คืนสุดท้ายใต้แสงประภาคาร
เสียงสายลมร้องก้องเหนือเกาะเล็ก ๆ เบื้องล่าง ทะเลคลื่นซัดแรงซ้อนกันในคืนฟ้าครึ้ม เสาประภาคารสูงตระหง่านกลางผืนหิน อู๋ — ชายวัยห้าสิบสามปีผู้มีแววตาหนักอึ้งกับอดีต — กำลังปีนบันไดวนที่มีเสียงลั่นเอี๊ยด ใบหน้ามีรอยแดงจากลมหนาว เขาหยุดหน้าต่างแล้วมองลงไปเบื้องล่างซึ่งเป็นแนวโขดหินแตกกระจัดกระจาย ตรงนั้น ไอลิน ลูกสาววัยสิบสี่ปีกำลังยืนกอดอก พยายามกันลมฝนออกจากตัวด้วยเสื้อคลุมเก่า สายตาของเธอพยายามหลบตาชายผู้เป็นพ่อ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“คืนนี้…มีแต่เราใช่มั้ยคะ” ไอลินถามเสียงสั่น สายตาสะท้อนแสงวาบของฟ้าแลบ อู๋นิ่งเงียบก่อนพยักหน้าช้า ๆ “อีกไม่นาน ฝนก็จะหยุด ลูกไม่ต้องกลัวนะ” น้ำเสียงอบอุ่นแต่แฝงความเศร้า ก่อนเขาเดินเข้ามาใกล้ หยิบผ้าขนหนูส่งให้เธอ
ไอลินรับผ้าไปอย่างลังเล มีบางอย่างที่คั่งค้างในใจเด็กสาว — เงามืดจากอดีตคล้ายยังวนเวียนรอบ ๆ ประภาคารนี้ คืนนี้เป็นวันครบรอบการจากไปอย่างไร้คำอำลา…ของแม่ที่ใครก็ไม่เคยพูดถึง
สายลมแรงจนบานหน้าต่างฝืดฝืน ก๊อก ๆ บนกระจกคล้ายเคาะประตูหัวใจ อู๋มองไฟวาบบนหัวประภาคารซึ่งกำลังหมุนช้า ๆ แสงพาดไปบนคลื่นทะเล กลิ่นฝนนำกลิ่นสนิมเข้ามาในห้อง
“พ่อ…แม่หายไปเพราะอะไรคะ” ไอลินโพล่งถาม ประโยคที่ซ่อนอยู่นานนั้นหลุดออกกลางเสียงฟ้าร้อง อู๋ชะงัก สีหน้าเจ็บปวดเล็กน้อย เขาชะเง้อมองนอกหน้าต่าง เสียงคลื่นโหมกระหน่ำยิ่งกว่าเดิม
“วันนั้น…มันเป็นพายุเหมือนคืนนี้ พ่อออกไปซ่อมเรือ แล้วแม่ของลูก…เธอบอกว่าจะออกไปเดินเล่น ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบหายไป” อู๋หลบสายตา มือขยำเสื้อจนเป็นรอยยับ “พ่อขอโทษ…พ่อยังตามหา…แต่—” พูดไม่จบ
ไอลินฟังแล้วเงียบ ปล่อยน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่เสียงสายฟ้ายังคงขู่คำราม ลมแรงจนไฟประภาคารกระพริบเหมือนจะดับ
เสียงบางอย่างแทรกเข้ามา — คล้ายเสียงเคาะประตูจากชั้นล่าง ทั้งสองคนต่างเงียบกริบ จ้องตากันด้วยความระแวงและตื่นกลัว ใครจะมาเยี่ยมกลางพายุรุนแรงเช่นนี้ในยามค่ำคืน?
ไอลินขยับมากอดแขนพ่อ “จะเป็นขโมยหรือเปล่าคะ?” เธอถามแผ่วเบา อู๋ฝืนใจยิ้ม “ไม่มีใครมาขโมยอะไรที่นี่หรอกลูก มีแต่คลื่นกับผีเรือเท่านั้นแหละ”
คำพูดจบไม่ทันขาดคำ เสียงเคาะดังขึ้นอีกแต่ครั้งนี้แรงกว่าเดิม อู๋หยิบไฟฉายเก่ามาถือไว้แน่น เขาเดินลงบันไดช้า ๆ ลูกสาวเดินตามแบบไม่ห่าง
เมื่อถึงประตูไม้ด้านล่าง อู๋สูดหายใจลึก มือสั่น ๆ เอื้อมไปหมุนลูกบิด ประตูเปิดออกอย่างระแวดระวัง ลมทะเลกรูเข้ามา สาดละอองฝนเข้าหน้า ภายใต้แสงไฟฉาย เขาเห็นเงาคนยืนซุกตัวอยู่ใต้ชายคา เสื้อกันฝนสีเทาหม่นเปื้อนโคลนปิดร่างเกือบทั้งตัว
ชายแปลกหน้า — ธาม — ดูเหน็ดเหนื่อยและตาขวาง เขามองสองพ่อลูกอย่างระแวง “เรือฉันล่ม ขอหลบพายุแป๊บ” เสียงหอบเหนื่อย เล็บมือนั้นสั่นไหวอย่างประหลาด รอยร้าวบนหน้ากากรักษาหน้าฝากบางส่วนของเขา
อู๋ลังเล แต่เห็นสายตาคาดหวังปนความสิ้นหวังจึงยอมเปิดทางให้ ธามก้าวเข้ามา แววตาหวาดระแวง ไอลินหลบหลังพ่อ ใจเต้นแรงที่สุดเท่าที่เคย
ในแสงไฟสีเหลือง ธามขอตัวอิงผนังและกระซิบขอบคุณ แต่จู่ ๆ ก็เหลือบมองขึ้นไปบนห้องไฟประภาคาร “คุณเห็นอะไรผิดปกติไหมเมื่อคืนนี้?” เขาถาม เหมือนไม่ใช่เพราะความรอดชีวิตแต่ซ่อนความหวาดกลัวอีกชั้น
อู๋นิ่งๆ ไม่ตอบทันที พายุข้างนอกดังยิ่งขึ้น ไอลินแอบดูธามอย่างโกรธกลัว
“เมื่อคืน…ผมเห็นไฟกระพริบทางใต้เกาะ เหมือนมีคนส่งสัญญาณ” ธามพูดเบา ๆ เหมือนไม่ต้องการให้ใครได้ยินมากนัก
ไอลินเม้มปากแน่น “ที่นี่ไม่ค่อยมีใครอยากเข้ามากลางคืน…โดยเฉพาะวันที่ลมแรงอย่างนี้” เธอพูดยานๆ งงงวยในใจ ธามหันมาถาม “อยู่กันที่นี่นานแค่ไหนแล้ว?”
อู๋ถอนหายใจ “ตั้งแต่แม่ของเด็กหายไป…ไม่มีใครมาใกล้เกาะนี้อีก ความเงียบสงบทำให้เราสองคนอยู่ได้ พ่อกับลูกก็อยู่กันไป”
ธามยิ้มน้อย ๆ ก่อนหันหน้าออกหน้าต่างดูคลื่นฝน มุมปากมีรอยบาดเล็ก ๆ “เสียงพายุยามค่ำคืนมันทำให้ใจคนสั่น ชวนให้คิดถึงบ้าน…แม้ไม่มีบ้านจะกลับ” เขากระซิบเหมือนพูดกับตัวเอง
เงียบงันชั่วครู่ เหลือเพียงเสียงคลื่นกระแทกโขดหิน ไอลินนั่งชิดพ่อ กระชับผ้าขนหนูแน่น น้ำฝนหยดลงจากผมเปียกจนเสื้อเปียกชุ่มไปหมด ธามยืนพิงผนังสายตาเข้มข้นจ้องไปทางบันไดห้องไฟ เงามืดพลิ้วไหวพาดบนผนังเหมือนกำลังขยับ…
เสียงหวีดหวิวของลมแทรกด้วยเสียงแหลมเล็กบางอย่าง ไอลินสะดุ้ง เธอแน่ใจว่าได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ชั่ววูบหนึ่งในสายลม หรืออาจแค่จินตนาการกลางฝนจัดก็เป็นได้
อู๋เผลอจับมือไอลินแน่นขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ “ไม่เป็นไร เดี๋ยวพายุซา พ่อจะเดินไปตรวจรอบ ๆ” เขาลุกยืน set ใจเดินขึ้นไปชั้นบนอีกครั้ง ธามเหลือบตาแวววาว คล้ายจะแอบยิ้มเมื่ออู๋ไม่มอง
ไฟประภาคารกระพริบอีกครั้งราวกับขัดข้อง ธามหันไปทางไอลิน ถามเสียงเบา “เธอกลัวประภาคารนี้รึเปล่า?” ไอลินเงียบตอบไม่ออก ธามจับพิรุธเล็ก ๆ จากสีหน้า “บางครั้ง สิ่งที่ทำให้เรากลัวที่สุด คือสิ่งที่เราไม่เคยพูดออกมา”
ไอลินกลืนน้ำลาย ยกมือปาดน้ำตาอย่างเผลอ ๆ เธอไม่รู้จะเชื่อหรือระแวงชายแปลกหน้าผู้นี้ดี แต่อะไรบางอย่างในน้ำเสียงเขาทำให้เธอเริ่มคลายความกลัวลงบ้าง
ขณะเดียวกัน บนห้องไฟ อู๋กำลังตรวจแผงวงจรไฟ เสียงฟ้าแรงฟาดใกล้จนหน้าต่างแทบแตก เงาร่างใครบางคนเหมือนปรากฏในกระจกหน้าต่างวูบหนึ่ง เขาตะลึงจ้องตาแข็ง ทั้งเกาะดูเหมือนจะเคลื่อนที่ไหวเองในพายุ
ล่างประภาคาร ไอลินได้ยินเสียงกระซิบในสายลมยอดแหลม เธอล้วงหยิบรูปถ่ายโบราณในกระเป๋ากางเกง — ภาพแม่ยืนคู่กับพ่อหน้าประภาคาร ภาพที่เธอไม่เคยพูดถึงให้ใครฟังมาก่อนเลย
ธามจ้องมองภาพอย่างสนใจ ถามเบา “คิดถึงแม่เหรอ?” ไอลินพยักหน้า พลางถอนหายใจยาว ธามเบนหน้าไปทางประตู ราวกับรู้วิธีซ่อนน้ำตาไว้ภายใน “ผมก็มีคนที่หายไป…แต่เขาไม่เคยกลับมาอีกเลยเหมือนกัน”
เสียงฟ้าผ่าลงบนยอดต้นไม้ อู๋รีบวิ่งลงมาหน้าตาตื่น “ลูก เห็นอะไรแปลก ๆ มั้ย? เหมือนมีคนเดินวนรอบ ๆ เกาะ!” เขาถามเสียงตื่น ไอลินเงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความกลัวปนสงสัย ธามเองก็เงี่ยหูฟัง มีเสียงเคลื่อนไหวแผ่ว ๆ ฝ่าพายุมา