ฤดูฝนที่ยังอยู่
เสียงฝนซัดใส่หน้าต่างกระจก ออฟฟิศเอเจนซี่โฆษณาชั้นสิบ ดูเงียบสงบในวันที่ทุกคนทยอยกลับบ้าน เฌอเอม นั่งอยู่ที่โต๊ะบัญชีที่เต็มไปด้วยแฟ้มรายจ่าย เธอขยับแว่น เก็บสายตาอยู่กับจอคอมพิวเตอร์ ไม่สนใจเสียงลมแรงภายนอก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ประตูเลื่อนเปิดออกด้วยเสียงแหลม อิฐ วัยยี่สิบแปดปี ใส่เสื้อยืดสีหม่น กางเกงยีนส์เปียกนิดหน่อย เดินถือกล้องกับแฟ้มฟิล์มในมือ เขาเหลือบตามองเฌอเอมแล้วกระตุกยิ้มเล็ก ๆ “ยังไม่กลับบ้านเหรอเฌอ?”
เฌอเอมไม่ละสายตาจากจอ “ฝนตก รถติด กลับไปก็แช่น้ำขัง รอตรงนี้สบายกว่า”
อิฐหัวเราะเบา ๆ เสียงเขาอบอุ่น “กลัวน้ำตาตกมั้ย หรือแค่กลัวฝน?”
เธอหยุดพิมพ์มือชั่วครู่ แวบหนึ่งเหมือนเธอกำลังสะดุดกับบางความหมายที่อยู่ในคำพูด “ฉันกลัวเปียก ไม่ใช่แบบที่คนอื่นคิด”
อิฐวางกล้องลงโต๊ะตรงข้าม เริ่มเช็ดเลนส์อย่างระมัดระวัง “เออ วันนี้แชร์ไดรฟ์เสียอีกแล้ว งานลูกค้ายังไม่ได้อัปเลย เธอพอว่างช่วยดูบัญชีโปรเจ็กต์แอคทีฟให้หน่อยได้ไหม?”
เฌอเอมชะงัก ไม่ค่อยอยากยุ่งกับฝ่ายสร้างสรรค์เท่าไร แต่ก็พยักเพียงเล็กน้อย “มีข้อมูลให้ครบไหม?”
เขายิ้มใกล้กว่าเดิม “กับเธอ ข้อมูลต้องครบอยู่แล้ว”
ทั้งสองเริ่มคุยรายละเอียดกัน เสียงฝนยังคงดัง เฌอเอมเริ่มสังเกตว่ามีบางช่วงที่อิฐเงียบไป เหมือนเขาจะเลี่ยงสบตา ทั้งที่เคยพูดเก่งกว่านี้
“แล้วพรุ่งนี้ เช้าเราต้องไปถ่ายงานที่หัวหินใช่ไหม?” เฌอเอมถามเสียงนิ่ง
อิฐพยักหน้า “ใช่ รถตู้บริษัทเจ็ดโมงตรง ไปพร้อมกันเลยก็ได้ ประหยัดดี”
เธอเม้มปาก คิด ๆ “ไม่ใช่ว่าฉันจะเข้าแก๊งขี้เล่นของนายได้ง่าย ๆ หรอกนะ”
เขาขำยิ่งกว่าเดิม “เธอดูเข้มแข็ง แต่บางทีเราก็น่าจะเมามันไปกับฝนบ้าง มีบางอย่างที่ฉันว่า…”
เสียงมือถือเฌอเอมดังขัดจังหวะ เธอมองชื่อบนหน้าจอ สีหน้าเธอเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“มีอะไรหรือเปล่า?” อิฐถาม
“เปล่า… ไม่มีอะไร” เธอรีบตัดสาย แล้วลุกไปห้องน้ำ โดยไม่ได้สังเกตว่าอิฐเผลอมองตามด้วยสายตาที่ซับซ้อนกว่าทุกที
วันถัดมา หัวหินเช้าที่เมฆขาวยังคลุม เฌอเอมกับอิฐนั่งท้ายรถตู้เงียบ ๆ หัวหน้าโปรเจกต์เม้าท์อยู่ข้างหน้า อิฐหยิบโน้ตบุ๊กกับแฟ้มรูปมาให้เฌอเอม
“เธออยากดูรูปเซ็ตเมื่อวานไหม?” เขาเปิดภาพงานถ่ายที่มีแสงฟ้าหลังฝนสวย ๆ
เฌอเอมดูไปเฉย ๆ “ก็โอเค แต่อย่าแต่งภาพเวอร์ เตรียมเอกสารให้บัญชีเรียบร้อย ไม่อย่างนั้นหัวหน้าดุอีก”
เขาเปลี่ยนหัวข้อ “เธอไม่ได้อยู่กับครอบครัวเหรอ?”
เธอดูชะงัก แววตาหนักแน่นขึ้น “ฉันอยู่คนเดียว ไม่ชอบคำถามแนวนี้”
อิฐไม่ถามต่อ เงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นนั่งมองวิวผ่านหน้าต่างแทน
หลังงาน พวกเขาเดินออกมาตากลมทะเล เฌอเอมหยิบสมุดมาเขียนรายงาน ส่วนอิฐหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเล่น เฌอเอมหันไปเห็น อิฐแอบถ่ายรูปเธอตอนจดจ่อกับตัวเลข
“ถ่ายฉันไปทำไม?” เธอหันสวนสายตา
“อยากจับภาพคนที่คิดบัญชีขณะลมทะเลตีหน้า ดูแปลกใหม่” เขาตอบ พลางยิ้มเจือความสนุก
เฌอเอมกลอกตา แต่คล้ายจะเริ่มยิ้มออกนิด ๆ “นายก็ว่างและวุ่นไปหมด”
สายลมเริ่มแรงจนเธอขยับเข้าใกล้กำแพงริมทะเล อิฐมองซ้ายขวาก่อนจะเอ่ยเบา ๆ “ระวังลื่นนะ”
เฌอเอมลังเล ไม่ชินกับความห่วงใยแบบนี้ “ฉันดูแลตัวเองได้”
ตลอดค่ำคืนนั้น ทุกคนที่ไปหัวหินกินข้าวรวมกัน อิฐนั่งข้างเฌอเอม ดูแลตักข้าวให้เพื่อน กลับไม่มีความพยายามพิเศษเข้าหาเธอ พวกเขาสบตากันเป็นพัก ๆ เฌอเอมรู้สึกเหมือนเขามีอะไรบางอย่างจะพูด แต่เลือกเก็บไว้
ขากลับมา กทม. ฝนซัดหนัก รถติดยาว อิฐกับเฌอเอมรอรถเมล์ด้วยกันตรงป้ายร้าง เรือนร่างเปียกชุ่มทั้งคู่
“นายไม่พกร่ม?” เธอถาม
“บางที การเปียกฝนทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่” เขาตอบ
เธอส่ายหน้า “ฟังดูเหมือนคำพูดคนหนีอะไรบางอย่าง”
อิฐไม่ตอบ เงียบอยู่นานจนรถเมล์มา จังหวะนั้นเฌอเอมคิดถึงสายหลักที่โทรมาเมื่อคืน เสียงรบกวนในใจยังคงมี
วันถัดมา อิฐอัปโหลดรูปงานขึ้นให้เธอดูพร้อมรายละเอียดกำกับครบถ้วน “เห็นไหม ฉันจัดระเบียบข้อมูลเก่งกว่าเมื่อก่อน” เขาพูดขำ ๆ
เฌอเอมหัวเราะ “นับว่าเซอร์ไพรส์นะ”
ช่วงเวลาผ่านไป ทีมงานเริ่มพูดกันถึงข่าวลือว่าอิฐกำลังจะโยกไปอยู่บริษัทคู่แข่ง เฌอเอมได้ยินจากออฟฟิศเมทแต่เธอไม่กล้าถามตรง ๆ วันหนึ่งขณะเจออิฐที่มุมระเบียง เธอตัดสินใจคุย
“นายจะไปจริงเหรอ?”
อิฐหลบตา “ก็… ยังไม่ได้ตัดสินใจ แค่รู้สึกออฟฟิศนี้มันอึดอัดบ้าง”
“เพราะอะไรล่ะ?” น้ำเสียงเธอแข็งขึ้น แฝงซับซ้อน
“บางที… การอยู่ในที่เดิมๆ นานไปก็เหมือนอยู่ในสายฝนที่ไม่มีวันหยุด” เขาตอบเบา ๆ
เฌอเอมกัดริมฝีปาก ไม่พูดต่อ เหมือนเธอหวังให้อิฐพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาเลือกเงียบไป
ค่ำวันนั้น เฌอเอมได้รับข้อความจากแม่ “ไม่มีวันจะยอมให้ลูกกลับไปผิดซ้ำอีกเหมือนคราวนั้น” เสียงแม่ยังคงชัดในใจเธอ
เธอจ้องมือถือตัวเอง สองตาหนักราวกับมีฝนขังในใจกว่าสามปี เรื่องอดีตครั้งเธอไว้ใจใครสักคนสุดหัวใจและถูกหักหลังจนทุกอย่างพังหมด แต่ไม่มีใครในออฟฟิศรู้ว่าเธอเคยร้องไห้แทบตาย
อิฐเองก็เก็บรูปพ่อเก่าในกระเป๋าสตางค์ เหม่อมอง แม้ภายนอกเขาจะสนุกสนาน แต่ในใจยังเต็มไปด้วยรอยแผลจากบ้านที่พ่อทิ้งแม่ไปเมื่อสิบปีก่อน
โปรเจ็กต์หนึ่งต้องล่ม เพราะลูกค้ามีปัญหา เฌอเอมรับภาระจัดการงบบานปลายแทบล้มทั้งยืน อิฐแอบช่วยแก้ไขสไลด์นำเสนอ แต่ไม่ได้บอกใคร เฌอเอมมาเห็นโดยบังเอิญขณะกลับดึกทั้งคู่
“นายช่วยฉันทำไม ไม่อยากได้เครดิตเองเหรอ?” น้ำเสียงเธอสั่น
“ฉันอยากเห็นเธอยิ้มเท่านั้น” เขาตอบโดยไม่สบตา
“มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น… ฉัน…”
ความเงียบระหว่างทั้งคู่ยาวนาน ต่างไม่พูดต่อ เพียงแค่ยืนข้างกันใต้แสงนีออนออฟฟิศว่างเปล่า
ตลอดสองเดือนต่อมา ทั้งสองค่อย ๆ สนิทกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว อิฐส่งข้อความมุกแปลก ๆ มาทุกเช้า เฌอเอมเริ่มรอคอยมันโดยอัตโนมัติ บางคืนหลังเลิกงาน พวกเขาไปกินราดหน้าเจ้าดังหน้าปากซอยด้วยกัน
วันหนึ่งที่ร้านกาแฟ อิฐถามเสียงจริงจัง “เธอเคยกลัวว่ารักใครแล้วจะพังเหมือนเดิมอีกมั้ย?”
เฌอเอมกลอกตา “คำถามหมองไปนะ”
“แต่ฉันกลัวนี่…” อิฐพูดต่อ “ฉันกลัวการต้องรักใครมาก ๆ เพราะเคยมีคนทิ้งไปโดยไม่บอกลา”
เฌอเอมดูกดดัน เธอเลือกนิ่งและเบี่ยงความสนใจไปที่แคชเชียร์
วันรุ่งขึ้น ข่าวว่าอิฐจะไปต่างประเทศแล่นเข้ามาที่ออฟฟิศ เฌอเอมหัวใจวูบ เธอเดินไปหาอิฐในสตูดิโอ เขานั่งลบไฟล์รูปเก่า ๆ ตอนเห็นเธอมา เขาเพียงยิ้มจาง ๆ
“นายจะไปต่างประเทศจริงเหรอ?”
เขานั่งนิ่ง แสงแดดแทบไม่กระทบใบหน้า “มันเป็นโอกาสที่ดีสำหรับฉัน… แต่ก็กลัวเหมือนกันนะ ว่าถ้าไปแล้วจะลืมคนที่นี่”
เธอพยายามกัดฟันกลั้นเสียงสั่น “งั้นก็อย่าไปสิ”
ทั้งสองเงียบงัน มีเพียงเสียงแฟลชกล้องดังเบา ๆ อิฐหยิบรูปเธอบนโต๊ะ ทำท่าจะเก็บใส่แฟ้ม แต่ก็ยื่นให้เธอแทน
“อยากให้เก็บรูปนี้ไว้ เผื่อวันฝนตกหนัก เธอจะนึกถึงคนที่เคยนั่งล้อเลียนเธอเรื่องบัญชี”
เฌอเอมรับรูปมือสั่น เธออยากพูดแต่ก็ทำหมางเมินเหมือนไม่คิดมาก “ไปก็ไป ฉันจัดบัญชีให้ใหม่ได้นี่”
“อย่าเกลียดฉันนะ” เขาพูดแผ่ว
เธอกำรูปแน่น น้ำตาคลอนิด ๆ “ฉันไม่เคยเกลียดนายเลย”
ฝนยังตกเหมือนเดิม กรุงเทพฯ ยังวุ่นวายเหมือนเดิม แต่เฌอเอมรู้สึกสวนทางกับขณะอิฐจากไป เธอกลับไปเผชิญกับอดีต หัดคุยกับแม่ กล้าที่จะให้อภัยคนเก่าและตัวเอง
อิฐในเมืองใหม่ กล้าทำงานกับทีมต่างชาติ ถ่ายรูปลมหายใจตัวเองในแต่ละเช้า และกล้าเปิดใจคุยกับแม่ผ่านวิดีโอคอลเป็นครั้งแรก
หลายเดือนต่อมา ฤดูฝนใหม่มาเยือน อิฐกลับไทยชั่วคราว เขาแวะมาทำโปรเจกต์ให้บริษัทเก่า เฌอเอมในวันที่ดูสดใสขึ้น เดินมาทัก เขาทำเป็นตลกเหมือนเคยแต่ภายในต่างออกไป
“ฝนปีนี้แรงกว่าปีก่อนนะ” เขาว่า
“แต่ฉันไม่กลัวเปียกน้ำอีกแล้ว” เธอตอบ พลางส่งยิ้มจริงใจเป็นครั้งแรก
ทั้งสองต่างเปลี่ยนไปเพราะกล้าที่จะให้อภัยตัวเอง พวกเขายืนเคียงข้างกัน ใต้ฝนที่ยังตกแต่กลับรู้สึกอบอุ่นเสียอย่างนั้น