วุ่นนัก…รักต้องปลอม!
“นายไม่ได้หมายความว่า…จะสารภาพรักใช่มั้ย?”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ศรหยุดกะพริบตา มองกวินด้วยสายตาผสมคำถามและเวทนา อยู่กลางลานกิจกรรมของมหาวิทยาลัยในตอนเย็น อากาศร้อนเหนอะ แต่อารมณ์ร้อนใจของกวินร้อนกว่าเยอะ กวินยืนยืดอกพยายามดูนิ่ง แต่ฝ่ามือเหงื่อซึมจนต้องปาดกับขากางเกงยีนส์ให้เนียน ๆ
“ก็… ใช่ ฉันจะบอกขวัญน่ะ ที่จัดงานอยู่โน่นไง”
ขวัญอยู่ใกล้ ๆ กับเพื่อน ๆ กำลังช่วยกันผูกป้ายผ้าขาวยาวกับเสาวิทยาเขต กวินเหลือบไปมองแล้วถอยหลังกลับมาเกาคาง “คิดว่าวันนี้แหละ เหมาะ”
ศรกระตุกยิ้ม มุมปากยกพร้อมเสียงหัวเราะริน “เหมาะตรงไหนวะ งานน้ำตาลมหาโหด คนเต็มไปหมด นายกล้าเหรอ”
“กล้าสิ ถ้าพลาดวันนี้ก็ไม่กล้าอีกแล้ว!” น้ำเสียงกวินจริงจังเกินเหตุ ศรหัวเราะท้องแข็ง
“เออ ก็เอาเว้ย แล้วนายวางแผนหรือยัง”
กวินนิ่ง ก้มหน้าคิดไม่นานก็หลุดออกมา “ยัง”
ศรจับไหล่ “ถ้าไม่วางแผน แล้วจะไม่โป๊ะแตกได้ยังไง”
แต่จังหวะนั้นเอง กลุ่มประธานชมรมเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มลึกลับที่ยิ่งกว่าตัวร้ายละครหลังข่าว “กวิน ศร มานี่หน่อย”
ทั้งสองหันขวับพร้อมกัน “อะไรวะ”
“นายสองคนสนิทกันดีจริง ๆ เลยนะ ช่วยประสานงานด้วยสิ”
กวินพยักหน้าอย่างคนพยายามกลบเกลื่อน แต่ศรกลับเป็นฝ่ายตอบทัน “ได้ครับพี่ ไม่ต้องห่วง!”
ความประจวบเหมาะแบบแปลก ๆ ไม่ได้จบแค่นั้น เสียงแว่ว ๆ จากกลุ่มเพื่อนข้างหลังเริ่มดังขึ้น…
“นั่นแฟนเพื่อนขวัญนี่ป่ะ”
“เออ ใช่ ๆ คู่นี้ตัวติดกันตลอด”
กวินกับศรหันขวับ ตัวแข็งทื่อ
“เดี๋ยว ๆ ใครเป็นแฟนใคร?” กวินส่ายหน้า รีบปฏิเสธเสียงสูงจนน้ำเสียงสั่น แต่เสียงหัวเราะซุบซิบก็เหมือนแพร่กระจายเชื้อเร็วกว่าไฟลามทุ่ง
ศรแกล้งตอบเชิงขำ “แฟนเพื่อนก็เหมือนแฟนเราไง”
เสียงหัวเราะยิ่งดัง แต่กวินหัวใจหล่นไปตาตุ่ม “อย่าเล่น!”
แต่ยิ่งปฏิเสธ เหมือนยิ่งยืนยัน…
ผ่านไปเพียงสิบห้านาที ข่าวเม้าท์กลายเป็นข่าวลือ ทุกคนมอง ‘กวินกับศร’ เป็นคู่รักหน้าใหม่โดยพร้อมเพรียง ขวัญเองก็หันมายิ้มกรุ้มกริ่ม “ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ไม่เห็นเล่าเลย”
“เฮ้ย…ขวัญ เดี๋ยว…มันไม่ใช่แบบนั้น…” แต่ขวัญเอียงคอ พูดขัด “ไม่ต้องอายหรอกกวิน น่ารักออก”
กวินพูดอะไรไม่ออกจนเสียงแซะของศรมาแทรก “คบกันมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วจ้า”
“ศร!”
“อะไร ก็นายชอบขวัญไม่ใช่เหรอ” ศรพูดแบบตั้งใจแซว ไม่รู้ว่าคำพูดนั้นเป็นต้นเหตุของความฮายุ่งเหยิงที่กำลังจะมา
งานมหกรรมชมรมเริ่มวุ่นวายขึ้นเรื่อย ๆ กวินคิดว่าแค่รอเวลา ข่าวลือก็จะจางไป แต่โลกจริงมันซับซ้อน เพราะประธานชมรมดันจับทั้งสองคนให้ร่วมเป็น ‘ตัวแทนคู่รัก’ เรียกเสียงกรี๊ดจากเพื่อน ๆ ทุกคนโดยไม่รอความเต็มใจ กวินตะลึง ศรหัวเราะหนักขึ้น
“พระเจ้า นี่เราต้องเล่นละครคู่รักจริง ๆ เหรอวะ” กวินกระซิบข้าง ๆ ศร
“ไม่แค่เล่นเหมือน แต่ออกสื่อด้วย!” ศรส่งยิ้มร้าย ๆ “เข้มแข็งไว้นะ เพื่อนรัก!”
“ฉันว่าฉันเพิ่งสร้างเรื่องงี่เง่าขึ้นมาแล้ว…” กวินถอนหายใจเสียงยาว
…
งานวันแรก ผ่านไปทั้งคู่ต้องเดินจับมือขึ้นเวทีเล่นเกมสร้างสัมพันธ์ กวินเกร็งจนเหงื่อตก ศรทำเหมือนสนุก แต่แอบแวะกระซิบ “พรุ่งนี้เราต้องเข้าคู่กันแข่งเกมจิ้นอีก จำบทให้ดี”
“บท?”
“ก็เรื่องของแฟนปลอม ๆ น่ะ นายเป็นแฟนจอมขี้อาย ฉันเป็นสายป่วนเข้าใจมั้ย”
“ไม่!” กวินเสียงหลง
เกมผลัดกันตอบคำถามถึงความรู้ใจคู่รัก กลายเป็นเกมตอบผิดขำ ๆ ศรจะไวกว่า พูดแทรกคำตอบตลกรั่ว ๆ ทุกครั้ง กวินหมดมาดเป็นหนุ่มมั่นใจ กลายเป็นคนพูดไม่ทันเพื่อน
“แฟนคุณชอบหนังแนวไหน?” พิธีกรถาม
ศรตอบแทน “เขาชอบหนังชีวิตจังจัง เรื่องอนาคตกังวลทุกคืน เพราะตอนนี้ยังไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม”
ทุกคนหัวเราะ กวินหน้าเจื่อน “ฉันไม่ได้กังวลขนาดนั้น…”
ขวัญยืนขำน้ำตาเล็ด กวินลองตอบกลับบ้าง “ศรชอบหนังแนวขำขำ…เพราะชีวิตจริงเครียดไปหน่อย”
ศรยิ้มกว้าง “อย่างน้อยตอนอยู่กับนายก็ไม่เครียดเท่าไหร่” คำพูดธรรมดากลายเป็นมุกที่ทั้งงงทั้งขำในสายตาคนอื่น
เหตุการณ์ดำเนินต่อไปแบบวุ่น ๆ ฉากต่อมา ในร้านกาแฟชมรม กวินเจอขวัญนั่งเรียนเดี่ยว ๆ รีบเดินไปนั่งข้าง ๆ อยากจะเปิดใจบอกความรู้สึกจริง ๆ แต่ขวัญไม่เปิดโอกาส พูดสวน “ศรดูจริงใจกับนายดีนะ ฉันก็แอบเชียร์มาตั้งานแล้วอะ”
กวินเหวอ ชะงัก ประโยคที่ซ้อมมาในหัวละลายหายหมด
“ขวัญ ฟังฉันก่อนนะ คือว่า ฉันกับศรไม่—”
เสียงโทรศัพท์ขวัญดังขึ้น ขวัญต้องรับสาย กวินกัดริมฝีปาก อึดอัด อยากจะอธิบายทุกอย่าง
ในขณะเดียวกัน ศรก็มา เอาแก้วกาแฟตีขอบโต๊ะยิ้ม ๆ “อยากแก้ไขอะไรมั้ย นายอะ?”
“นายรู้มั้ยว่าคนกำลังเข้าใจผิดกันใหญ่”
ศรพูดสั้น “แค่เล่น ๆ เดี๋ยวก็จบ นายกังวลเกินไปเอง”
“ไม่นะ ฉันต้องบอกขวัญ”
“นายเชื่อเหรอว่านายจะอธิบายแล้วเขาไม่ขำใส่”
กวินเงียบ หงุดหงิดตัวเอง แต่ก็ยอมรับอะไรง่าย ๆ ไม่ได้
เวลานั้นเอง กลุ่มเพื่อนสาวในชมรมเดินมาแซว “วันนี้น่ารักดีนะคะ ใส่เสื้อคู่ด้วย”
กวินเพิ่งสังเกต เสื้อยืดตัวเองกับศรดันเป็นลายหมีเหมือนกันโดยบังเอิญ!
ศรยิ้ม “เรียกได้ว่าคู่แท้ตั้งแต่แม่ยังไม่รู้จักกัน”
กวินแทบจะเอาหน้าซุกโต๊ะ
เรื่องบานปลายเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อประธานชมรมมอบหมายหน้าที่ใหม่ ให้สองคนร่วมกันจัดงาน ‘คืนแห่งความรักของชมรม’ พร้อมๆ กับที่คำเม้าท์จากงานเก่ายังไม่จางหาย ทั้งสองต้องปรึกษาการแสดงเปิดงาน แต่ไอเดียของแต่ละคนไม่ตรงกันสุดขั้ว กวินจริงจังเสนอแนวอินดี้ ศรเสนอแนวขำ ๆ งบประมาณก็ตึง มือสมัครเล่นอย่างพวกเขายิ่งคุยยิ่งงง เรื่องเล็ก ๆ ที่ควรจบกลายเป็นการปะทะอารมณ์สุดเกรียน
“นายจะเล่นเรื่องศิลปะชีวิต จริงจังอะไรนักหนา งานชมรม ไม่ใช่เทศกาลหนัง”
“แล้วนายจะเอามุกอะไร! ทุกอย่างมันตลกไปหมด คนก็ไม่ได้เข้าใจข้อความหลัก”
ศรชูนิ้ว “โลกนี้ไม่มีอะไรจริงจังขนาดนั้น คนดูเขาอยากหัวเราะ”
“แต่ฉันอยากให้เขาได้อะไรไปด้วย”
“…ถ้าเขาหัวเราะได้ ก็โอเคแล้วมั้ง”
เงียบ กวินลังเล แต่ศรยักไหล่ “ลองผสมแบบนายก็ได้”
สุดท้ายจบลงด้วยการประนีประนอม แต่มุมมองของทั้งคู่ยิ่งชัดเจนขึ้นว่าคิดต่างกันอย่างสุดขั้ว
ไม่ทันไร เพจมหาวิทยาลัยโพสต์รูป “คู่รักใหม่แห่งชมรม” มีคนเมนต์แซวโหวกเหวก ทั้งศรและกวินล้อกันไปมาในไลน์กลุ่ม จนกลายเป็นไวรัลเล็ก ๆ ประธานชมรมยิ้มตลอด ขวัญเองกลับนิ่งขึ้นและพูดกับกวินเบาลง
กวินเริ่มเห็นขวัญถอยห่างทีละน้อย เขายิ่งว้าวุ่นใจ
วันซ้อมใหญ่คืนแห่งความรัก กวินหลุดพูดกับขวัญ “ขวัญ ฉันชอบ—”
ขวัญหยุด กำลังถือบทในมือ “กวิน ฉันรู้มาตลอด แต่กลัวว่า…นายเองยังไม่ชัวร์ว่ารู้สึกยังไง”
กวินนิ่งสับสน ศรเดินเข้ามาสมทบ “เอ้า กินข้าวมั้ยครับแฟน”
ขวัญหัวเราะกึ่งขมขื่น “ฉันว่าฉันทิ้งบทผู้ชมดีกว่า ให้สองคนนั้นเล่นเองก็พอ”
สำหรับกวิน เหมือนโลกหมุนติ้ว เขาตั้งใจเพียงจะสารภาพรัก แต่กลับกลายเป็นดราม่ารักสามเส้า เพื่อนแกล้งเพื่อน แผนปลอม ๆ ที่กลายเป็นจริงในสายตาคนอื่น
คืนวันงานมาถึง บรรยากาศคึกสุดขีด กวินและศรออกงานด้วยกันแบบทีมเวิร์กจำยอม เล่นมุกสลับตอบโต้ ด้นสดจนเสียงขำสนั่น ทุกคนสนุก แต่หลังเวที ศรกลับพูดจริงจังครั้งแรก “นายแน่ใจมั้ยว่ายังอยากเล่นต่อ ถ้าไม่ใช่ความรู้สึกจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนี้”
กวินนิ่ง “ฉัน…สร้างปัญหามาขนาดนี้ เพื่อนก็เสียใจ ฉันไม่ได้อยากปล่อยเรื่องแบบนี้ทิ้งไว้เลยศร”
ศรหยุดนิ่ง หายากมากที่จะขยับความจริงใจขนาดนี้ “นายตลกแบบจริงจังเกินไปอะกวิน เรื่องบางเรื่องมันเล่นได้ แต่ใจคนมันล้อไม่ได้”
คืนจบลงด้วยความเงียบ กวินเดินไปหาขวัญ ยื่นซองจดหมายสารภาพใจ ขวัญเปิดอ่านแล้วยิ้ม “งั้นครั้งนี้ นายกล้าจริง ๆ แล้วใช่มั้ย”
กวินพยักหน้ารับ ขวัญตบบ่า “ฉันดีใจนะที่นายเลือกความจริง ไม่ใช่ความฮา”
หลังจบงาน ศรยังเอาเรื่องมาล้อ “วันนี้คนแซวเยอะแยะ นายโอเคใช่มั้ย”
กวินยิ้มหลุดขำ “แค่เพื่อนไม่โกรธกันก็พอแล้ว”
เสียงประกาศจากชมรมขึ้นเวทีอีก “คู่รักปลอมยอดเยี่ยมแห่งปี… แต่ขอโทษที ขอแค่คู่รักจริงคราวหน้าจะดีกว่า”
เสียงฮือฮาครืนเวที ศรตะโกนสวน “งั้นปีหน้าฉันไม่เล่นนะ ขอเป็นพิธีกรก็พอ!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบลาน กวินกับขวัญยืนข้างกัน ศรโบกมือให้จากไกล ๆ เมื่อทุกอย่างจบลงด้วยเสียงหัวเราะที่เบากว่าเมื่อตอนต้น แต่มาจากใจจริง
และใครบางคนเพิ่งเข้าใจ… “ต่อให้ความรักครั้งนี้จะไม่ได้เริ่มจากเรื่องจริงจัง แต่มิตรภาพจริง ๆ มันเกิดจากการกล้าหัวเราะ…และกล้าพูดความจริง”
คืนวุ่น ๆ กับคู่รักปลอมจึงจบลงตรงนี้ ด้วยเสียงขำปิดฉากแต่ละวัน