เงาในหอระหว่างทาง
เสียงรถเมล์ที่แล่นผ่านไปบนถนนใหญ่หน้าหอพักหญิง ‘ระหว่างทาง’ ดังแว่วเข้ามาถึงหน้าต่างบานเล็ก มันเป็นเย็นวันอาทิตย์ที่อากาศขมุกขมัว ท้องฟ้ามีเมฆสีเทาขุ่นข้นปกคลุมเหนือกรุงเทพฯ ร่างบางของณิชา—นักศึกษาปีหนึ่งที่แบกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ในมือหนึ่ง มืออีกข้างหิ้วกล่องพลาสติกใส่หนังสือ—ยืนลังเลตรงประตูไม้เก่า เธอถอนใจเบา ๆ แล้วกดกริ่ง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงกริ่งดังแหลมอย่างไม่เป็นมิตร ประตูเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นหญิงวัยกลางคนที่แต่งกายเรียบร้อย สีหน้าของเธอเรียบเฉยจนเกือบว่างเปล่า “มาหาห้องพักใช่ไหมหนู?”
ณิชาพยักหน้าช้า ๆ หญิงนั้นกวักมือเรียก เธอเดินตามเข้าไปในหอพัก กลิ่นอับชื้นจากไม้เก่าและผนังที่ทาสีใหม่ซ่อนคราบรอยด่างไว้ไม่มิดตลบอบอวลในอากาศทางเดินยาว
ณิชามองรอบกาย เงาผ่านหน้าต่างกระจกฝ้า มันดูเหมือนใบหน้าคนแต่พอเธอขยี้ตาดูอีกที ทุกอย่างกลับว่างเปล่า หญิงเจ้าของหอหยุดหน้าประตูห้องเบอร์ 309 เธอมอบกุญแจให้และพูดเพียงสั้น ๆ “อย่าวางรองเท้าไว้หน้าห้อง เก็บของให้เรียบร้อย อย่าส่งเสียงดังตอนกลางคืน”
เมื่อประตูปิดลง ตามหลังหญิงนั้น ณิชายืนอยู่ในความเงียบ เธอนั่งลงบนเตียงที่แข็งกระด้าง มองไปรอบ ๆ ห้องโล่ง รู้สึกเหมือนมีบางอย่างคอยจับตามองอยู่เสมอ
คืนนั้นเสียงฝนตกหนัก เธอกำลังจะหลับเมื่อได้ยินเสียงเคาะเบา ๆ ที่ผนังห้อง เสียงนั้นมาจากอีกด้านของผนัง ซึ่งควรเป็นห้องเก็บของ ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น เธอข่มตาหลับทั้งที่หัวใจเต้นแรง
เช้าวันจันทร์ ณิชาเจอเพื่อนข้างห้องชื่อกวิน เธอเป็นผู้หญิงเสียงเบา ผิวคล้ำ ผมยาวประบ่า กวินยิ้มกว้างแต่แววตาเหมือนซ่อนอะไรไว้ “เพิ่งย้ายมาเหรอ? พยายามอย่าเดินเล่นตอนดึกนะ”
ณิชาขมวดคิ้ว “ทำไมเหรอ?”
กวินหลบสายตา “แค่…มันเงียบแปลก ๆ บางทีเหมือนจะมีคนอีกคนหนึ่งในหอ ส่วนมากก็แค่เสียงลม…แต่ บางครั้งมันก็ไม่ใช่”
ณิชาพยักหน้า ไม่กล้าถามต่อ
วันต่อมา ณิชาเจอยามของหอ ชายวัยรุ่นอายุไม่น่าเกิน 25 ปี ชื่อศร เขาชอบนั่งที่โต๊ะด้านล่างใกล้ประตูทางเข้า ศรพูดห้วน ๆ “ถ้ามีอะไรผิดปกติบอกนะ อย่าทำเสียงดัง เดี๋ยวจะมีเรื่อง”
คืนนั้นณิชาทำการบ้านจนดึก ห้องเงียบสนิทจนเสียงนาฬิกาเดินดังชัด ในความเงียบ เธอได้ยินเสียงลากเก้าอี้เบา ๆ เหมือนใครกำลังเคลื่อนย้ายของในห้องถัดไป ทั้งที่ห้องนั้นไม่มีคนอาศัย เธอเดินไปแนบหูฟัง เสียงเงียบไปทันที
กลางดึก เธอสะดุ้งตื่นด้วยเสียงเหมือนคนเดินผ่านประตู เสียงฝ่าเท้าเปล่า ๆ ลากไปบนพื้นกระเบื้อง เธอหยุดหายใจ ฟังอย่างตั้งใจ เสียงนั้นเงียบหายราวกับไม่เคยมีขึ้น
วันถัดมา ณิชาได้พบกับรุ่นพี่ชื่อรินที่ชั้นล่าง รินเป็นผู้หญิงท่าทางเฉียบขาด ดูมั่นใจและค่อนข้างเป็นมิตร กำลังเดินถือขนมขึ้นมา “ห้อง 309 เหรอ? เขาว่ามีคนอยู่ทุกปี แต่ไม่มีใครอยู่เกินเทอมแรก”
ณิชาหัวเราะกลบเกลื่อน “ทำไมล่ะ?”
รินยักไหล่ “บางที…คนก็แค่ทนเสียงไม่ได้ หรือไม่ก็…อย่างอื่น”
คืนนั้น ณิชายังคงได้ยินเสียงเคาะและเสียงลากเก้าอี้ เธอเริ่มเขียนบันทึกไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัว บางบรรทัดสั่นจนตัวอักษรแทบอ่านไม่ออก
หลังจากนั้นไม่กี่วัน ณิชาและกวินนั่งคุยกันในห้อง กวินดูอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด
“เมื่อคืนเราเห็นเหมือนมีคนเดินผ่านกระจกหน้าต่างทางเดินนะ” กวินพูดเสียงแผ่ว “แต่ตอนนั้นมันไม่มีใครเลยจริง ๆ”
ณิชาพยายามหัวเราะให้ตัวเองกล้าขึ้น “อาจจะเงาของอะไรสักอย่าง”
“ไม่ใช่เงาธรรมดา…” กวินหยุดชะงัก เธอสบตาณิชา “มันเหมือนไม่ใช่คน”
ณิชารู้สึกหนาววูบไปทั้งร่าง เธอไม่กล้าถามต่อ กวินลุกขึ้นขอตัวกลับห้อง
คืนนั้น ฝนตกหนักอีกครั้ง เสียงเคาะดังขึ้นที่กำแพงข้างเตียง เสียงนี้ยาวนานและหนักแน่นกว่าเดิม ณิชานอนนิ่งไม่กล้าเดินไปดู เธอเอาหมอนปิดหู รอจนเสียงเงียบลง
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ณิชาเริ่มเห็นเงาแปลก ๆ ที่ปลายทางเดินบ่อยขึ้น ทุกครั้งที่หันไป เงานั้นก็หายวับราวกับไม่เคยมีอยู่
วันหนึ่ง เธอกลับห้องตอนหัวค่ำ พบว่าประตูห้องของกวินแง้มเปิดอยู่ เสียงเหมือนของตกพื้นดังมาจากข้างใน เธอเคาะประตูเบา ๆ “กวิน?”
ไม่มีเสียงตอบ เธอผลักประตูเข้าไป ห้องว่างเปล่า ทุกอย่างดูปกติแต่รู้สึกเย็นเยียบ เธอออกมาปิดประตู ไม่สบายใจ
คืนนั้นเอง เธอนั่งบนเตียง เปิดสมุดบันทึก เงาดำเคลื่อนไหวผ่านประตูห้อง เธอหยุดนิ่ง หายใจเบา ๆ เสียงฝีเท้าคล้ายคนเดินผ่านทางเดินนอกห้องดังแว่วเข้ามา ทุกอย่างเงียบลงอีกครั้ง
วันรุ่งขึ้น กวินหายตัวไป ทั้งหอพักเงียบผิดปกติ เจ้าของหอพูดแค่ “คงกลับบ้าน” แต่ของใช้กวินยังอยู่ครบ ณิชาเริ่มหวาดระแวงในทุกย่างก้าว
รินเริ่มหลบหน้า เธอเหมือนลำบากใจที่จะพูดถึงกวิน ศร ยามของหอ ก็ตอบด้วยคำสั้น ๆ “ใครอยู่นาน ๆ ก็มีปัญหา”
คืนนั้น ณิชากำลังจะเข้าห้อง ได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ จากทางเดิน “ช่วยด้วย….” เธอชะงัก ก่อนหันมองไปรอบ ๆ ไม่มีใคร
เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น เบอร์ที่ขึ้นเป็นหมายเลขแปลก ๆ ไม่มีชื่อ เธอรับสายแต่มีแต่เสียงลมหายใจเบา ๆ กับเสียงเหมือนคนสะอื้น
คืนนั้นเธอฝันร้ายถึงทางเดินยาวที่ไม่มีที่สิ้นสุด แต่นี่ไม่ใช่ความฝันแก้ปัญหา เธอตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก
ณิชาตัดสินใจค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับหอพักนี้ เธอเดินทางไปห้องเก็บของที่ชั้นล่าง ท่ามกลางกลิ่นอับและแสงไฟสลัว เธอพบแฟ้มเอกสารเก่า ๆ ระบุชื่อผู้พักเก่าหลายคน มีหลายชื่อที่จู่ ๆ ก็ถูกขีดฆ่าออกอย่างลวก ๆ รวมถึงชื่อของกวิน
เสียงฝีเท้าดังขึ้นนอกราวกับมีคนเดินวนไปมา ณิชาหยุดหายใจ มองลอดช่องประตู เงาเคลื่อนไหวเบื้องหลังแล้วหายไป
เธอกลับห้องด้วยความรู้สึกไม่ปลอดภัย คืนนั้นเธอไม่มีแรงจะหลับตา ได้แต่นั่งกอดเข่ามองประตูไว้
เสียงเคาะและเสียงกระซิบดังขึ้นถี่ขึ้น “ออกไป…” บางครั้งเหมือนเสียงกวิน บางครั้งเหมือนเสียงผู้หญิงอีกคน เธอพยายามไม่ฟังแต่เสียงนั้นแทรกซึมเข้ามาในหัวใจ
ณิชาเริ่มเก็บข้าวของเตรียมย้ายออก รินเดินเข้ามาในห้อง “คิดจะหนีเหรอ?”
ณิชาพูดเสียงสั่น “ที่นี่มัน…ไม่ปลอดภัย”
รินสบตาเธอ “ไม่มีใครหนีออกไปได้จริง ๆ หรอกนะ”
ณิชามองริน นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าและความหวาดกลัว เงาสะท้อนในตารินเหมือนมีอีกคนหนึ่งกำลังจ้องมองอยู่
คืนนั้นณิชาตัดสินใจออกจากหอพักกลางดึก เธอแบกกระเป๋าเดินเร็ว ๆ ไปที่ประตูทางเข้า ประตูถูกล็อกจากด้านนอก เสียงฝีเท้าดังอยู่ข้างหลัง เธอหันกลับไป เห็นเงาดำสูงใหญ่ค่อย ๆ เลื่อนใกล้เข้ามา
เสียงกระซิบของกวินดังขึ้นข้างหู “อย่าหันกลับไป…” แต่เธอหัน
เงานั้นไม่มีใบหน้า มีเพียงความมืดทะมึนและเสียงแผ่วเบา ทันใดนั้นไฟในหอก็ดับลง ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดสนิท
ณิชาวิ่งไปที่บันได เสียงฝีเท้าตามมาติด ๆ เธอหกล้มลงที่ชั้นสอง หันไปมองเห็นเงานั้นยืนค้ำหัวอยู่ เสียงบอกให้ “อยู่ต่อ…อยู่ต่อ…”
ณิชาขดตัวร้องไห้ เสียงฝีเท้าหายไป เธอค่อย ๆ คลานกลับห้องตัวเอง
รุ่งเช้า เจ้าของหอเดินมาเปิดประตูห้อง เธอนอนอยู่บนเตียง สีหน้าตกใจเล็กน้อย “จะย้ายออกไหม?”
ณิชาไม่ตอบ เธอมองออกไปที่หน้าต่าง เห็นรินกับศรยืนอยู่ที่ลานจอดรถ สายตาทั้งสองจ้องมาที่เธอเหมือนรู้ความลับบางอย่าง
คืนต่อมา เธอได้ยินเสียงใหม่ เสียงเหมือนเด็กผู้หญิงร้องไห้ เสียงนั้นนำเธอไปที่ห้องเก็บของใต้บันได ณิชาจ้องเข้าไปในเงามืด เห็นเงาเล็ก ๆ นั่งกอดเข่าอยู่ข้างกล่อง
“ออกไปไม่ได้ใช่ไหม?” เธอถาม
เงานั้นไม่ตอบ มีเพียงความเงียบและความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมา
ณิชากลับห้อง เหมือนเธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของหอพักนี้ไปแล้ว
เสียงกระซิบยังคงดังต่อไป “อยู่ต่อ…อยู่ต่อ…”
ณิชานั่งอยู่ในห้อง 309 มองออกไปยังทางเดินอันว่างเปล่า แสงไฟสลัววาดเงาทาบบนผนัง และเธอก็ไม่แน่ใจอีกต่อไป ว่าเธออยู่ที่นี่เพราะความจำเป็น หรือเพราะไม่อาจหนีเงาในหอระหว่างทางนี้ได้ตลอดกาล