คืนที่บ้านไร่ป่าสาบ
เสียงเครื่องยนต์เก่า ๆ ของรถกระบะหยุดลงหน้าทางเดินลูกรังที่ค่อย ๆ จมหายเข้าไปในป่า หนึ่งในกลุ่มเพื่อนสี่คนก้าวลงจากรถ อิงค์ หญิงสาวผมสั้นท่าทีแข็งกร้าวแต่ดวงตาแฝงความไม่มั่นใจ เธอหันไปมองป่านิ่งงันที่ล้อมรอบ แดดบ่ายคล้อยสร้างเงาแก่บนพื้นดิน ซัน เพื่อนชายที่ดูเฉยเมยแต่ชอบพูดประชดเสมอ ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์โดยไม่มองใคร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อ้อ หญิงสาวหน้าตาอ่อนหวานแต่อ่อนเปราะ โอบไหล่ปาล์ม ชายหนุ่มร่างสูงแต่ใบหน้าหวาดระแวง พวกเขามองหน้ากันและเหลือบตาไปที่ทางเดินแคบ ๆ เข้าไปในป่าลึก เงียบ ไม่มีนก ไม่มีลม
“แน่ใจเหรอว่าจะเข้าไปจริง ๆ” อ้อกระซิบเสียงสั่น
“เราไม่มีทางเลือก นัทต้องรู้ความจริง ถ้าเราไม่กลับมาค้นหามัน จะไม่มีใครกล้าพูดถึงอีกเลย” อิงค์ตอบ กำมือแน่น
ซันหันมาสบตาแล้วส่ายหน้า “มันผ่านมาเป็นสิบปี ไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้ว ถ้ามี มันก็คงไม่ใช่คน…”
ปาล์มเบียดตัวเข้าหากลุ่ม ริมฝีปากเม้มแน่น เขาไม่พูดอะไรแต่เดินนำหน้าเพราะไม่อยากให้ใครเห็นมือที่สั่น
พวกเขาเดินเข้าไปในป่า ทางเดินแคบลง เถาวัลย์และกอไผ่สูงล้อมรอบ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่กดลงบนดินเปียก ทุกอย่างดูคุ้นตาแต่ผิดที่ผิดทางในความทรงจำของแต่ละคน
“ยังเหม็นเหมือนเดิม…” อ้อพูดเบา ๆ สูดกลิ่นอับชื้นราวกับป่าสาบตั้งแต่ก้าวแรก
“บ้านนี้มันไม่เคยมีอะไรดี” ซันพูดเบาแต่ชัด
บ้านไม้สองชั้นกลางป่าเผยตัวขึ้นตรงหน้าทีละน้อย หลังคาสังกะสีขึ้นสนิม สีไม้ดำคล้ำ หน้าต่างปิดสนิท ประตูหน้าบานหนึ่งเปิดแง้มค้างไว้
ทุกคนหยุดเดิน ไม่มีใครพูดอะไร เวลาผ่านไปนานจนเสียงลมหายใจตัวเองดังชัด
อิงค์สูดลมหายใจลึก “ถ้าเราไม่เข้าไปตอนนี้ เราจะไม่มีวันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนัท”
ปาล์มเดินตรงไปที่ประตู ผลักมันออก เสียงดังเอี๊ยดก้องสะท้อนกลับจากความว่างเปล่าภายใน
แสงสลัวลอดผ่านช่องไม้ในบ้าน อากาศเย็นชื้น พื้นฝุ่นคลุ้ง ทุกอย่างนิ่งสนิทเกินกว่าบ้านที่ถูกลืมจะเป็น
ซันหัวเราะแห้ง “ถ้าเจออะไรแปลก ๆ อย่าหันหลังกลับเด็ดขาดล่ะ”
อ้อกลืนน้ำลาย มองเงาเตี้ย ๆ ที่ทอดยาวบนกำแพง “ที่นี่เหมือนเดิมทุกอย่าง”
พวกเขากระจายตัวไปแต่ละมุมของบ้าน อิงค์เดินขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดทุกก้าว เธอมองไปที่ชั้นสองที่เคยเป็นห้องนอนเก่าของนัท
ประตูห้องปิดสนิท อิงค์วางมือลงบนลูกบิด เย็นเฉียบ เธอสูดลมหายใจแล้วเปิดออก
ห้องว่างเปล่า ผ้าม่านสีซีดปลิวไหวเบา ๆ จากลมที่ไม่รู้มาจากไหน
ข้างในมีเพียงเตียงเก่า โต๊ะเรียน และสมุดบันทึกวางบนโต๊ะ อิงค์เดินไปหยิบขึ้นมา เปิดดู พบแต่หน้ากระดาษว่างเปล่า
เสียงฝีเท้าดังขึ้นที่หน้าห้อง อ้อโผล่หน้าเข้ามา “ข้างล่างเหมือนไม่มีอะไรเลย แต่…ฉันเจออะไรบางอย่างใต้บันได”
อิงค์ก้าวตามอ้อลงไปชั้นล่าง ปาล์มกับซันยืนรออยู่ตรงนั้น ปาล์มถือผ้าขี้ริ้วเก่า ๆ ที่เปื้อนสนิม “เหมือนมันเพิ่งถูกใช้หยิบอะไรบางอย่าง”
ซันยิ้มมุมปาก “บ้านร้างแบบนี้ ใครมันจะมาใช้ของเก่าขนาดนี้?”
อ้อชี้ไปที่ช่องใต้บันได มีเศษไม้แหว่ง ๆ ถูกถีบเปิดออก ทุกคนก้มลงดู ในเงามืดมีเงาตะคุ่ม ๆ บางอย่าง—กล่องไม้ใบเล็ก
อิงค์ยื่นมือไปหยิบ กล่องนั้นเย็นเฉียบจนมือเธอชา เปิดมันออก เจอแผ่นกระดาษเก่า ๆ สองสามใบจดด้วยลายมือที่คุ้นตา
“นี่ของนัท…” อิงค์กระซิบ
ปาล์มขยับเข้ามาใกล้ “เขียนว่าอะไร?”
ทุกคนเงียบขณะอิงค์อ่านข้อความ “อย่าไว้ใจ—” เสียงเธอสั่น “—ใครในบ้านหลังนี้”
ไม่มีใครพูดอะไร พวกเขาเงียบอยู่นานจนเสียงลมหายใจของทุกคนดังไปทั่วบ้าน
บรรยากาศหนักอึ้งขึ้นทันที เหมือนบ้านทั้งหลังหายใจพร้อมพวกเขา
ซันถอนหายใจ “เราไม่ควรอยู่ที่นี่นาน”
อิงค์สบตาเพื่อนแต่ไม่มีใครขยับ
เวลาผ่านไปช้า ๆ ก่อนจะมีเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากชั้นบน ทุกคนหันขวับขึ้นไปมอง ไม่มีใครอยู่ที่นั่น แต่เสียงยังคงอยู่
อ้อกอดตัวเองแน่น “เราควรออกไปก่อนเถอะ”
อิงค์ส่ายหน้า “ไม่! เรายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับนัท…เธอเขียนไว้ชัด ๆ ว่าอย่าไว้ใจใครในบ้านนี้”
ความเงียบคืบคลานมาอีกครั้ง เงาของบ่ายคล้อยยาวขึ้นเรื่อย ๆ
ปาล์มชะโงกหน้ามองบันได แววตาวูบไหว
“เมื่อกี้…ฉันเห็นเหมือนมีใครเดินผ่านที่หน้าต่างห้องนอน” ปาล์มพูดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
ซันหัวเราะเบา ๆ “อย่ามาหลอกกันเลย มันไม่มีใครอยู่ที่นี่”
แต่ไม่มีใครหัวเราะต่อ ทุกคนต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง
จู่ ๆ เสียงขูดเบา ๆ ดังขึ้นที่ผนังด้านหลังบ้าน ทุกคนหันไปพร้อมกัน เห็นเพียงเงาไหว ๆ ทอดยาวบนผนังไม้
อ้อกระซิบ “ใครทำ?”
ไม่มีใครตอบ เสียงหายไปแล้ว
พวกเขาอยู่กันเงียบ ๆ จนฟ้ามืดลง บ้านทั้งหลังเย็นยะเยือกขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อค่ำคืนเริ่มกลืนกินป่ารอบบ้าน เสียงบางอย่างดังขึ้น—เสียงเหมือนใครสักคนกระซิบเรียกชื่ออิงค์จากชั้นบน
อิงค์ลังเลแต่ตัดสินใจเดินขึ้นไปอีกครั้ง ไฟฉายมือสั่น
ซันเดินตามหลัง อ้อกับปาล์มรั้งอยู่ข้างล่างซ้อนกันด้วยความกลัว
บนชั้นสอง เงาวูบวาบในมุมห้องนอนทำเอาอิงค์หยุดกึก ซันกระซิบ “อย่าเพิ่งเข้าไป”
แต่เสียงกระซิบขานชื่อเธอดังขึ้นอีก อิงค์ตัดสินใจผลักประตูเข้าไป เจอเพียงห้องว่าง แต่เงาดำบนผนังเคลื่อนไหวช้า ๆ
ซันชี้ไปที่มุมห้อง “เธอเห็นมั้ย?”
อิงค์พยักหน้าแต่ไม่กล้าเอ่ย
ที่พื้นมีรอยขีดเขียนเป็นวงกลมรอบ ๆ เตียง ราวกับมีใครพยายามกั้นเขตแดน
อิงค์ค่อย ๆ ก้มลงสำรวจ ใต้เตียงมีเศษกระดาษอีกกองหนึ่ง เธอหยิบมันขึ้นมา อ่านข้อความ “ถ้าได้ยินเสียง…อย่าตอบ”
ทันทีที่เธออ่านจบ เสียงกระซิบที่ขานชื่อกลับกลายเป็นเสียงหัวเราะเบา ๆ ในความมืด ซันดึงแขนอิงค์ถอยออกมาเร็ว ๆ
ข้างล่าง อ้อกับปาล์มได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ราวกับมีใครเดินวนอยู่รอบบ้าน แต่เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างกลับไม่เห็นอะไรนอกจากเงาต้นไม้ที่สั่นไหว
พวกเขารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น ไม่มีใครคิดจะพูดถึงสิ่งที่เห็น
ท่ามกลางความเงียบ อิงค์พูดขึ้น “มีบางอย่างอยู่ที่นี่…แต่ฉันไม่รู้ว่าคืออะไร”
ซันกัดฟัน “บ้านนี้มันไม่อยากให้เรากลับมา”
อ้อส่ายหน้า “มันก็แค่ความกลัวของเราเอง…ใช่มั้ย?”
ทันใดนั้น ประตูหน้าบ้านปิดดังปัง ทุกคนสะดุ้ง เสียงลมหายใจหายวับไปในอากาศ
พวกเขาตัดสินใจแบ่งกันค้นหาทางออก อิงค์กับปาล์มเดินไปที่ครัว ซันกับอ้อไปที่ห้องเก็บของ
ในครัว อิงค์เปิดลิ้นชักหาของมีคม มือปาล์มสั่นจนทำช้อนหล่นพื้นเสียงดัง เธอหันไปมองเขา “นายกลัวใช่มั้ย?”
ปาล์มไม่ตอบ แค่พยักหน้าเบา ๆ
“ฉันก็กลัว” อิงค์กระซิบ
เสียงฝีเท้าจากห้องเก็บของดังใกล้เข้ามา ซันตะโกน “เจออะไรบางอย่าง!”
พวกเขาวิ่งไปหา เจอซันยืนตัวแข็ง อ้อก้มอยู่กับพื้น มือจับผ้าห่มเก่าที่มีคราบฝุ่นและกลิ่นเหม็นสาบ
ใต้ผ้าห่มมีรูปถ่ายกลุ่มเพื่อนเมื่อสิบปีก่อน แต่ในรูปมีเงาดำเบื้องหลังกลุ่มเพื่อนที่ไม่มีใครจำได้ว่าเคยมีอยู่
อิงค์หยิบรูปขึ้นมาดูใกล้ ๆ เงาดำนั้นเหมือนกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่
“นี่มันอะไรกันแน่…” อิงค์พึมพำ
ซันกลืนน้ำลาย “หรือเราตกอยู่ในวงจรอะไรบางอย่าง…”
อ้อสะอื้นเบา ๆ “ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว…”
เสียงกระซิบกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงของนัท—เพื่อนที่หายตัวไปเมื่อสิบปีก่อน
“ช่วยฉันด้วย…” เสียงนั้นลอยวนทั่วบ้าน
ทุกคนหยุดนิ่ง ราวกับถูกตรึงด้วยอะไรบางอย่าง
ปาล์มเอื้อมมือไปแตะไหล่อิงค์ “เราจะออกจากที่นี่ได้ไหม?”
อิงค์ก้าวถอยหลัง รู้สึกเหมือนบ้านทั้งหลังหายใจช้าลงพร้อมกับพวกเขา
ซันตัดสินใจวิ่งไปที่ประตูหน้าบ้าน แต่เมื่อเปิดออก พบแต่ความมืดที่หนาแน่นผิดธรรมชาติ ราวกับโลกข้างนอกหายไปแล้ว
อ้อร้องไห้พร่ำ “ขอร้องล่ะ…ใครก็ได้ช่วยพวกเรา…”
เสียงฝีเท้าบนชั้นสองดังขึ้นอีก ทุกคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน เงาดำปรากฏบนราวบันได ร่างเลือนลางที่ไม่มีใบหน้า
อิงค์ก้าวไปข้างหน้า “นัท…ใช่เธอหรือเปล่า?”
ร่างนั้นไม่ตอบ แต่มือยาว ๆ ชี้ไปที่กล่องไม้ในมืออิงค์อีกครั้ง
เธอเปิดกล่องออกมาอีกครั้ง เจอจดหมายฉบับหนึ่งที่เขียนด้วยลายมืออ่อนแรง “คนที่เหลืออยู่…ต้องจำ”
ทันใดนั้น เงาดำสลายกลายเป็นควันลอยหายไป ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
อิงค์หลับตา น้ำตาไหล พูดแผ่วเบา “เราจำได้แล้ว…เราทิ้งนัทไว้ที่นี่…ในวันที่ทุกคนกลัว…”
อ้อสะอื้นเสียงดัง ปาล์มร้องไห้ ซันนิ่งอึ้ง
ประตูบ้านเปิดออกช้า ๆ แสงจันทร์สาดเข้ามา พวกเขาก้าวออกไปกลางป่า เงียบงัน ว่างเปล่า
เมื่อหันกลับไป บ้านทั้งหลังหายวับไปกับสายลม ทิ้งไว้แต่เสียงกระซิบที่ยังวนเวียนอยู่ในป่า