ซอยนี้มีเรื่องขึ้นทุกวัน
เสียงกริ่งดังสนั่นหน้าร้านโชห่วยในซอยเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง กอบศักดิ์ หนุ่มวัยกลางคนเจ้าของร้านสะดุ้งโหยง กระโดดลุกมาจากหลังเคาน์เตอร์โดยไม่ได้ฟังวิทยุรายการโปรดจบ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ใครมาทำให้คนแก่หัวใจจะวายกันแต่เช้าฟะเนี่ย!” เขาบ่นพลางล้วงลูกอมเข้าปากหนึ่งเม็ด เดินออกไปทางประตูหน้าร้าน เจอกับใบหน้าคุ้นของ ทิพย์ น้องสาวเจ้าอารมณ์ พร้อมจดหมายในมือ
“พี่กอบ! ตกลงใครสั่งน้ำปลาไว้แล้วบอกส่งวันนี้ล่ะฮะ สองขวด!” เสียงทิพย์แหวมาแต่เช้า กอบศักดิ์ขมวดคิ้ว
“หน้าพี่เหมือนคนมีเวลานับน้ำปลาปะ? เดี๋ยวนะ… หรือเป็นเจ๊อ้อมปากซอย วานหลานในไลน์หรือไง วุ่นแต่เช้าเลย!”
ทันใดนั้น กระโดดเข้ามาอีกคน ภาคิน วัยรุ่นแสบแห่งซอย ที่กำลังจะเริ่มวันกับการฝากซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
“เฮียกอบ! ขอกันซื่อ ๆ เหมาไว ๆ เลยพี่ บะหมี่ให้ผมนะจ๊ะ หนึ่งลัง!”
กอบศักดิ์จิกตา: “วันนี้ประชุมซอยเหรอ มาแย่งข้าวของดีกว่าสอบ ONET อีกนะ!”
ณ มุมหนึ่งของร้าน ป้าอร เจ้าร้านอาหารข้างเคียงกำลังหาโอกาสถามเรื่องงานรวมญาติที่ตะวันจะจัดในสุดสัปดาห์ กอบศักดิ์แจกแจงของใส่กล่อง ยิ้มแบบเก้อ ๆ พลางเพ่งโทรศัพท์ที่แจ้งเตือนกลุ่มแชท “ซอยนี้มีเรื่องทุกวัน” ขึ้นมาว่า วันนี้ต้องช่วยอะไรกันเป็นพิเศษ กอบศักดิ์โอ่ขึ้น
“ไม่มีอะไรซับซ้อน วันนี้ฉัน รับผิดชอบเรื่องป้ายแขวนไว้หน้าซอยเอง พวกนายไม่ต้องไปยุ่ง เดี๋ยวจะเลอะเป็นขี้หมูราขี้หมากัด!”
ทิพย์ถอนหายใจ “พูดอย่างนี้เมื่อวาน ลืมส่งขนม คราวนี้เอาแน่นะ?”
“นี่เคยผิดหวังกับพี่กอบเรื่องเดียว ถึงขนาดนี้เลยเหรอ!” กอบศักดิ์แกล้งทำให้เสียฟอร์ม คนในร้านหัวเราะกันครืนเพราะประวัติพี่กอบลืมส่งของ ไม่เคยแปะป้ายถูกวัน
เช้าวันเสาร์ กอบศักดิ์ตื่นเร็วกว่าปกติ เตรียมป้ายผ้าที่ร่างข้อความไว้ด้วยมือถือ มีตัวอักษรเบี้ยว ๆ “งานรวมญาติซอยสุขใจ อาทิตย์นี้!” ทดพ่นสีจนเสื้อเปื้อน ทิ้งขนมไว้ในหม้อทอดจนน้ำมันไหม้
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นสายจากคุณธง เพื่อนบ้านสาววัยกลางคนผู้เชื่อว่าเธอเป็นหัวหน้าองค์กรลับอะไรบางอย่าง
“เฮียกอบ นี่น้ำปลาไม่ได้ส่งนะ ฉันว่าคืนนี้ชัวร์ ๆ ใช่มั้ย เรียงกล่องไว้รึยัง?”
กอบศักดิ์อมยิ้ม “คืนนี้เข้าใจตรงกัน น้ำปลาถึง เดี๋ยวจัดให้…” เสียงเด็กข้างบ้านตะโกนแทรกว่า “เฮียกอบจะแจกน้ำปลาฟรี!!!” ข่าวลือแพร่กระจายปานไฟลามทุ่ง กระทั่งป้ายงานรวมญาติกำลังจะกลายเป็น “งานน้ำปลาซอยสุขใจ”!
เสียงเคาะประตูร้านถี่ขึ้น คนแก่ คนหนุ่ม เด็กนักเรียน ยกขบวนถามเรื่องแจกน้ำปลา ทิพย์พยายามอธิบายแต่ไม่ทันคลื่นความเข้าใจผิดที่โถมเข้าใส่
ภาคินคว้าป้ายที่กอบศักดิ์ทำพลาด คำว่า “รวมญาติ” เลือนหายกลายเป็น “รวมแจก” ชาวซอยเริ่มเรียกกันเล่น ๆ ว่า “งานแจกซอยสุขใจ”
“น้อง ๆ ข้างบ้านบอกงานนี้ใครมาซื้อของได้ของแถมฟรีด้วยเหรอ!” ป้าอรหัวเราะ น้ำตาเล็ด
กอบศักดิ์พยายามแก้ไข หยิบโทรศัพท์ส่งข้อความชี้แจงในกลุ่มไลน์ กลับกดพลาดไปลงกรุ๊ปที่มีเจ้าหน้าที่เขตอยู่ด้วย ข้อความผิดชั้นที่สองคือ “ของฟรีมีแจกไม่อั้นวันนี้!!!”
คุณธงตื่นตระหนก รีบใส่ชุดสากลมาเองเพื่อคุมสถานการณ์ ก้าวเข้าร้านโชห่วยอย่างมีอำนาจ
“ขอโทษนะคะ นี่แจกเพื่ออะไรกันแน่? แบ่งเขตให้ชัด ฉันจะทำรายงาน รบกวนแถลงข่าวหน่อยค่ะคุณกอบศักดิ์”
“ผมแค่…เอ่อ…มันแค่ งานรวมญาติ! ไม่มีแจกน้ำปลา ผม…เอ่อ…” กอบศักดิ์สับสนหนัก พูดคำว่าแจกอีกสองสามรอบแล้วชาวซอยยิ่งตื่นเต้น ทุกคนเข้าใจคนละอย่าง ระดับความอลหม่านพุ่งขึ้น
เย็นวันเดียวกัน ภาคินกับทิพย์เดินเคร่งเครียดเข้ามา รุมซักพี่กอบ
“พี่ พรุ่งนี้คนทั้งซอยมากันแน่ ไม่มีอะไรก็ต้องแจกแล้วเนี่ย! กะเอาไง?” ทิพย์โวยวาย
กอบศักดิ์ตอบกลับ “ก็…ถ้าจะให้แจก เอาเป็นว่ามาร่วมกินข้าวฟรีกับขวดน้ำปลาคนละหนึ่ง!” ทุกคนมองหน้ากันอึ้ง ๆ
คืนนั้นกอบศักดิ์เครียดจัด โทรนัดประชุมครอบครัว ทิพย์ภาคินและป้าอรนั่งขดแน่นหน้าร้าน
“เราจะเลิกเข้าใจผิดกันได้ไหม? ขอแค่ครั้งเดียวเอง!” ทิพย์หันไปแซว
“ครั้งเดียวของบ้านเราก็คือรอบนี้นี่แหละค่ะ” ป้าอรยิ้ม ขณะเดียวกันภาคินเสนอแผนแจกล็อตเตอรี่แทนน้ำปลา กอบศักดิ์ปาดเหงื่อ
เช้าวันงาน คนเดินเข้าแถวยาวเหยียดหน้าซอย ทั้งซอยพูดถึง “ของฟรีปริศนา” ขณะที่กอบศักดิ์กระโดดวุ่นเซ่อซ่าไปมาในงานจนขวดน้ำปลาแตกเกลื่อนพื้น
เสียงเด็กหัวเราะ ภาคินรีบช่วยเช็ดน้ำ ทิพย์ตวาดชาวบ้านหยุดเผือก เจ๊อ้อมหน้าซอยเอาไมค์มาประกาศแบบผิดจังหวะ
“งานรวมแจก…โอ๊ะ ฉันหมายถึงงานรวมญาติ ของฟรีไม่ฟรี แค่ใจฟรี ๆ ค่ะ!” คนทั้งซอยฮากลิ้ง
ขบวนแห่งความสนุกยังดำเนินต่อ ซอยนี้ครึกครื้น มีเพลง มีเสียงหัวเราะ กอบศักดิ์เดินแจกถุงขนม น้ำปลาขวดสุดท้ายกับภาคิน และขอโทษทุกคนอย่างจริงใจ
เมื่อความเข้าใจผิดสะสาง ทุกหัวเราะและจับมือกันไว้ กอบศักดิ์ยิ้มโล่งใจ ถึงจะยุ่งเหยิงแต่แน่นแฟ้นกว่าเดิม
สิ้นวัน กอบศักดิ์และน้องนั่งหน้าร้านมองพระอาทิตย์ตก ชาวซอยทยอยกลับบ้าน
“ปีหน้าขอให้ไม่มีแจกอะไรผิดอีกนะ” ทิพย์ประชด
กอบศักดิ์ยิ้มกวนกลับ “คราวหน้าแจกขนมดีกว่า… พี่ว่าอย่างน้อยขนมก็ไม่เลอะเหมือนน้ำปลา!” สองพี่น้องหัวเราะร่วมกัน ก่อนทิ้งเสียงซอยคึกคักนุ่มนวลในยามค่ำคืน