ปฏิบัติการรื้อฟื้นเพื่อนร่วมหอ (ให้พ้นจากความเบื่อ)
เสียงประตูดังปึง! ‘นก’ เงยหน้าจากกองหนังสือ ขณะที่ ‘เต้’ เฟรชชี่ปีหนึ่งผู้มั่นใจเกินร้อย พุ่งตัวเข้าห้องมาเหมือนจะวิ่งแข่งกับเวลา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เฮ้ยนก! ได้ยินข่าวยัง? หอเรากำลังจะกลายเป็นหอผี!” เต้พูดพลางหอบ แววตาลุกวาวเจือระคนกับความกลัว (ที่พยายามปกปิดเต็มที่)
นกขมวดคิ้ว ถอนหายใจ คำขวัญประจำตัว “อย่าเพิ่งคิดไปเอง” วนในหัวทันที
“ผีบ้าไร แค่หมามันเห่าเมื่อคืน จะไปกลัวอะไรกันนักหนา” นกวางสายตากลับไปที่โน้ตเรียนแต่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง
เต้หยิบมือถือขึ้นมาโชว์แชตกลุ่มหอ นักศึกษาทั้งสิบคนกำลังโวยวายเรื่องเสียงประหลาดเมื่อคืน มีแม้กระทั่งคลิปสั้นขาวโล้น ๆ วิ่งผ่านกล้อง CCTV ให้ขนหัวลุกเล่น
“นี่มันชุดพละใคร!” นกครุ่นคิด ในขณะที่เต้วางแผนสวน “ถ้าเราปล่อยไว้ หอนี้กลายเป็นป่าช้าแน่! หน้าที่ของผู้นำต้องปลุกหอคืนชีพ!”
ก่อนที่นกจะทันค้าน เต้จุดประกาย “เราต้องจัด event สนุก ๆ ให้ทุกคนมั่นใจว่าหอเราปลอดผี!” พูดยังไม่ทันจบ เต้คว้ากระดาษมาวาดแผนทันที (เส้นสายเวียนหัว)
นกเหล่ตามองแผนการของเพื่อน: ดูคล้ายบิงโกผสมล่าท้าผี เต้ประกาศ “คืนนี้สิบสองโมง ทุกคนต้องมา! ไม่งั้นจบ!”
ฉากถัดมา ศึกอภิมหาปะทะเสียงนินทาเริ่มขึ้นในห้องรับแขกชั้นล่าง หัวโจกกลุ่มชั้นสาม ‘โจ’ ผู้กลัวผีแต่ไม่เคยยอมรับ ทักนกกับเต้ด้วยเสียงกระซิบเจือฟังดูจริงจัง
“แกสองคนคิดว่าของพรรค์นี้แก้ทางผีได้เหรอวะ? สุดท้ายต้องมีคนโดนหลอกอีกแน่!” โจเหลือบไปทาง ‘ฝน’ เพื่อนสาวผู้ชอบแกล้ง (แต่ตอนนี้หน้าเคร่งสุดขีด)
ฝนดึงแขนเต้ลงมานั่งข้างกัน “เอาจริง ๆ คือทุกคนก็แอบอยากหนีไปนอนบ้านเพื่อน แต่จะให้พูดก็กลัวหน้าแตก เหมือนเมื่อวานแกเป็นคนนอนกรนแล้วผวาเองใช่ปะ?”
เต้แก้เขินพลิกพลิ้ว “เราแค่จะลองระบบเตือนภัยในหอ! ไม่ใช่ว่ากลัวผี”
โจเบือนหน้าไปแต่ปากคว่ำหนักขึ้นกว่าเดิม นกมองเพื่อนทั้งสองอย่างระแวดระวัง เกิดความคิดบางอย่าง
ขณะนั้นเอง ‘อ้อ’ สาวห้าวเจ้าของร้านเสื้อผ้าบนชั้นหนึ่ง ยื่นเสนอ “ถ้าจัดกิจกรรมแล้วของกินต้องเยอะนะ! ฉันเชื่อใจของกินมากกว่าผี”
นกเริ่มจดรายชื่อประกอบกิจกรรม วางแผนเดินสายชวนคนในหอ แต่เต้อยากสร้างเซอร์ไพรส์ จึงไม่แจ้งรายละเอียดกิจกรรมให้เพื่อนทุกคนรับรู้
เย็นวันนั้น นกกับเต้ง่วนเตรียมสถานที่ในห้องนั่งเล่นประจำหอ เต้พยายามจัดไฟสลัว ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศท้าทายโมเมนต์ ทำให้นกส่ายหัว
“เดี๋ยวมันจะดูเหมือนเรียกผีจริง ๆ มากกว่านะ”
เต้สวนกลับ “แน่นอน เห็นผีที่ไหนกันบ้าง? มีแต่เสียงหมากรี๊ดเมื่อคืนนั่นแหละ”
เสียงเปิดประตูดังขึ้น ฝนกับอ้อเดินเข้ามาพร้อมกับถาดขนมและน้ำผลไม้ ฝนทำหน้าตึงตู้มแต่พยายามเล่นตลกกลบเกลื่อน “ได้ยินว่าจะไล่ผี เลยขอมาเฝ้าดูพิธีกรเอง”
อ้อเพ่งสายตา “ขนมเยอะขนาดนี้ ผีสบายเลยนะ เผลอ ๆ อยากอยู่หอไปอีก”
ขณะที่ทุกคนตั้งวงพูดคุย เสียงประตูหลังห้องครัวก็ดัง ตึกๆ ทุกคนผงะหยุดหายใจแล้วยื่นหน้าสำรวจ เห็น ‘กานต์’ เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ ท่าทางหวาด ๆ เหมือนกลัวสัมผัสโลกมนุษย์
เต้คว้าถาดขนมให้กานต์ “กินมั้ย จะได้ลืมเรื่องผี!” กานต์เกือบทำถาดร่วง นกรีบไปช่วย
ในขณะที่กิจกรรมเริ่มขึ้น ฝนลอบกระซิบกับอ้อว่าเต้กับนกเหมือนกำลังคิดอะไรซับซ้อนไว้ ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วเต้แค่ด้นสดอยู่นั่นเอง
โจเดินเข้ามา สังเกตไฟสลัว ๆ แล้วพูดเบา ๆ “วันนี้ไม่มีเรียนอภิบาลใช่ไหม? เชิญให้ผีมาร่วมสนุกหรือไง?”
นกกลายเป็นฝ่ายเกร็ง คิดว่าตัวเองลืมบอกรายละเอียดอะไรบางอย่างไป จึงขยันสอดส่องทุกพฤติกรรมผิดปกติ ทุกคนเริ่มเฉลียวใจและพูดคุยกันเสียงเบา (กลับกลายเป็นนกที่ดูมีพิรุธสุด)
เมื่อกิจกรรม Bingo Hunt เริ่มต้น เต้ทำหน้าที่พิธีกรแจกโจทย์แบบมั่วสุดฤทธิ์ เช่น หาของที่อยู่มุมหลังตู้เย็น ถ้าเจอคนยืนขนหัวลุก ได้บิงโกเลย! ฝนหัวเราะก๊ากแต่กานต์หน้าเหี่ยวลงไปอีก
อ้อเปิดลำโพงเพลงกลบร่องรอยหวาดกลัว แต่นกดันหันไปหากานต์กระซิบ “ถ้าเจออะไรแปลก ๆ ต้องบอกเราก่อนนะ! อะไรก็ได้ อย่าให้เพื่อนกลัวเพิ่ม”
กานต์พยักหน้าหงึกแต่ใจเต้นแรง ทุกคนยิ่งเริ่มสุ่มเสียงแปลก ๆ ทำให้เสียงซุบซิบหนักกว่าเดิม โจโพล่งขึ้น “เมื่อคืนมีคนได้กลิ่นน้ำอบไหม” นกชะงัก ถามด้วยเสียงเบาติดกระซิบ “เมื่อคืนฉันอาจจะเผลอทำขวดยานวดหกตรงบันไดเอง”
ขณะที่บรรยากาศกำลังเข้มข้น เต้ดำเนินเกมส์ล่าท้าภารกิจให้ทุกคนหมุนเวียนไปตามจุดลึกลับ แต่เพราะไม่เคยวางแผนมาก่อน เลยกลายเป็นป่วนอลหม่าน บางคนออกไปตามหาเงาสะท้อนในห้องน้ำ กลายเป็นแค่ตุ๊กตาหมีถูกทิ้งไว้ ขณะที่ฝนพบเสียงก๊อกน้ำหยด (ซึ่งเธอพยายามหมุนสุดแรง น้ำถึงพุ่งใส่ตัวเองเต็ม ๆ)
หัวเราะรอบโต๊ะ ฝนขำเองจนเจอเสียงกรนของตัวเองจากลำโพง (เต้เปิดเพลงผิดไฟล์) โจยิ้มในที่สุดแต่ยังทำท่าเก๊กกลัวอยู่
ในมุมหนึ่ง นกเห็นกานต์นั่งเงียบ พยายามชวนคุย ไม่รู้ว่ากานต์ได้รับข้อความจากโทรศัพท์เตือนไม่หยุด “อย่าไว้ใจใครในหอคืนนี้” กานต์เริ่มขวัญเสียหนัก
สงสัยหนักเข้า นกเลยสืบหาต้นตอ พบว่าคนส่งข้อความคือฝนที่แกล้งเพื่อนใหม่ หวังสร้างบรรยากาศให้ดูตื่นเต้น
นกเผลอหลุด “ถ้านี่คือมุกขำ ๆ ของแก ฝน… เราว่าเพื่อนใหม่จะร้องไห้แล้วนะ”
ฝนหน้าเสีย แต่เต้เห็นสถานการณ์เลยรีบเปลี่ยนเกมส์ “ถึงเวลาครอบครัวหอ! ใครมีเรื่องขำ ๆ เกี่ยวกับผี เล่าได้!”
โจยืดอกพูดทันที “เรื่องของชั้นเมื่อคืนคือลูกชายนายแกเงาร่างขาว ๆ ตรงบันได สุดท้ายคือเสื้อนักศึกษาตากไว้เอง! ขอโทษที่ตกใจทุกคน”
ทุกคนหัวเราะเสียงดัง โดยเฉพาะฝนที่ดันร้องงอแงกับตัวเองว่าหวาดกลัวไปกันเอง
กานต์เริ่มผ่อนคลาย ลองเล่าเรื่องผีสมัยประถม (ที่จบลงว่าครูให้นอนกลางวัน) ทุกคนนั่งผ่อนคลายขึ้นอีกรอบ เต้รีบเสริม “แกกลัวผีหรือกลัวครูวะ?”
นกยิ้ม ภูมิใจที่บรรยากาศหอเริ่มกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง แต่ในใจยังคิดมากเรื่องแผนซับซ้อนของเต้ที่เกือบพัง (และสัมผัสได้ว่าความป่วนนี้จะไม่จบเพียงแค่นี้)
ขณะที่เกมสุดท้าย “บิงโกซ่อนผี” ดำเนินไป เต้เลือกให้ทุกคนปิดไฟหมุนวงล้อมือกันเอง ใครกลัวสุดจะโดนท้าทายให้เลียนแบบผี ทุกอย่างล้มเหลวเพราะอ้อยืนทำท่าเป็นผีสามตาแต่เสียงหัวเราะซ้อนมาตลอด
กระบวนการตอบโต้ ความเข้าใจผิด และความป่วนยังคงดำเนินต่อเนื่อง เสียงหัวเราะทำให้ลืมความกลัวไปโดยปริยาย
และเมื่องานเลิก ทุกคนเก็บของช่วยกัน ความตลกแห่งมิตรภาพ ความเปิ่นของเต้ ความคิดมากของนก ผสมผสานกับความอบอุ่นปะปนความซวยที่ยังไม่หมดไปเสียทีเดียว
ไฟในหอปิดลง นกเปรยเบา ๆ กับเต้ “วันหลังขอแผนล่วงหน้าได้ไหม เหนื่อยใจ”
เต้ยิ้มกวน “แบบนี้ถึงจะสนุกไง ไม่มีซีนแก้ เอ๊ย ไม่มีสคริปต์!”
โจพูดขำ ๆ “คืนนี้ไม่มีผี แต่มิตรภาพหลอกหลอนกว่าเยอะ”
เสียงหัวเราะอบอวลจนถึงเช้า ความวุ่นวายหอพักกลายเป็นเรื่องซี้ซั้วที่อบอุ่นใจ ทุกคนยังคงเดินต่อในโลกที่เต็มไปด้วยทั้งเรื่องเข้าใจผิดและมุกซ้อนท้ายอย่างไม่มีวันจบ…