เสียงเคาะจากห้องที่ว่างเปล่า
เสียงฝนกระทบหลังคาเก่าสังกะสีดังแผ่ว ๆ ในยามค่ำคืนที่มืดสนิท หน้าต่างไม้เก่าเปียกชื้นและขึ้นรา นิรินยืนถือร่มเก่า ๆ อยู่หน้าประตูอาคารเรียนหลังสุดท้ายของมหาวิทยาลัยท้องถิ่น เธอถอนหายใจเงียบ ๆ พลางมองชื่อของตัวเองที่เขียนไว้บนกระดาษประกาศติดหน้าประตู “นิริน นักศึกษาฝึกงาน โปรดจัดการของเก่าห้อง 307 ภายใน 7 วัน” ถุงมือยางสีฟ้าถูกดึงขึ้นช้า ๆ ด้วยความจำใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงเปิดประตูสังกะสีเก่าดังเอี๊ยดอ๊าด กลิ่นอับและฝุ่นโบราณตีเข้าจมูกทันทีที่นิรินก้าวเข้าไป ไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือสาดแสงวนไปรอบ ๆ เผยภาพทางเดินแคบ ๆ กับประตูห้องเรียนที่ปิดสนิททุกบาน ชานพักบันไดมีรอยเปื้อนน้ำฝน เงาสะท้อนบนพื้นเงียบกริบ
“ยังกับฉันอยู่ในฉากหนังผี…” เธอพึมพำกลั้วเสียงหัวเราะกลบความกลัว เธอเดินขึ้นบันได เสียงรองเท้ายางกระทบพื้นซีเมนต์ดังชัดในความเงียบ ห้อง 307 อยู่สุดทางเดินชั้นสาม ประตูกระจกฝุ่นจับหนาแน่น
นิรินหันไปมองประตูห้องตรงข้ามที่ปิดสนิท มือแตะลูกบิดพลางลังเล ในใจย้อนคิดถึงเรื่องราวเมื่อสามปีก่อน—วันที่เพื่อนสนิทของเธอ “แก้ม” หายไปจากอาคารนี้โดยไร้ร่องรอย เธอกลืนก้อนน้ำลายลงคอ พยายามผลักความรู้สึกผิดกลับไปในเงามืด
เสียงเคาะเบา ๆ ดังขึ้นจากห้องหนึ่ง ไม่ชัดว่าเป็นห้องไหน นิรินชะงัก หันรีหันขวาง เสียงนั้นเงียบไป เธอกระชับไฟฉายแน่น เดินต่อไปอย่างระวัง
ชั้นสามว่างเปล่าและเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝนกับเสียงลมหวิวผ่านช่องหน้าต่าง นิรินหยุดตรงหน้าห้อง 307 เธอเสียบกุญแจที่ได้รับมาจากพี่ฝ่ายอาคาร เสียงลูกบิดหมุนช้า ๆ ประตูเปิดออกอย่างฝืด ๆ
ภายในห้องมีแต่โต๊ะเรียนไม้เก่า ๆ เก้าอี้วางซ้อนกัน กับตู้เหล็กใบใหญ่ในมุมห้อง ผนังมีรอยขีดเขียนจาง ๆ เหมือนรอยนิ้วมือ ถุงขยะที่เธอเตรียมมาถูกวางลงข้างกาย นิรินสูดหายใจ เธอเริ่มจัดการเก็บข้าวของเก่า ๆ ลงถุง
เสียงเคาะเบา ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้ขึ้น นิรินหยุดมือ เงี่ยหูฟัง เสียงนั้นเหมือนมาจากตู้เหล็กในห้อง เธอกลืนน้ำลาย ใจเต้นแรงขึ้น
“สติ! มันแค่เสียงหนู หรือของตก…” เธอปลอบตัวเองแล้วฝืนเปิดตู้เหล็กออก
ภายในมีแต่แฟ้มเอกสารเก่า ๆ ซองจดหมายและกล่องกระดาษ เธอหยิบแฟ้มออกมาเปิดดู เป็นรายงานการประชุมสโมสรนักศึกษาย้อนหลังสิบปี เธอเหลือบเห็นชื่อ “แก้ม” อยู่ในรายชื่อกรรมการชุดสุดท้าย
พลันเสียงเคาะดังขึ้นอีก คราวนี้ชัดว่าสั่นจากด้านในห้อง นิรินเงยหน้าขึ้นมองรอบห้อง ไฟฉายสาดไปเห็นเงาคล้ายคนยืนนิ่งอยู่มุมห้อง แต่พอเธอขยี้ตา เงานั้นก็หายไปทันที
“ฉันแค่คิดมาก…ใช่ไหม?” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงฝนข้างนอกยังคงตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ นิรินหันกลับไปเก็บแฟ้มต่อ
มือถือสั่นขึ้น มีข้อความ “พรุ่งนี้มาเอาของคืนด้วย” ส่งจากเบอร์ที่ไม่มีชื่อ เธอขมวดคิ้ว “ใครกัน?” เธอตอบกลับไปแต่ไม่มีการอ่านข้อความ
ขณะกำลังจะรวบแฟ้มไปทิ้ง เธอพบกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในแฟ้มหนึ่ง “ถ้าฉันไม่กลับมา อย่าเปิดประตูห้องนี้” เขียนด้วยลายมือสั่น ๆ ลงชื่อ “แก้ม”
ภาพความทรงจำสมัยเรียนแวบเข้ามา วันนั้นเธอกับแก้มมีปากเสียงกันหนักเรื่องสโมสร แก้มออกจากวงประชุมไปคนเดียว นิรินจำได้ว่าเธอไม่ตามไป วันต่อมาแก้มก็หายตัวไป…
เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เร็วและแรงขึ้น นิรินสะดุ้งตกใจ เธอรีบคว้าแฟ้มและถุงขยะวิ่งออกจากห้อง แต่แล้วประตูห้อง 307 ปิดดังปัง! เธอตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่เสียงของเธอกลืนหายไปในสายฝน
ไฟฉายในมือถือกระพริบดับวูบ นิรินพยายามเปิดใหม่แต่แบตหมด เธอกระชับถุงขยะแน่น นั่งหอบหายใจอยู่ข้างประตู สายตาเห็นเงาเคลื่อนไหวอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง
เสียงเคาะเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะมีเสียงเหมือนคนลากเก้าอี้บนพื้น ไกลออกไปจากห้อง เธอขยับตัวเข้าใกล้หน้าต่าง เปิดผ้าม่านดู เห็นเพียงเงาอาคารร้างอีกหลังที่มืดสนิท
เสียงฝีเท้าดังขึ้นตรงทางเดินหน้าห้อง ประตูกระจกมีเงาเคลื่อนไหวเลือนราง นิรินขยับถอยหลัง หัวใจเต้นแรง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นสายจาก “แม่แก้ม” ที่ไม่เคยติดต่อมาเลยตั้งแต่แก้มหายตัวไป “น้องนิริน…เห็นแก้มบ้างไหมลูก? แม่ยังรอแก้มกลับบ้านทุกวันเลยนะ” เสียงปลายสายสั่นเครือ
นิรินน้ำตาคลอ เธอบีบมือถือแน่น “หนูขอโทษค่ะ…หนูยังหาไม่เจอ” น้ำเสียงเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ปลายสายเงียบไปก่อนจะวางสาย
นิรินรวบรวมสติเดินไปที่ประตู ลองหมุนลูกบิดอีกครั้ง แต่ประตูยังคงล็อกแน่น เสียงเคาะเงียบไปทุกอย่างเงียบสนิท มีเพียงเสียงหายใจของเธอเอง
เงาในห้องสลัวขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนมีใครอีกคนอยู่ร่วมในห้องกับเธอ นิรินเอื้อมมือไปจับแฟ้มในถุงขยะ เจอสมุดบันทึกเล่มเล็ก ๆ ของแก้ม เธอเปิดอ่าน หน้าแรกมีข้อความ “ฉันกลัว…กลัวว่าเขาจะเจอฉัน”
เสียงเก้าอี้ลากพื้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้อยู่ข้างหลังเธอ นิรินหันขวับ เห็นเงาดำสูงโย่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หลังห้อง หันหลังให้แสงจากไฟฉายที่ริบหรี่ หัวใจเธอหวิววาบ
เธอพยายามตั้งสติ “ใคร…ใครอยู่ตรงนั้น?” เสียงเธอสั่น หายใจไม่ทั่วท้อง เงานั้นนิ่งสนิท ก่อนจะค่อย ๆ หันหน้ามาทางเธออย่างเชื่องช้า
นิรินขยับถอยหลังไปติดผนัง ใจเต้นรัว น้ำตาไหล เธอหลับตาแน่นแล้วลืมขึ้นอีกครั้ง เงาดำนั้นหายไป เหลือแต่ความว่างเปล่าและเสียงฝนที่ยังตกหนักไม่หยุด
เสียงเคาะดังขึ้นช้า ๆ อีกครั้ง แต่คราวนี้เหมือนดังมาจากข้างในหัวของเธอเอง ทุกอย่างเงียบผิดปกติ หัวใจนิรินเต้นโครมคราม เธอเดินไปที่โต๊ะเรียนหลังห้อง เห็นรอยเลือดจาง ๆ ติดอยู่ใต้โต๊ะ
เธอเอื้อมมือสั่น ๆ ไปสัมผัสรอยนั้น แล้วพบว่ามีช่องลับอยู่ใต้โต๊ะ เธอเปิดออกดู พบกล่องไม้อัดใบเล็ก ๆ ข้างในมีจดหมายอีกฉบับ “ถ้าวันหนึ่งเธอให้อภัยฉัน…โปรดปลดปล่อยฉันด้วย” ลงชื่อ “แก้ม”
นิรินน้ำตาไหลพราก เธอกระซิบ “หนูขอโทษ…หนูผิดเอง…แก้ม กลับมานะ”
เสียงเคาะดังขึ้นพร้อมกับเสียงประตูเปิดช้า ๆ ลมเย็นปะทะใบหน้า นิรินลุกขึ้นวิ่งออกจากห้อง วิ่งลงบันไดอย่างไม่คิดชีวิต ขณะผ่านชั้นสอง เธอเห็นเงาคนยืนอยู่หน้าประตูห้องที่ปิดสนิท มองตามเธอไปจนลับตา
เธอวิ่งออกไปนอกอาคารฝ่าสายฝน เหลียวหลังกลับไป เห็นหน้าต่างห้อง 307 เปิดอ้า เงามืดของแก้มยืนอยู่ที่ขอบหน้าต่าง ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไปในสายฝน
นิรินยืนหอบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ หน้าอาคารร้าง ใจเต้นแรง เธอมองมือถือที่แบตหมด ปล่อยให้หยาดน้ำตากับหยาดฝนไหลรวมกันอย่างเงียบงัน
อาคารเรียนหลังนั้นถูกปิดตายอย่างถาวรในเช้าวันรุ่งขึ้น ไม่มีใครเคยพูดถึงแก้มอีก แต่บางคืนฝนตกหนัก ๆ คนแถวนั้นยังคงได้ยินเสียงเคาะเงียบ ๆ จากห้องที่ว่างเปล่า