยวกับลูกชุบ!” ฝ้ายมองอย่างอ่อนใจ “นั่นมันไฟล์รายงานเคมี…”
“แต่เราอาจเจอเจ้าของโดยติดตามไฟล์!” ติณมั่นใจอย่างสุดขีด กลุ่มเพื่อนจึงเริ่มแผนการใหญ่ “ภารกิจ ตามหาคนหาย กับกล่องลูกชุบปริศนา” โดยยังไม่รู้เลยว่าเพื่อนร่วมชั้นบางคนเตรียมประชุมกลุ่มเพื่อวางแผนจับ “ขโมยลูกชุบ” อยู่เหมือนกัน
วันรุ่งขึ้น ทั้งชั้นมีกระแสลึกลับ “จับหัวขโมยขนม” ชมรมสอดรู้ฯ เริ่มออกสืบทุกพื้นที่ ติณไปเคาะห้องสมุด “พี่ เห็นคนแปลก ๆ เมื่อวานไหมครับ?” บรรณารักษ์ทำหน้าเรียบ “เห็นคนลืมหนังสือสองเล่ม เดินกลับหัวเราะคนเดียว” ฝ้ายขานเจื่อน ๆ “นั่นติณเองไหม…”
แผนการสืบสวนของติณค่อย ๆ บานปลาย ฝ่ายหนึ่งสงสัยใครเกี่ยวข้อง ฝ่ายลูกชุบค่อย ๆ หายไปทีละลูกโดยไม่รู้ว่าฝ่ายอิงฟ้ากับนวัต ศิษย์ชมรมฯ อีกคน แอบย่องมากินช่วงพักเที่ยง
ฝ้ายเริ่มเครียด งานกลุ่มยังไม่เดิน ติณยิ่งไขว้เขว “อิงฟ้า! ตกลงใครกินขนมต่อรึยัง?” อิงฟ้าเหลือบมองซ้ายขวา “เมื่อเช้าก็อยู่ครบ ช่วงหลังพักหายไปหนึ่ง” ฝ้ายพ่นลมหายใจ “โอ๊ย เอาเวลาไปทำงานก่อนดีไหม? เดี๋ยวรายงานก็ไม่ทัน…”
ติณยังเซ้าซี้ “ถ้าปล่อยผู้ต้องสงสัยหลุด ถ้าโดนจับได้ทีหลังไม่เท่เลย!” ฝ้ายตัดบท “เอางานก่อน จากนั้นจะสืบขนมหรือปลุกผีวิทยาศาสตร์ยังไงก็เชิญ”
แต่ติณไม่หยุดง่าย ๆ เขาเริ่มสืบรอบข้าง เจอนาวาเด็กเงียบขรึม “นาวา เห็นใครลึกลับแถวนี้ไหม?” นาวาปาดผมออกจากหน้า “ถ้าเรื่องขนม ลองหาตามกระเป๋าเพื่อน ๆ เอาสิ”
อิงฟ้าได้แรงบันดาลใจทันควัน “จะให้เปิดกระเป๋าทุกคน? อันตรายมาก ติณอาจเจอเศษขนมขบเคี้ยวมากกว่าลูกชุบ” ฝ้ายหัวเราะแห้ง ๆ “เจอใบงานที่ไม่ส่งแล้วครูจับได้จะเศร้ากว่า”
ระหว่างนั้นมีประกาศจากห้องโสตทัศน์ “ใครเก็บเจอแฟลชไดรฟ์กรุณานำมาคืนที่ครูใหญ่” ฝ้ายสะดุ้ง “หรือเราเผลอทิ้งไฟล์งานลงแฟลชไดรฟ์?” ติณตื่นเต้น “หรือเจ้าของลูกชุบเป็นคนเดียวกับเจ้าของแฟลชไดรฟ์?”
ยิ่งสืบ กลุ่มชมรมยิ่งแตกประเด็น ช่วงพักกลางวัน ติณลากเพื่อนเข้าโรงอาหาร เจอแจ็ค สมาชิกชมรมที่แอบหวังชนะประกวดจัดโต๊ะ โผล่มาด้วยใบหน้าจริงจัง “ทุกคนคิดว่าการวางลูกชุบแบบสมมาตรทำให้ขนมหายช้าลงรึเปล่า?” ฝ้ายหยุดแค่สองวินาที “สอบฟิสิกส์หรือประเมินสนามรบเนี่ย?” แจ็คอธิบายต่อ “ขนมเรียงบนโต๊ะ คนไม่กล้าแตะ กลัวรก”
ขณะเดียวกันกลุ่มเพื่อนที่เหลือ เริ่มสงสัยอิงฟ้าเพราะปากเปื้อนถั่วทอง “อิงฟ้า กินขนมหรือกินงานวิจัย?” อิงฟ้าทำหน้าเหลอ “เฮ้ย นี่วิจัยเรื่องลูกชุบนะ!”
อยู่ดี ๆ ทราย เพื่อนสาวสายกลยุทธ์ ก็มาสมทบ “ขอข้อมูลกล่องลูกชุบหน่อย ฉันอยากเอาไปอ้างในงานประกวด ‘ของหายในโรงเรียน’” ติณรีบ “อ่ะ เชิญ! ขอแค่บอกว่าใครเจ้าของ” ทรายแกล้งยิ้ม “บอกไม่ได้ เรื่องมันซับซ้อน ฉันกำลังจะสืบต่อ รอฟังนะ” ฝ้ายส่ายหัว “เราจะมาแข่งสืบกันเองเหรอเนี่ย…”
ระหว่างพักบ่าย สมาชิกสลับกันสังเกตกิริยาทุกคนในห้อง มะลิเด็กขี้ลืมลุกลี้ลุกลน “เฮ้ย ใครเอากล่องขนมฉันไป!” ฝ้ายสะกิดติณ “มะลิน่าจะเจ้าของจริง ๆ แล้วนะ ดูมือเธอดิ” ติณกระซิบ “แต่ถ้าเธอแกล้งทำเป็นลืมหลอกให้เราสืบผิดชีวิตจะซับซ้อนขึ้นอีกเยอะเลยนะ”
ฝ่ายแจ็คเริ่มนำลูกชุบที่เหลือมาวางเรียงใหม่จำนวนห้าลูกแล้วตั้งชื่อแต่ละลูก “นี่ลูกชื่อปั้น นี่ชื่อลูกหมู นี่นางฟ้า…” อิงฟ้ากระซิบฝ้าย “ขนมหรือสัตว์เลี้ยง…”
เหตุการณ์เริ่มยากเกินควบคุม ความสงสัยหลากหลายต้นทางมีหลายทฤษฎี บ้างว่าเป็นฝีมือเด็กกลุ่มวิทยาศาสตร์ บ้างว่าคนจากห้องข้าง ๆ ทรายสร้างทฤษฎีใหม่ “กล่องลูกชุบเป็นอุปกรณ์ส่งรหัสลับ ไว้สอดแนม”
เวลางานกลุ่มมาถึง ฝ้ายพยายามดึงตี้เข้าโฟกัสแต่ติณยังคุยเรื่องลูกชุบ ฝ้ายพูดจริงจัง “ถ้าไม่ปิดเคสนี้ รายงานกลุ่มเราคงไม่ได้ส่ง” อิงฟ้าสะอึกแล้วยอมรับ “คือ…ลูกชุบเช้านี้ชั้นกินไปเองแหละ ขอสารภาพ”
ทุกคนเงียบ ฝ้ายกับติณพูดพร้อมกัน “ฮะ!?” อิงฟ้าค่อย ๆ ล้วงซองขนมเหลือครึ่งซ่อนในกระเป๋าออกมา “เตรียมสารภาพตั้งแต่ต้น กลัวโดนด่าเลยปล่อยตามเลย” แจ็คถามจริงจัง “แต่ทำไมยังเหลือลูกหมู” อิงฟ้าขำ “อันนั้นรสไม่โปรด”
มะลิโผล่มาอีกคน “ตกลง ใครเอาขนมฉัน…ว้าย ของยังอยู่นี่!” ฝ้ายกับติณตาลายทันที “หรือเราสืบผิดกล่อง!”
เสียงฮือฮาทั้งห้อง เผยว่ากล่องขนมปริศนาไม่ใช่ของใครบางคนแต่เป็นขนมรวมงานเลี้ยงที่ฝากลืมไว้ คนทั้งกลุ่มขำกันลั่น ติณกล่าวปิดท้าย “ภารกิจสอดรู้จบแบบหักมุม งานวิทย์ไม่รอดแน่เรา ฮ่า ๆ ๆ”
สุดท้าย แม้งานกลุ่มจะถูกครูตีกลับ แต่ความสนิท กลิ่นขนม และเสียงหัวเราะในวงเพื่อนก็ทำให้รสชาติวันนั้นหอมกว่ากล่องลูกชุบไหน ๆ
เย็นวันนั้น ติณแกล้งชูซองข้าวเกรียบขึ้น “ใครกล้าหยิบ! ภารกิจครั้งหน้าจะได้ถามว่าของใครทุกซองเลย!” ทุกคนหัวเราะ ฝ้ายยิ้ม “คราวหน้าขอเป็นงานกลุ่มที่ไม่ต้องไขปริศนาได้มั้ยนะ…”
เวลาเลยไป แต่ความสัมพันธ์ของเพื่อน ๆ ในชมรมสอดรู้ฯ ยังคงซนแบบนี้ทุกวัน ไม่หวือหวาจนเกินจริงและแนบแน่นกว่ารายงานวิชาวิทยาศาสตร์ใด ๆ