เสียงในหอหมายเลข 7
เสียงฝนตกกระทบหลังคาลอนสังกะสีดังเปาะแปะ ท่ามกลางความเงียบในหอพักนักศึกษาที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในซอยเปลี่ยว แม้จะเข้ามาอยู่ได้เพียงสามวัน แต่จินตนา—เด็กปีหนึ่งที่เพิ่งย้ายจากต่างจังหวัด—รู้สึกว่าอากาศในห้อง 7 เหมือนหนักอึ้งกว่าห้องอื่น ๆ เธอนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองฝนพรำ ตาแดงเพราะนอนไม่หลับ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“จิน ยังไม่นอนเหรอ” เสียงแหบต่ำของพิม ผู้เป็นเพื่อนร่วมห้องถาม ขณะเดินออกมาจากห้องน้ำผมเปียกชื้น กลิ่นสบู่ราคาถูกคลุ้งในอากาศ
“นอนไม่หลับ” เธอตอบเบา ๆ แล้วเงียบลง เหมือนกลัวว่าถ้าพูดอะไรมากกว่านี้ จะไปปลุกบางอย่างในความมืด
คืนแรกในหอ พวกเธอได้ยินเสียงคล้ายคนเดินลากเท้าอยู่ที่ปลายทางเดิน ทั้งที่ทุกห้องควรแน่นิ่งแล้ว พิมหัวเราะกลบเกลื่อนว่าอาจเป็นหนูหรือแมว แต่จินจับได้ถึงความฝืดฝืนในรอยยิ้มของเพื่อน
ไฟในห้องกระพริบวูบวาบขณะที่ฝนยังซัดแรง จินลุกไปปิดหน้าต่างอย่างช้า ๆ แล้วชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกเบา ๆ จากทางเดินด้านนอก—เสียงผู้หญิงแหบแผ่วซ้ำ ๆ ว่า “กลับมา… กลับมา…”
จินกำชายผ้าแน่น พิมเองก็หยุดขยับ ก้มหน้าฟัง เสียงเงียบไปชั่วครู่ เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่เกือบจะกลั้นของทั้งคู่
เช้าวันถัดมา อากาศในหออึมครึมอย่างประหลาด บัว เพื่อนอีกคนที่อยู่ห้องตรงข้ามโผล่หน้าเข้ามาอวดขนมปังปิ้ง “เมื่อคืนใครเดินลากเท้าเสียงดังนักวะ กูปวดหัวไปหมด” เธอพูดพลางขยี้ตา
“เราได้ยินเสียงเรียกด้วย” จินพูดแผ่ว ๆ สีหน้าดูระแวง
บัวชะงักเล็กน้อย ก่อนจะปรับเสียงกระซิบ “อย่าไปสนใจเลย มันเป็นเรื่องปกติของหอเก่านี่แหละ”
แต่สายตาของเธอบอกชัดว่าไม่ใช่เรื่องปกติ—และเธอกำลังปกปิดอะไรบางอย่าง
คืนนั้น หลังจากที่ทุกคนแยกย้าย จินพยายามข่มตาหลับ แต่หูยังคอยฟังเสียงผิดปกติ เสียงฝีเท้ากลับมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนและใกล้กว่าเมื่อคืน มันหยุดหน้าห้อง 7 เคาะเบา ๆ สามครั้ง แล้วก็เงียบไป จินกลั้นหายใจจนแน่นหน้าอก
รุ่งเช้าเธอถามพิม ว่าเมื่อคืนได้ยินอะไรไหม พิมส่ายหน้าแต่หลบตา สีหน้าหวาดระแวงจาง ๆ เริ่มคงอยู่ถาวร
วันที่สาม เพื่อนห้องข้าง ๆ ชื่อก้อง หายไปตั้งแต่เช้ามืด ไม่มีใครเห็นเขา—ของใช้ยังอยู่ครบ โทรศัพท์ปิดเครื่อง จินเห็นไลน์กลุ่มหอพักเริ่มคุยกันเสียงดังถึงการหายตัวไปของก้อง
บรรยากาศในหอเริ่มชวนอึดอัด ทุกคนดูเหมือนจะหลบตากันมากขึ้น เสียงฝีเท้าในคืนต่อมายิ่งดังขึ้น เร็วขึ้น เหมือนบางอย่างกำลังหัวเสีย
“เราควรย้ายออกไหม” จินถามพิมด้วยเสียงสั่น
“จะไปไหนล่ะ เงินก็ไม่มี” พิมตอบตัดบท เธอเริ่มหวาดกลัว เผยความอ่อนแอที่ปกปิดไว้เสมอ
วันต่อมา บัวเรียกจินไปนั่งคุยหลังหอ “เธอได้ยินเสียงนั่นใช่ไหม” บัวถามตรง ๆ
จินพยักหน้า “มันเหมือนเสียงคนขอให้กลับบ้าน…”
บัวมองไปรอบ ๆ ก่อนกระซิบ “เมื่อสองปีก่อน มีเด็กผู้หญิงคนนึงเคยอยู่ห้อง 7 เธอหายตัวไปตอนกลางคืน ไม่มีใครหาเจอเลย แล้วหลังจากนั้น… ทุกคนเริ่มได้ยินเสียงนี้”
“ทำไมไม่มีใครบอก?”
“ถ้าพูดถึงเธอ เสียงจะยิ่งดังขึ้น… มีคนลองมาแล้ว” บัวตอบ มือเปียกเหงื่อ
คืนนั้น ความกลัวปนความสงสัยทำให้จินไม่อาจนอนหลับ เสียงเดิมวนมาอีก พร้อมเสียงเคาะ—คราวนี้ดังขึ้น รัวขึ้น จนจินต้องลุกไปยืนฟังที่ประตู
พิมเอื้อมมือมาจับไหล่แรง “อย่าเปิด!” เธอพูดเสียงขาดห้วง “เพื่อนก้อง…เขาเปิดเมื่อคืนนั้น”
จินกลืนน้ำลาย รู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวหนาแน่นขึ้น
เสียงเคาะเงียบหายไปในที่สุด ทิ้งไว้เพียงเสียงลมหายใจถี่ ๆ ของทั้งสองคน
เช้าวันต่อมา เจ้าของหอวัยกลางคนเดินเข้ามาในห้อง 7 โดยไม่เคาะ พลางตะโกนถาม “เมื่อคืนใครมาเคาะประตูห้องนี้?”
จินลังเลแต่ตัดสินใจตอบ “ไม่มีค่ะ”
เจ้าของหอมองเธอสักพักก่อนพูดเบา ๆ ว่า “ห้องนี้ไม่เคยมีใครอยู่ได้นาน…”
ทั้งวันนั้นจินรู้สึกเหมือนมีเงาเฝ้ามองอยู่ทุกมุม เธอตัดสินใจค้นข้อมูลหอพักเก่าในอินเทอร์เน็ต พบชื่อเด็กสาวที่หายตัวไปกับข่าวลือเรื่องเสียงเรียกในยามดึก
เธอพิมพ์ข้อความไปหาบัว “เราต้องหาทางหยุดเสียงนี้”
บัวตอบกลับแค่ “ระวังตัว”
คืนนั้น เสียงเรียกเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้น—เศร้า เหงา และโหยหา จินเริ่มฝันร้าย ทั้งที่หลับ ๆ ตื่น ๆ ฝันถึงทางเดินมืด สายฝน และเงาที่นั่งร้องไห้อยู่ปลายทางเดิน
เช้าตรู่ พิมพูดขึ้น “เราควรไปขอโทษเขาไหม ถ้าเขารอใครสักคนอยู่…”
บัวเสนอ “หรือไม่ก็ต้องพาใครใหม่มาอยู่ห้องนี้แทน ถึงจะรอด”
จินฟังแล้วขนลุก “หมายความว่ายังไง…”
บัวเงียบ ไม่ตอบ พิมก็ทำท่าเหมือนจะร้องไห้
เสียงเคาะกับเสียงร้องไห้ยังคงมาเยือนทุกคืน ทุกคนเริ่มมีรอยคล้ำใต้ตา สีหน้าเครียดและหวาดกลัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
กระทั่งคืนหนึ่ง จินตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกจากห้องเพียงลำพัง เสียงฝีเท้าของเธอเบาและลังเล ท่ามกลางความมืดและเงียบ เสียงร้องสะอื้นจากปลายทางเดินชัดเจนขึ้นทุกย่างก้าว
เมื่อเดินไปถึง เธอเห็นเงาผู้หญิงคนหนึ่งนั่งงอเข่าร้องไห้หันหลังให้ เงานั้นสั่นไหวราวกับถูกลมพัดแต่ภายในอาคารไร้ซึ่งกระแสลม
“ต้องการอะไรจากพวกเรา…” จินถามเสียงแผ่ว เงานั้นหยุดร้องไห้ในทันที
เสียงกระซิบตอบกลับมา “แค่…อยากกลับบ้าน”
จินยื่นมือไปแต่ชะงัก เงานั้นสลายหายไปเหลือเพียงความเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้น
หลังจากคืนนั้น พิมเริ่มฝันร้ายซ้ำ ๆ ฝันว่ามีใครบางคนมานั่งข้างเตียงเมื่อเธอหลับ เสียงร้องไห้คลอเบา ๆ ตลอดคืน
วันต่อมา บัวหายตัวไปอีกคน ทุกคนในหอเริ่มหวาดผวาและพูดกันน้อยลง
จินเริ่มรู้ตัวว่าทุกคนที่ได้ยินเสียงนี้จะหายตัวไปทีละคน เธอจึงพยายามเตือนเพื่อนร่วมหอ แต่ไม่มีใครกล้าฟัง
คืนหนึ่ง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เคาะรัวและแรงจนประตูสั่น จินเถียงกับพิมว่าจะเปิดหรือไม่ สุดท้ายพิมทนไม่ไหว ตะโกนกลับไปว่า “หยุด! พอที!”
เสียงนั้นเงียบหาย ทิ้งความกลัวไว้ในใจทั้งคู่
แต่เช้าวันถัดมา พิมหายตัวไป จินเหลืออยู่คนเดียวในห้อง 7
ในความโดดเดี่ยว เธอคิดว่าถ้าเธอออกไป เธออาจรอด แต่ก็รู้ว่าสิ่งที่ตามหลอกหลอนจะไม่หยุดที่เธอเท่านั้น
คืนสุดท้าย เสียงร้องไห้กับเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง จินนั่งฟังอยู่ในความมืด ยกมือกอดตัวเองแน่น น้ำตาไหลอย่างเงียบงัน—และเมื่อเธอลุกไปเปิดประตู ก็พบกับความว่างเปล่าในทางเดินที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เสียงกระซิบสุดท้ายดังขึ้นข้างหู “กลับมา…กลับมา…” ตามด้วยความเงียบสงัดที่หนาวเย็นเกินจะทนไหว
และในเช้าวันใหม่ ห้อง 7 ก็กลับมาเงียบสงัด รอใครสักคนที่จะย้ายเข้ามาใหม่อีกครั้ง