แผนสลับชีวิตวุ่นวายของฟ้าน้อย
เสียงแตรมอเตอร์ไซค์ผสานกับเสียงหัวเราะรอบหอพักหญิงในเช้าวันศุกร์ ฟ้าน้อยเดินถือเครื่องดื่มโปรดหนึ่งแก้ว พลางเหลือบมองนาฬิกาตัวเองแล้วย่นจมูก “เวลาเหลือเฟือ” เธอพึมพำทั้งที่วันนี้เธอไม่เคยนัดหมายอะไรเลยนอกจากเรียนบ่ายโมง ฟ้าน้อยเป็นสาวหวานขึ้นชื่อในหมู่เพื่อน แต่ในใจลึกๆ เธอไม่ชอบให้ใครตั้งฉายา ‘นางฟ้า’ ให้ตัวเอง อยากเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ให้ทันมหาลัยปีสอง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นอีกครั้งเพื่อเช็กข้อความจากปิ่น เพื่อนสนิทที่ชอบล้อเธอเล่นไม่หยุด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ปิ่นซึ่งเป็นสถาปนิกสายแฟชั่น รออยู่หน้าหอพักด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน มือเรียวยาวถือกระเป๋าผ้าเต็มไปด้วยอุปกรณ์วาดภาพ “ฟ้าน้อย! มาก่อนเวลาอีกแล้วเหรอ ไม่เห็นต้องขยันนักก็ได้” ปิ่นตะโกนข้ามถนน ฟ้าน้อยเดินเข้าไปขำแห้ง ๆ แล้วบอก “ขยันอะไร ไม่มีอะไรจะทำมากกว่า”
ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์ของปิ่นดัง ข้อความเด้งขึ้นมา จากใครบางคนที่ชื่อ “บี” ปิ่นหน้าเปลี่ยนสี มึนงงแล้วหันไปหาฟ้าน้อย ก่อนจะพูดออกมาว่า “เรา…ช่วยเราแกล้งทำเป็นแฟนเราสักพักได้ไหม ฟ้าวันนี้แค่ครึ่งวันเอง” ฟ้าน้อยขมวดคิ้ว “อ้าว อะไรยังไง เราไม่รู้ว่าเธอมีแฟนนี่นา” ปิ่นหันซ้ายหันขวาแล้วกระซิบ “คือบีเขาตามจีบอยู่ แต่เรายังไม่ชัวร์ว่าจะคบจริงๆ ก็เลยบอกเพื่อนไปว่าเรามีแฟนแล้ว ถ้าบีมาเห็นเรากับเธออยู่ด้วยกัน เขาจะเลิกยุ่ง เธอช่วยหน่อยนะนะนะ!”
ฟ้าน้อยลังเลแต่ก็พยักหน้า เพราะไม่อยากให้เพื่อนลำบาก “แค่เดินด้วยกันใช่ไหม ไม่ต้องถือมืออะไรบ้าๆ แบบหนังใช่ไหม?” ปิ่นหัวเราะแห้ง ๆ แล้วบอกว่า “ไม่ต้องมากขนาดนั้น เดี๋ยวถ้านางมาใกล้เราแค่แกล้งคุยกันเฉย ๆ ก็พอ”
สิ่งหนึ่งที่ฟ้าน้อยยังไม่รู้คือ เดี๋ยวอาจารย์ที่สอนคลาสภาษาอังกฤษซึ่งเป็นที่เคารพอย่างมาก ก็กำลังเดินมา และชะตาชีวิตของทั้งคู่กำลังจะซับซ้อนขึ้นเมื่อแผนที่ดูง่ายเริ่มแตกร้าวตั้งแต่เริ่มต้น
ในขณะที่ฟ้าน้อยกับปิ่นกำลังไขว้ขากันเดินแบบคนแปลกหน้า พี่บีก็โผล่เข้ามาในฉากด้วยความบังเอิญเกินจริง “สวัสดีปิ่น เอ๊ะ นี่มากับ…” แล้วหันมามองฟ้าน้อยด้วยสายตาสงสัย ปิ่นขยับมาติดกับฟ้าน้อยจนคนเดินผ่านต้องหันงง ๆ
ฟ้าน้อยฝืนยิ้ม “สวัสดีค่ะ…เอ่อ คือ…เราเป็น…” ปิ่นแทรกทันที “เพื่อนสนิท เธอเป็นเพื่อนที่ชอบอ่านนิยายกับกินเค้กมาก ๆ” บีดูเหมือนจะไม่เชื่อเต็มร้อย ยังจ้องสองคนสลับกันเหมือนจะจับผิดอะไรบางอย่าง
บีหัวเราะในลำคอแล้วแกล้งแซว “งั้นคงกินเค้กกันทุกวันแน่ ๆ เลยใช่ไหมครับ?” ฟ้าน้อยมองปิ่นที่หน้าตึง ก่อนตอบเสียงเบา “ใช่ค่ะ บางทีเราก็เหนื่อยเอาแต่กิน…” ปิ่นขำคิกหลุดขำออกมาแรงจนเกือบตบขวดน้ำในมือบี
เสียงโทรศัพท์ฟ้าน้อยดังขึ้น คราวนี้จาก”ลุงพล” คนขับรถสามล้อแถวหน้ามหาวิทยาลัยที่สนิทกันตั้งแต่ปีหนึ่ง เสียงลุงพลโหวกเหวกผ่านลำโพง “ฟ้าน้อย วันนี้ลุงฝากกุญแจบ้านหน่อยสิ หลานลุงจะมาเอา” ฟ้าน้อยอ้ำอึ้ง “เอ่อ…ลุงพลคะ หนูกำลัง…ยุ่งนิดหน่อย…” ปิ่นพยายามส่งสัญญาณให้ฟ้าน้อยวางเร็ว ๆ แต่บีเริ่มจับพิรุธบางอย่าง “แปลกดีนะครับ ช่วยเพื่อน ดูข้อสอบ หรืออะไร” ปิ่นรีบตัดบท “คือ…เราช่วยเมืองหมาเมืองแมวแถวนี้ไว้ด้วยค่ะ บีไม่เข้าใจหรอกว่ามิตรภาพมันประมาณไหน”
บีหัวเราะแห้ง ๆ “โอเค ๆ ไว้เจอกันในคาบนะครับ” บีเดินออกไปช้า ๆ เหมือนยังไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ปิ่นถอนหายใจโย่ง “เฮ้อ รอดแล้ว ซินะ ฟ้าน้อยก็พูดเล่นจนดีเกิน” ฟ้าน้อย “นี่มันเพี้ยนอะไรขนาดนั้น กลัวลุงพลจะคิดว่าเราทำตัวประหลาดไปอีก”
แต่ปัญหาเพิ่งจะเริ่ม เพราะหลังจากทั้งคู่เดินเข้าอาคารเรียน อาจารย์อนงค์ ซึ่งเข้มงวดเรื่องการเข้าเรียน ชี้มาทางฟ้าน้อยกับปิ่น “สองคนนั้น! เข้ามาหาฉันเดี๋ยวนี้”
ฟ้าน้อยหน้าซีด ปิ่นกระซิบ