สโมสรซวยบันลือโลก
เสียงออดโรงเรียนดังโหวกเหวก ท่ามกลางความวุ่นวายหน้าห้องแนะแนว ตะกร โรจน์ และโกลมีนั่งล้อมโต๊ะไม้ผุ สองคนแรกถอนหายใจยาวยืด ส่วนโกลมีเอาโน้ตบุ๊กเก่าๆ วางพับแลปบนหัวเหมือนหมวกกันแดด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เงียบขนาดนี้… ของจริงเลยว่ะ พวกเราเป็นสมาชิกสโมสรแค่สามคนจริงๆ ด้วย” ตะกร หน้าเบลอกุมขมับ พึมพำแต่เสียงลึกกังวล
“มุกสุดท้ายแล้วมั้ง ฝากชีวิตไว้ที่สโมสรศิลปะ… ทั้งๆ ที่ไม่มีใครวาดรูปเป็น” โรจน์ทำเสียงเบา ตาเหลือบมองกองใบสมัครกิจกรรมที่ว่างเปล่า
โกลมีไม่ตอบ แต่ชูนิ้วมาแทรกระหว่างสองคน “จริงๆ เราต้องไม่คิดลบนะ เอาน่า ความหวังสุดท้ายมาถึงแล้วฮะ—ครูชมพูมาแล้ว!”
ครูชมพูเดินแบบกึ่งวิ่ง ท่าทีเหมือนไปโอลิมปิก “พวกเธอ!” เสียงเอะอะ แต่ตาอ่อนโยน “อยากให้ช่วยหน่อย สโมสรไหนคะแนนกิจกรรมต่ำสุด… ถ้าไม่โชว์อะไรเจ๋งๆ จะถูกปิดช่วงปิดเทอมนะจ๊ะ!”
ตะกร พึมพำอ้อน “ครูคะ หนูก็สังกัดสโมสรนี้ เพราะไม่มีที่อื่นรับแล้วค่ะ” โรจน์หรี่ตามองเพื่อนแนบเนียน “กลุ่มบำเพ็ญประโยชน์ก็เต็มหมดแล้ว” ส่วนโกลมีเปิดโน้ตบุ๊กทันที
“หนึ่ง! เราต้องเขียนโครงการแสดงโชว์ โรงเรียนกำลังขาดอะไรก็เติมด้วยสโมสรเรา!” โกลมีพูดเหมือนประกาศวิทยุโรงเรียน
“ขาดอะไรบ้าง?” ตะกร ถามเป็นทางการแบบติดกลัวยุบสโมสร
“ขาดคนชมค่ะ!” โรจน์สวนทันที เสียงแข็งแบบไม่คิดชีวิต โกลมีกลั้นหัวเราะ
ฉากตัดสู่ในห้องปกครอง ตะกรเสนอไอเดีย “ถ้าเราทำโชว์ประกวดศิลปะอารมณ์ขัน ทุกคนต้องมารวมตัว!”
โรจน์ เริ่มโน้ตแนวคิด “แฟลชม็อบ… แต่แบบศิลป์หน่อย — ท่าเต้นไหม แสดงบทละครน้ำเน่า? โกลมีคิดลึกๆ “หรือ.. ละครโรงเรียน ที่ฉีกทุกฟอร์ม?”
บรรยากาศตื่นเต้น ผสมกลัว โกลมีเขียนหัวข้อยศ “โครงการ ‘ศิลปะเหนือทางเข้าใจ'”
วันถัดมา ทั้งสามแข่งกันนำเสนอความคิดถลา จนหลุดไปไกล ตะกรเสนอ “ตัวตลกวิ่งแข่งสนามหญ้า วาดหน้าลมแรง!” โรจน์สวน “มันเจอฝนจะพังหมดเลยเหอะ” โกลมีคีย์ “ต้องคิดแบบเจ๋งแต่ไม่บ้าไปนะ”
ฉากต่อมา ทุกคนเริ่มทำป้ายมือ เขียนผิดเขียนถูกเพราะตะกรลนจนสะกดผิด โกลมีแจ้งว่า “บอกแล้ว ต้องเขียนด้วยปากกาล่องหน!” โรจน์เงียบ เหลือบมองฟ้าสีเทา “หวังว่าฝนจะรักเรานะ”
บรรยากาศฮาแต่เครียด ตะกรพยายามเขียนแผ่นป้าย ข้อความออกมาเป็น “แสดงดนตรีสด… ในฝัน!” โกลมีใจเย็น “แปลว่าทุกคนต้องดูเราในฝันใช่ไหม?” โรจน์หัวเราะ “หรือเราต้องไปร้องให้เค้าฝัน?”
วันงาน ทั้งสามเตรียมตัวตื่นเช้า ตะกรขนกล่องสีฟ้าแปลกๆ เดินสะดุดขาตัวเอง โรจน์เห็นรีบอุ้มกล่องช่วย “นี่อะไร?” “กล่องประกายฝันค่ะ!” — โกลมีหรี่ตา “แค่กล่องรองเท้าใช้แล้วชิมิ?” ตะกรเปิดกล่องมีแต่เทปใส เศษผ้า ตะกรยิ้มสู้กลบเกลื่อน
เมื่อถึงเวลาโชว์ คนดูกระจุกตัวรอบสนาม โกลมีหยิบโทรโข่งมาพูดผิดชื่อโครงการจนทุกคนสับสน ประกาศว่า “ศิลปะผสมพลังหมอก!” ตะกรหน้าเหวอโกรธนิดๆ โรจน์พยายามรันสคริปท์ แต่ลืมบท ตะกรโพล่งเป็นกลอนเจ็ดแบบงงๆ คนดูลุ้นจะนั่งหรือจะเดินหนี
ท่ามกลางความวุ่นวาย โกลมีนึกแผนใหม่ “ทุกคน! ต่อไปนี้คือโชว์ ‘เพลงจากฟ้า’ — ใครร้องเพลงดีที่สุดจะได้ไอติมฟรี!” คนดูเกือบเดินหนี กลับหันมาแห่ขึ้นเวทีร้องคาราโอเกะจนงานแตก
โรจน์กระซิบ “นี่เรากำลังแข่งร้องเพลงหรือเปิดตลาดของฟรีเนี่ย?” ตะกร “อย่างน้อยก็ไม่มีใครหลับ!” โกลมี “แถมเหล่าอาจารย์ชอบไอติมด้วย”
กิจกรรมหมุนวุ่น คนมาร้องเพลงจนลำโพงแตก คณะกรรมการเดินมาดูพร้อมครูชมพู โกลมีรีบแถ “สโมสรเรากำลังบ่มเพาะศิลปินรุ่นใหม่!” ครูชมพูยิ้มมุมปาก “ศิลปินกินไอติมเหรอ?” โรจน์สวน “ทุกคนศิลป์ในแบบของตัวเอง!”
ตกเย็น คะแนนกิจกรรมกระเตื้องไม่มาก แต่เสียงหัวเราะในโรงเรียนเพิ่มขึ้น คณะสโมสรสามเพื่อนเหนื่อยนั่งรวมโต๊ะ ตะกรพูดเสียงซึมปนภูมิใจ “เราคงไม่รอดสโมสรจะปิดนะเนี่ย” โกลมีเงียบไปครู่ แล้วพูดอย่างมั่นใจ “แต่คนขำกับเราเยอะแยะเลยนะ!” โรจน์เสริม “คนเคยกลัวว่าเราจะพัง… สุดท้ายก็พังแบบได้ฮาไอเดียใหม่”
ครูชมพูเดินเข้ามา “ถึงกิจกรรมจะไม่ได้คะแนนสูงสุด… พวกเธอช่วยเปลี่ยนมุมมองเรื่องสโมสรจริงๆ นะ โรงเรียนอยากเห็นหัวเราะแบบนี้อีก!”
ทั้งสามสบตาเงียบๆ แล้วต่างหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ โกลมีหยิบโน้ตบุ๊กเขียน “โครงการหน้า: สร้างเสียงหัวเราะที่ไม่มีคะแนนวัดได้”
ตะกร วางหัวบนโต๊ะ “ค่อยยังชั่ว อย่างน้อยเราไม่ต้องอำลาสโมสรง่ายๆ” โรจน์อมยิ้ม “ใช่… เราช่วยกันซวยด้วยรอยยิ้ม” โกลมีพูดทิ้งท้าย “ไม่ขำใคร ก็ขำตัวเองนี่ล่ะ”
เสียงออดโรงเรียนดังอีกครั้ง สามคนหัวเราะพร้อมกัน หน้าโรงเรียนเริ่มมีเด็กกลุ่มใหม่เดินมาทัก “ขอสมัครสโมสรบ้างได้ไหม?” สามเพื่อนโบกมือเชิญรับหน้าใหม่ด้วยหัวใจฟีลกู๊ด งานยังป่วน แต่หัวใจยังฮา
สุดท้าย ดูเหมือนสโมสรที่ซวยที่สุด อาจกำลังจะเป็นสโมสรที่ฮาที่สุดแทนเสียแล้ว