คิวป่วนวันรับปริญญา
“เต เต! ตื่น เดี๋ยวไม่ทัน!” เสียงของมุกมณีดังทะลุประตูห้องนอนในหอพัก แค่เวลา 6 โมงเช้า วันอาทิตย์ควรจะสงบ แต่งานรับปริญญาไม่ปรานีใคร เตชิตถึงกับสะดุ้ง “โอ๊ย! กำลังฝันดี!” เขาขยี้หัวตัวเอง หันไปเห็นข้อความในไลน์กลุ่ม ‘รับปริญญามหาชัย’ เด้งรัวๆ “เจอกัน 7 โมง ครบคนถ่ายรูป!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เตชิตคว้าชุดครุย เปลี่ยนเสื้อผ้าแบบรีบสุดขีด ฟังเสียงมุกมณีลนลาน “วันนี้นายห้ามพลาดคิวนะ ถ้าโดนแม่ด่าฉันไม่ช่วย!”
“มุก เราเป็นบัณฑิตนะ จะพลาดได้ไง” เตชิตซ้อมรอยยิ้มหน้ากระจก เขาเชื่อเต็มที่ว่าวันนี้คือวันของเขา
7 โมงตรงเป๊ะ พื้นที่หน้าตึกสารสนเทศคนแน่นจนแทบไม่มีทางเดิน เตชิตกับมุกมณีพยายามเดินแทรกผ่านญาติพี่น้องที่มายืนล้อมวง เจ้าหน้าที่ส่งเสียงเตือนให้ต่อคิว “เอ้า! ถัดไป บัณฑิตกลุ่มต่อไป!”
แต่แทนที่จะได้ถ่ายรูปทันที เขากลับโดนผลักมาด้านข้าง “ขอโทษครับ คิวกลุ่ม E ก่อนค่ะ” มุกมณีมองกระดาษท้ายคิวตัวเอง “เต นายใช้ชื่อจริงอะไร”
“เต… เตชิต ถาวรกุลไง”
“…แต่นี่คือเตชิต ทองมาก นี่มันอีกคน!” มุกมณีเท้าสะเอว กลุ่มถ่ายรูปที่อยู่ข้างๆ หัวเราะกรุบกริบ
“โอ๊ย เข้าใจผิดอีกแล้ว ให้มันได้อย่างนี้!” เตชิตหน้าเสีย เริ่มเดาว่าวันนี้อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด
ทั้งคู่เดินวนต่อคิวใหม่ ข้างหลังมีสองแม่ลูกจากชัยนาทสีหน้าแดงกร่ำ “ลูกซ๊าาาา! ทำไมเจ้าเตชิตยังไม่ถ่าย!” เตชิตเหงื่อตก หันไปยิ้มแหยๆ “แม่ครับ อีกแป๊บเดียวครับ!”
“เลิกยิ้มบื้อซะที!” มุกมณีบ่นข้างหู “เดี๋ยวนี้อะไรก็ต้องจัดระเบียบหน่อย รอเรียกชื่อเล่นก็งี้แหละ”
เสียงฮือของฝูงชนโถมเข้ามา ทุกคนต่างลุ้นคิวถ่ายรูปเหมือนลุ้นชิงโชค หนึ่งในเพื่อนบัณฑิต ‘บอม’ ยกมือถือขึ้น “เอ้า เต มาเซลฟี่ก่อน!” บรรดาญาติข้างหลังก็พยายามยืนขึ้นถ่ายด้วยอีกฝั่ง “ทางนี้หนู!”
จังหวะนั้นเอง พ่อของเตชิตส่งเสียงหนักแน่น “นาย! ไปอยู่กับแม่หน่อย เขาจะแย่งตำแหน่งบัณฑิตหรือยังไงกัน” เตชิตมองหน้าเพื่อนๆ แล้วหัวเราะแห้ง
“โอเค พ่อ ขอโทษนะ โดนลากไปทางไหนก็ไม่รู้อ่ะ!” เตชิตเดินไปทางแม่แต่เจอแม่อีกรายหนึ่งที่หน้าเหมือนกันเป๊ะ เขาเรียกผิดคน แม่คนนั้นหันมาเลิกคิ้วสูง “น้องใช่ลูกแม่ฟ้าหรือเปล่า?”
“เอ่อ… ไม่ใช่ครับ! ขอโทษครับ!” เจ้าตัวหัวเราะเขิน มุกมณีส่ายหน้า
ความวุ่นวายเริ่มเพิ่มขึ้นเมื่อเสียงเจ้าหน้าที่ดังขึ้น “ใครยังไม่ถ่ายคิว B โปรดรีบต่อแถว” มุกมณีดึงแขนเตชิต “นายยังอยู่ A ใช่มั้ยแน่!”
“ก็…น่าจะใช่มั้ง! หรือฉันไปลงชื่อผิด” สีหน้ามุกมณีเปลี่ยน “โอ๊ยยย นาย! โง่ได้อีก!”
กลุ่มเพื่อนกลุ่มหลังเห็นท่าทาง เตชิตเลยโดนแซว “ไอดอลแห่งความวุ่นวาย!”
ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเถียงกัน softly เพื่อนอีกคนหนึ่งชื่อ ‘เพิร์ธ’ โผล่มาพร้อมกับแผ่นกระดาษ “พวกนายรีบไปคิวบ่ายเลยนะ ของเช้านี่สำหรับปีที่แล้ว!”
เตชิตกับมุกมณีมองหน้ากันในความมึน “หมายความว่าไงวะเนี่ย?!”
เวลาผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง ทุกคนท่าทางเริ่มกรำแดด เตชิตใช้เวลานับครั้งที่โดนเรียกชื่อกับคนผิด ทั้งเพื่อนทั้งญาติต่างปะปนเสียงจ้อกแจ้ก ทั้งคู่ตกลงใจว่า ต้องลุยเอง
“นาย ไปยืนตรงนั้น อีก 10 นาที ถ้าไม่มีใครเรียก ชิงถ่ายเองเลย!” มุกมณีแจกแผนลวงโลก ขณะที่เตชิตพยายามเดินหาช่องว่างในฝูงชน หันมาเจอ ‘บีม’ เพื่อนสายเทคนิคที่แบกแฟลชเดินท่องไปรอบตึก “จะถ่ายรูปไหม เอากล้องฟิล์มมั๊ย”
“เอาอะไรก็ได้ตอนนี้ ขอแค่แม่เลิกมองเหมือนจะกินหัว!”
แต่ยังไม่ทันไร บีมหยิบกล้องขึ้น สัญญาณไม่ดี ชัตเตอร์คลิกแล้วรูปหาย เพื่อนหัวเราะตามสถานการณ์
เตชิตเห็นเพื่อนคนอื่นเริ่มถ่ายกับครอบครัว แม่ของเตชิตก็ยังคงกดโทรศัพท์ส่งไลน์ “ลูกขา แม่เห็นหมวกลอยลอยในกลุ่ม ภาพนั้นลูกเองเหรอ!”
“แม่ นั่นหัวคนอื่น! ลูกยังไม่ได้ถ่ายสักที!” เตชิตหันไปพูดกับพ่อ “พ่อ ไลน์กลุ่มญาติลูกนี่ใครไม่รู้ส่งวาร์ปรูปให้พ่อหมดแล้ว นี่ขนาดยังไม่ได้ถ่ายกับฉันเลยนะ!”
มุกมณีสภาพเริ่มไม่ต่าง เตชิตหัวเราะ “บอกแล้วว่าอย่าเช็คไลน์เยอะ เดี๋ยวจะเจอรูปตัวเองจากอนาคต” ทั้งสองหัวเราะเงียบๆ ก่อนพ่อของมุกมณีจะเดินมา “ลูก หนีไปไหนอีก! อยู่กับแม่อยู่กับพ่อมั่ง!”
ในระหว่างที่คนทะเลาะกันเรื่องคิว เพื่อนอีกคน ‘จุก’ โผล่ขึ้นมาแบบมึนๆ “ขอถ่ายกับเตด้วย!” คนอื่นหาเสียงเชียร์อยู่ข้างหลัง “ทีมถ่ายกับคนยังไม่ได้รับปริญญา!”
เวลาเริ่มบีบคั้น มุกมณีวางแผนใหม่ “นาย… เดี๋ยวเราเดินสวนกัน เดี๋ยวแยกคนหาคิว”
เตชิตรออยู่หน้าตึกใหญ่ด้วยความมั่นใจว่ายังไงตนต้องมีรูปรับปริญญาสวยๆ จังหวะนั้นเองแฟนเพื่อนเดินมาปะทะ “เฮ้ เต นายถ่ายกับแฟนเราหรือยัง? เห็นทุกกลุ่มนายอยู่ครบ!”
มุกมณีรีบแก้ต่างแทน “เขายังไม่ได้ถ่ายกับใครเลย ที่เห็นในรูปคือแค่หัวติดเฟรม!” ทุกคนหัวเราะเบาๆ แต่ดูจริงจังผิดปกติ
ความวุ่นวายเริ่มทวีคูณขึ้นเมื่อเพิร์ธส่งข้อความ “นาย… ไปผิดคิว! คิวคณะเราคือหน้าโรงอาหาร!” เตชิตสติหลุด “โอ๊ย! นี่ถ้าได้รูปนะ ถือว่าปาฏิหาริย์!”
แต่เมื่อถึงหน้าโรงอาหาร ก็พบว่าฝูงชนแน่นกว่าเดิม มุกมณีพูดกับเตชิต “ใจกล้าไหม เดี๋ยวลุยเข้าไปเอง!” ทั้งคู่เดินเบียดฝ่าคน อาเต๊ะ คนขายน้ำหน้าโรงอาหารมองแล้วหลุดคำ “วันนี้มหาลัยเหมือนตลาดนัดนะหนู!”
ขณะที่ทั้งคู่สิ้นหวัง เตชิตกระซิบ “ถ้าเรายังไม่ได้ถ่าย แม่จะคิดว่าเราลาออกแน่ๆ” มุกมณีหัวเราะฮา “ฉันจะช่วยนายให้ได้ นายอย่าจมปลักกับคิวลวงอีกล่ะ”
ในขณะนั้นเองผู้ประกาศเสียงตามสายพูดว่า “คิวถ่ายบัณฑิตรอบสุดท้าย กรุณามาที่ห้องโถงด่วน!” เตชิตกับมุกมณีวิ่งสุดแรง พ่อแม่วิ่งตามมาติดๆ เพื่อนๆ ทั้งกลุ่มลุ้นตามกล้องมือถือพร้อมกัน
แต่ในห้องโถงก็มีแต่บัณฑิตสาขาผิดคณะ มุกมณีรีบถาม “คุณคะ คิวถ่ายวิศวะอยู่ตรงนี้เหรอ?” เจ้าหน้าที่ตอบนิ่ง “ที่นี่สำหรับคณะนิติค่ะ”
เตชิตมองไปรอบๆ “เดินมาผิดทั้งงานนี่นา…” เขาโอดครวญ มุกมณีตบไหล่ “ถือเป็นประสบการณ์ชีวิต!”
ทันใดนั้นเอง มีกลุ่มคนเดินถือกล้องเข้ามา “ขอถ่ายคณะที่เหลือก่อนนะคะ!” ทุกคนลุกฮือ หน้ากล้อง แม้จะไม่รู้ว่าตัวเองถูกถ่ายกับใครบ้าง
ภาพรวมบัณฑิตสี่คณะยืนปนกัน ทั้งแม่ทั้งพ่อทั้งเพื่อนร่วมคณะรุ่นน้อง ไม่รู้ใครเป็นใคร เตชิตเสียบถ่ายแทรกเข้ากล้องแบบขำๆ “เอาเถอะ รูปหมู่ก็รูปหมู่ โลกนี้ไม่มีวันเป๊ะ”
ในที่สุดหลังจากความวุ่นวาย ทีมงานประกาศ “เสร็จสิ้นค่ะ!” ทุกคนหัวเราะปนโล่งอก ญาติของเตชิตกอดกันกลม ทั้งกลุ่มเพื่อนปรบมือแสดงความยินดี
มุกมณีล้วงมือถือขึ้นมาดูรูปภาพ “แต่ละรูปนายโดนบังตลอดเลยนะ! ไม่มีรูปหน้าเต็มๆ เลย”
เตชิตหัวเราะกว้าง “ก็ดีแล้ว จะได้ไม่อายลูกหลาน ทีหลังถ้ามีรูปหมู่แล้วเห็นเรา… นั่นคือสุดยอดภารกิจตลกของชีวิต!”
ทั้งกลุ่มเดินไปร้านชาไข่มุกหน้ามหาวิทยาลัย แบ่งเวลาคุย ขำ เล่าเรื่องราววุ่นวาย ซึ้งกับมิตรภาพที่ผ่านอะไรมาด้วยกัน
มุกมณีแกล้งแซว “ปีหน้าอย่าลืม วางคิวเองตั้งแต่แรกนะเต!” ทุกคนหัวเราะสนั่น ตัดจบด้วยเสียงประกาศ “…ใครยังไม่ได้ถ่ายรูปบัณฑิต เชิญวันถัดไปค่ะ!”