เงาลวงในบ้านไม้เก่า
ฝุ่นคละคลุ้งในลำแสงยามเย็นเมื่อทั้งสามยืนอยู่หน้าประตูบ้านไม้เก่า เสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ กับลมเย็นที่แผ่วผ่าน ความเงียบฝังลึกเข้าไปในอก ทุกคนสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ไม่ควรอยู่ในนั้นตั้งแต่เหยียบเท้าเข้ามา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“มึงว่ากลิ่นมันแปลกไหม” ปรางถามเสียงเบา ขณะที่ข้าวของถูกวางกองไว้ที่ระเบียงไม้ น้ำเสียงของเธอแฝงความลังเล เจนที่ยืนมองรอบบ้านอยู่เงียบ ๆ เลื่อนสายตาไปทางหน้าต่างบานแตก ก่อนจะถอนหายใจช้า ๆ
“ก็แค่บ้านไม้เก่า ๆ แหละปราง อย่าคิดมากน่า” เจนพูด ก้มหน้าคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมา ท่าทางเหมือนไม่อยากให้ใครเห็นว่าตัวเองก็ขนลุกไม่ต่างกัน
หมิวเดินสำรวจหน้าบ้าน นิ้วมือสัมผัสรอยสลักโบราณบนเสาไม้ เธอจดบันทึกอย่างเงียบ ๆ ในสมุดเล็กของตัวเอง รอยขีดเขียนเหล่านั้นเหมือนสัญลักษณ์ที่ไม่คุ้นตา
ทั้งสามเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มาทำวิจัยเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมพื้นบ้าน ปรางเป็นหัวหน้ากลุ่ม อารมณ์ร้อนและเชื่อมั่นในตัวเอง เจนเงียบขรึม เก็บงำความรู้สึก หมิวขี้ลังเลและกลัวความมืดแต่มีสายตาเฉียบแหลม
ขณะสำรวจบ้าน พวกเขาพบว่ามีฝุ่นจับหนา ไม่มีร่องรอยว่าใครอยู่มานานมากแล้ว ทุกอย่างคล้ายถูกหยุดเวลาไว้ เสียงไม้ลั่นกรอบแกรบในความเงียบจนน่าประหลาด
“คืนนี้นอนห้องใหญ่กันไหม กูไม่อยากแยกนอนเลย” หมิวพูดเบา ๆ มองแสงที่ลอดผ่านช่องไม้ เจนพยักหน้า ปรางยิ้มหยันแต่ไม่ค้าน
ข้าวของถูกยกเข้าบ้าน หัวค่ำตกมืดเร็ว บ้านไม้แคบ ๆ เงียบผิดปกติจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น ทุกอย่างดูปกติแต่ก็แฝงอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
เจนเปิดหน้าต่างรับลม แต่เหมือนลมเย็นที่พัดมาจะพาเอากลิ่นเก่า ๆ และเสียงกระซิบแผ่วเบามาด้วย ปรางปิดไฟห้องนอน ทิ้งตัวลงบนฟูกเก่า ๆ หมิวขดตัวถัดไปใกล้ ๆ
กลางดึก เสียงไม้ลั่นและเสียงคล้ายคนกระซิบข้างหูปลุกหมิวขึ้นมา เธอนอนไม่หลับ มองเห็นเงาดำพาดผ่านหน้าต่าง ทั้งที่ไม่มีอะไรขยับเลย
“มีใครได้ยินเสียงอะไรไหม” หมิวกระซิบถาม เจนขยับตัว พยายามไม่ตอบ แต่ปรางพลิกตัว หายใจแรง “เงียบไปเหอะ ไม่มีอะไรหรอก”
เช้าวันใหม่ ขณะหมิวเดินสำรวจหลังบ้าน ก็พบหลุมตื้น ๆ ที่มีรอยขุดใหม่ ๆ เจนมองไปด้วยความสงสัย “เมื่อคืนฝนไม่ตกนะ แต่ทำไมมันเหมือนมีใครเพิ่งขุด?”
ปรางหยิบพลั่วขึ้นมาลองขุดต่อ กลิ่นเหม็นอับลอยขึ้นมาสะเทือนใจ แต่ข้างในมีเพียงเศษผ้าเก่า ๆ กับตุ๊กตาไม้ไร้หน้า หมิวไม่กล้าจับ พลางจดบันทึกอะไรบางอย่าง
“มันเหมือนสัญลักษณ์ที่อยู่บนเสาเลย” หมิวพูดเสียงสั่น เจนมองดูใกล้ ๆ “หรือว่ามีใครเคยใช้ที่นี่ทำอะไรบางอย่าง?”
หลังจากนั้นเหตุการณ์แปลก ๆ เริ่มมากขึ้น ทุกคืนจะมีเสียงเดินเบา ๆ ที่ระเบียงเหมือนมีใครอีกคน ปรางเริ่มฝันร้าย เจนนอนไม่หลับ หมิวได้ยินเสียงเด็กหัวเราะแผ่ว ๆ ตอนกลางคืน
คืนหนึ่ง ประตูห้องนอนเปิดเองช้า ๆ ลมเย็นพลิ้วเข้ามา เสียงไม้ลั่นหนักขึ้น หมิวชะเง้อมอง เห็นเงาเด็กเล็ก ๆ วิ่งผ่านปลายเตียง ทุกคนยืนนิ่งขึง ไม่มีใครกล้าขยับ
เช้าวันต่อมา สายตาหมิวดูเหม่อลอยไป เจนถามด้วยเสียงอ่อน “เมื่อคืนเห็นอะไร?” หมิวเม้มปากแน่น “เหมือน…มีเด็กอยู่ในห้อง เหมือนเขากำลังร้องไห้”
ปรางไม่เชื่อ เธอผลักหมิวเบา ๆ “ถ้ากลัวก็กลับไปสิ จะได้ไม่ต้องมาโยนเรื่องงมงายใส่” หมิวเงียบ เจนมองปรางด้วยสายตาตำหนิ
กลางวัน ทุกอย่างดูปกติ แต่เมื่อหมิวเปิดประตูห้องใต้หลังคา กลิ่นอับแรงจนแทบขาดใจ ข้างในมีผ้าห่มเก่า ๆ กับสมุดปกหนังสือสีน้ำตาล หมิวหยิบออกมาเปิดดู
ในนั้นมีแต่ข้อความซ้ำ ๆ “อย่าปลุกเขา อย่าปลุกเขา” เขียนเต็มหน้ากระดาษ หมิวหอบหายใจ เจนเดินเข้ามาเห็นพอดี “ใครเขียน?”
“ไม่รู้ แต่อาจเป็นเจ้าของบ้านเก่า” หมิวตอบเงียบ ๆ ปรางแย่งสมุดไปอ่าน สายตาเธอวูบไหว แต่พยายามเก็บอาการ
คืนนั้นทั้งสามต่างหลับไม่สนิท ได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ ที่ระเบียง เจนลุกขึ้นดูแต่ไม่พบอะไร ปรางเดินวนไปมาในห้องราวกับหาทางออก หมิวขดตัวร้องไห้เบา ๆ
มืดค่ำลงอีกคืน หมิวฝันเห็นหญิงสาวในชุดเก่าแก่ยืนอยู่ปลายเตียง เธอร้องเรียกชื่อหมิว ซ้ำ ๆ เสียงนั้นติดอยู่ในหัวจนตื่นขึ้นกลางดึก
เช้า ปรางเริ่มเก็บของ ราวกับจะหนี เจนขวางไว้ “มึงจะทิ้งงานเหรอ?” ปรางลังเล สายตาสั่น “กู…กูแค่รู้สึกเหมือนบ้านมันไม่อยากให้พวกเราอยู่ต่อ”
ขณะหมิวเดินออกไปที่ชายป่า เธอได้ยินเสียงกระซิบเรียกชื่อจากต้นไม้ เธอหยุดเดิน น้ำตาไหล เจนตามมา “หมิว…มีอะไร?”
หมิวบอกเสียงสั่น “เราควรไปจากที่นี่ไหมเจน? มันเหมือนเราไปขุดอะไรที่ไม่ควร” เจนก้มหน้า พูดช้า ๆ “แต่เรายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร”
คืนนั้น เจนตื่นมาพบว่าปรางไม่อยู่บนฟูก พวกเธอออกตามหาในความมืด พบปรางนั่งกอดเข่าอยู่ข้างหลุมหลังบ้าน สีหน้าเธอหวาดกลัวจนไม่เหมือนเดิม
“กู…กูจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ กูเคยมาที่นี่กับแม่…” ปรางพร่ำ “แม่บอกห้ามขุดที่นี่ ห้ามเข้าใกล้บ้านหลังนี้…”
หมิวกับเจนชะงักไป ทั้งสองค่อย ๆ พยุงปรางกลับบ้าน ปรางตัวสั่นตลอดทาง ขณะเดินผ่านโถง เงาดำ ๆ ปรากฏบนผนัง เงานั้นสูงผิดปกติ
เจนหยุดเดิน ลมหายใจขาดจังหวะ “เห็นเงาไหม?” หมิวพยักหน้ากลัว ๆ ปรางไม่พูดอะไร ดวงตาเหมือนลึกลงไปอีก
รุ่งเช้า ปรางนั่งนิ่งไม่พูด เจนกับหมิวจึงเปิดสมุดบันทึกเก่าในห้องใต้หลังคาอีกครั้ง คราวนี้เจนเจอหน้าสุดท้าย มีข้อความ “เราต้องขอโทษเขา” กับชื่อของเด็กหญิงคนหนึ่งชื่อ “พลอย”
หมิวสะดุด “พลอย… ชื่อนี้คุ้น ๆ” เจนสงสัย “หรือจะเป็นเด็กที่หายไปเมื่อนานมาแล้ว?” ปรางหันมาช้า ๆ ดวงตาแดงก่ำ “กูรู้จักพลอย… กูเคยเล่นซ่อนหาแล้วทิ้งเขาไว้ในบ้านนี้…”
ทุกอย่างชะงักในความเงียบ ท้องฟ้าหม่นมัว ฝนพรำเบา ๆ เสียงบางอย่างดังขึ้นในบ้าน ราวกับเสียงเด็กหัวเราะปะปนเสียงร้องไห้
เมื่อเจนกับหมิวเดินกลับไปที่หลุมหลังบ้านอีกครั้ง พวกเธอพบรอยขูดเล็บบนขอบหลุม เหมือนเด็กพยายามจะปีนขึ้นมา หมิวกลั้นน้ำตาไม่อยู่
คำคืนสุดท้าย ในความเงียบงัน เงาดำทาบทับเตียงนอน ปรางลุกขึ้นเดินออกไปที่หลุม เจนกับหมิวตามช้า ๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความกลัว
“พลอย… ขอโทษ ขอโทษจริง ๆ” ปรางร้องไห้คุกเข่ากับพื้น เงานั้นโอบรอบพวกเธอ เสียงกระซิบดังประสานกันทั่วทั้งบ้าน
หมิวเคลื่อนไหวช้า ๆ ยกตุ๊กตาไม้ไร้หน้าวางลงในหลุม เสียงหัวเราะและร้องไห้เงียบไป บ้านทั้งหลังเหมือนกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
รุ่งเช้า ท้องฟ้าสว่างแต่บ้านยังคงเย็นเยียบ ปรางนั่งอยู่เงียบ ๆ ขอบตาบวมแดง เจนกับหมิวเก็บข้าวของช้า ๆ ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนรู้ว่าบางอย่างไม่ได้รับการให้อภัยจริง ๆ
ขณะทั้งสามเตรียมออกจากบ้าน เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังตามหลังพวกเธอมา หมิวหันกลับไปมอง เห็นเงาเล็ก ๆ พาดผ่านหน้าต่างอีกครั้ง เธอนิ่งงัน สั่นสะท้านในความเงียบ
บ้านไม้เก่ายังคงยืนเงียบอยู่กลางป่า เงานั้นยังไม่จางหาย… และเสียงกระซิบก็ยังวนเวียนอยู่ในสายลม