แผน (ไม่) ลับสลับเพื่อนซี้วุ่น
เสียงกริ่งเลิกเรียนดังระเบิดห้องเรียนคณิตฯ ม.4/2 เบิร์ดพุ่งออกจากโต๊ะตัวเองทันที ใบหน้าเคร่งขรึม ปากขมุบขมิบบ่นเรื่องสถิติทั้งๆ ที่สอบจริงมีแต่ข้อปรนัย “ทำไมข้อสอบมันกล้ามีทางเลือกหลอกขนาดนี้นะ…” พอดี แชมป์ เพื่อนสนิทตัวโย่งขี้เกียจเดินตามช้าๆ พร้อมยิ้มแบบไม่ทุกข์ร้อน เบิร์ดหันไปกระซิบ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แก… ฉันเจอบางอย่างในกระเป๋าเมี้ยว!”
แชมป์หยุด หันหน้ามาแบบงงๆ “เมี้ยว? เพื่อนแกที่บ้านอะนะ?”
“ม่ายช่าย! รุ่นพี่มิ้ว ห้องศิลป์ เดี๋ยวนะ… หรือว่าเขารู้…” เบิร์ดเริ่มหน้าเครียด เอามือถือมาโชว์ข้อความแชทกลุ่ม
แชมป์เบ้ปากมองข้อความพลางหัวเราะ “เขาส่งแค่ Emoji รูปหน้าน้องแมวเบิร์ด แกจะเครียดทำไม สงสัยเขาหิวข้าว”
แต่เบิร์ดเงียบ เหงื่อตก “ไม่ๆๆ ต้องมีอะไรแน่ๆ! รุ่นพี่มิ้วส่งรูปแมวให้ตอนเย็นๆ แบบนี้ ชัวร์ๆ ว่าให้เราช่วยอะไรบางอย่าง แต่ว่า…หรือเขารู้ว่าแกแอบชอบเขา แกๆ ฉันว่าต้องวางแผนด่วน!”
แชมป์นั่งลงข้างโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นจามจุรี ปล่อยให้เบิร์ดตั้งทฤษฎีสมคบคิดเต็มที่ “จริงจังขนาดนั้นเลยเหรอ? ฉันว่าพี่มิ้วแค่ชอบแมวมากกว่าเบิร์ดน่ะ”
แต่เบิร์ดไม่ฟัง หยิบสมุดโน้ตจดแผนทันที “ขั้นแรก พรุ่งนี้เราต้องเข้าหาพี่มิ้ว อย่าทำตัวน่าสงสัยนะ”
แชมป์หัวเราะหึๆ “ฉันนั่งกินข้าวคนเดียวก็พอใจแล้ว ไม่เห็นต้องวางแผนอะไรให้ยุ่งยาก”
“แกมันไม่เข้าใจศิลปะแห่งการจีบ!” เบิร์ดชูกระดาษจดแผน “เดี๋ยวฉันจะทำให้แกอวดดีไม่ได้อีกต่อไป”
วันรุ่งขึ้น สองเพื่อนซี้เตรียมวางมาตรการชุดใหญ่ พบว่าแผนข้อแรกคือหยิบดอกไม้วางไว้บนโต๊ะพี่มิ้วโดยไม่ให้ใครเห็น แล้วแค่อยู่แถวนั้นแบบเนียนสุดๆ แชมป์ดูเหนื่อยใจแต่ยอมทำตาม
แชมป์เดินเอาดอกไม้ไปวาง แต่พี่มิ้วเดินมาเจอเข้าทันที แชมป์ยิ้มหวาน พลางโบกมือ “พี่มาหาทานข้าวหรือครับ?”
พี่มิ้วมองดอกไม้อย่างงงๆ “ใครเอาดอกมาบนโต๊ะฉัน? ไม่ใช่ของเธอเหรอ?”
เบิร์ดที่ซุ่มหลังเสา รู้สึกใจเสีย เริ่มคิดว่าตัวเองคงวางแผนพังตั้งแต่ต้น แต่ยังดื้อไม่ล้มเลิก แชมป์พยายามเปลี่ยนประเด็น คุยเรื่องแมว แต่ดันหลุดปากพูดขำว่า “เอ…พี่รู้ไหมครับ แมวตัวเล็กบางตัวกัดแรงมาก พี่ต้องระวังนะ เดี๋ยวพี่มิ้วมือบวม!”
พี่มิ้วยิ้มอ่อนใจ “ขอบใจที่เตือน… แล้วดอกไม้นี่?”
ก่อนที่แชมป์จะตอบ เบิร์ดโผล่มาพรวด “คือๆ ที่จริงมันไม่ได้มีอะไรหรอกครับ! แค่ดอกไม้ไม่รู้หลงมาได้ยังไง น่าจะมีกบวางไว้ก่อนหน้านี้”
พี่มิ้วหัวเราะประหลาด ๆ “โอเค งั้นฉันจัดการเองนะ” แล้วเดินออกไป ทิ้งทั้งสองคนให้มองหน้ากันด้วยความกระอักกระอ่วน
วันถัดมา แชมป์กับเบิร์ดนัดกันคิดแผนใหม่ คราวนี้เบิร์ดเสนอให้ช่วยงานวาดภาพประกวดที่พี่มิ้วต้องส่ง แต่ไม่รู้ว่ารูปอะไร
เบิร์ด “ฉันเข้าไปดูมาแล้ว เห็นภาพวาดเหมือนไข่เจียววางอยู่ตรงโต๊ะแล้วชื่อว่า ‘ชีวิตยุ่งเหยิงใต้หมวกใบบัว’ ฉันว่าเกี่ยวกับปลาแน่ ๆ”
แชมป์ทำตาโต “แน่ใจนะ? หมวกใบบัวกับไข่เจียวมันเกี่ยวอะไรกับปลา”
“มันเป็นเรื่องของจิตวิญญาณศิลป์ไง! อย่างน้อยก็ต้องลองดู”
ทั้งคู่รวบรวมสี ไข่เจียวปลอม ๆ และหมวกใบลานจากห้องศิลป์ แล้วแอบเข้าไปต่อเติมภาพให้ดูมีดีเทลกว่าเดิม ผลที่ได้คือภาพไข่เจียวที่ถูกเติมด้วยปลาแห้งและหมวกใบลานร่วงหล่นเบียดเส้นต้นบัว…
เช้าวันส่งงาน พี่มิ้วเห็นภาพ ตัวแข็ง กำลังจะถามว่าใครวาดเพิ่ม เบิร์ดตื่นตูมรีบโบ้ยแชมป์ แชมป์ซูบหน้าแต่ยักไหล่ “หนูขอโทษครับ หนูแค่คิดว่ามันน่าจะช่วยให้งานดูแน่นขึ้น”
พี่มิ้วกลั้นหัวเราะไม่อยู่ “ช่วยก็ช่วยเก่ง! แต่หนูๆ ถึงกับเติมปลาแห้งลงบนไข่เจียวเลยเหรอเนี่ย!”
เบิร์ดหน้าเจื่อน พยายามอธิบายทฤษฎีศิลปะ แต่กลับพูดวกไปวนมา จนพี่มิ้วเข้าใจว่าทั้งคู่พยายามแกล้งเธอเลยยิ่งขำออกมา
แชมป์ส่ายหน้า บ่นว่า “ฉันว่าแกอย่าคิดแผนเยอะจะดีกว่า พี่มิ้วแกหัวเราะมากกว่าประทับใจนะ”
แต่เบิร์ดยังคงไม่ยอมแพ้ “ต้องมีมุมที่ใช่! คราวนี้ฉันจะเอาช็อกโกแลตไปให้เขาแบบเซอร์ไพรส์ โดยวางในล็อกเกอร์ แล้วแนบโน้ตว่า จากเพื่อนที่อยากให้ยิ้ม”
แชมป์ดูงง ๆ “ไม่มีชื่อเหรอ?”
“จะได้ลุ้นอะไรงาย!”
แผนดำเนินต่อ เบิร์ดลั่นจะจัดการเอง แต่เผลอวางช็อกโกแลตผิดล็อกเกอร์ ไปอยู่ล็อกเกอร์ครูใหญ่แทน กลายเป็นว่าครูใหญ่ตั้งข้อหาความรักลับ ๆ ของนักเรียน มีแผนกลุ่มแอบแจกของกันทุกชั้นปี
วันรุ่งขึ้นเรื่องนี้ลุกลามไปทั้งโรงเรียน เด็ก ม.1 บางคนเริ่มแอบฝากจดรักไว้ทุกล็อกเกอร์ ฝ่ายอาจารย์ก็ประชุมกันวุ่นวาย
แชมป์ถามเบิร์ด “เห็นไหมว่าฉันว่าแล้ว แผนแกนี่โดนทุกทีจนโรงเรียนแตกตื่น!”
เบิร์ดถอนหายใจ “ฉันจะยอมรับผิดเอง แกอย่าโทษตัวเองนะ”
แต่แล้วสถานการณ์ก็เปลี่ยน เบิร์ดกับแชมป์โดนเรียกพบครูใหญ่ แชมป์พยายามปกป้องเพื่อน แต่เบิร์ดยืนยันรับผิดชอบ ทำให้ครูใหญ่สงสัยมากขึ้นว่าพวกเขาต้องมีอะไรปิดบัง
ครูใหญ่ถามเสียงเข้ม “ไหนอธิบายหน่อย ใครคิดเอาของวางในล็อกเกอร์ครูใหญ่?”
เบิร์ดอ้ำอึ้ง แต่แชมป์พูดขึ้น “คุณครูครับ ผมเป็นต้นคิด แต่เพื่อนผมแค่ช่วย ผู้หญิงเขาไม่ได้เกี่ยวครับ”
ครูใหญ่มองไปมา “ผู้หญิง? ฉันยังไม่ได้เอ่ยถึงผู้หญิงเลยนะ…”
แชมป์หน้าแดง รีบบอก “อ๋อ ผม…นึกว่าคุณครูได้กลิ่นช็อกโกแลต เลย … เขินครับ”
ครูใหญ่หัวเราะจนหลุดท่าทีจริงจัง “สรุปคือ พวกเธอก็พยายามสร้างเซอร์ไพรส์แต่จัดผิดล็อกเกอร์สินะ งั้นครูให้อภัยแต่ต้องกวาดหน้าห้องเรียน 1 สัปดาห์เป็นบทเรียน”
หลังเลิกเรียน เบิร์ดกับแชมป์หิ้วตะกร้ากวาดห้องกันแบบหมดแรง บ่นไปขำไป
เบิร์ด “แก ฉันรู้สึกว่า ฉันแอดวานซ์ด้านแผนล่มแล้วละ”
แชมป์ยิ้มกว้าง ใช้ไม้กวาดชี้หน้าเพื่อน “ก็เพราะแกใส่ใจเกินไปเองมั้ง บางทีสิ่งที่ง่าย ๆ มันก็ซื้อใจคนได้มากกว่า”
เบิร์ดหัวเราะ “ถ้าฉันเปลี่ยนเป็นคนชิลเหมือนแก ฉันคงโตทันแกในชาติหน้า!”
ทั้งสองนั่งพักหลังทำงาน เบิร์ดหันไปสบตาแชมป์ด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ
“ขอบใจนะ ที่ไม่เคยปล่อยให้ฉันแก้ปัญหาอยู่คนเดียว ถึงปกติจะยุ่งยากไปหมดก็เถอะ”
แชมป์ตบบ่าเบิร์ด “ถ้าแกจะล่ม แกต้องล่มกับฉันนี่แหละ”
เสียงหัวเราะสองเพื่อนซี้ดังปนเสียงไม้กวาดจนระฆังโรงเรียนแทบสั่น ตอนนั้นเองพี่มิ้วเดินผ่านมา หยุดมองแล้วส่งยิ้มให้
“พวกเธอสองคนมีแผนจะล่มอีกเมื่อไหร่ แจ้งให้พี่รู้ด้วยนะ จะได้เตรียมรับมือทัน”
เบิร์ดกับแชมป์สบตากัน ต่างยักคิ้วแบบรู้ใจ ก่อนทั้งสองจะหัวเราะหนักกว่าเดิม ทิ้งเรื่องวุ่นวายไว้เป็นตำนานแห่งมิตรภาพ
และก็ยังไม่มีแผนไหน… ที่สำเร็จซักที