เงามืดใต้เสาไฟ
แสงสลัวจากเสาไฟฟ้าริมรั้วข้างหอพักชายของมหาวิทยาลัยส่วนกลางไล้ใบหน้าคมเข้มของอคิน นักศึกษาสถาปัตย์ปีสาม เขายืนกอดอก พิงหลังกับกำแพงปูนหยาบ หูเขาฟังเสียงผู้คนเดินสวนกลับเข้าไปในอาคารเวลาค่ำ เสียงหัวเราะและบทสนทนาดังลอดมาจากช่องหน้าต่างที่เปิดอ้า ทว่าใจเขากลับหวาดระแวงอย่างประหลาด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อคินเหลือบมองโทรศัพท์ในมือ สายตาคู่นั้นขุ่นเคืองปนเสียดแทง ต่อมเขาสไลด์ไปยังแชตกลุ่ม ‘MIDNIGHT CREW’ ที่สมาชิกอีกสามคนเห็นชื่อขึ้นสถานะออนไลน์อยู่ ซีกันต์—เด็กบัญชีผู้มาดมั่น, ธีรดนย์—หัวหน้ากลุ่มปีสี่ และ ไอซ์—หญิงสาวอินดี้ปีหนึ่ง เพื่อนสนิทอันดับหนึ่งของก๊วนทั้งสี่
“นานไปไหม?” เสียงซีกันต์ตะโกนถาม หลังเดินเข้ามาสมทบ ตากลอกไปแถวประตูเหล็กหอพัก รอยยิ้มยักคิ้วอย่างกวนๆ ติดริมฝีปาก
ไอซ์เข็นจักรยานเข้ามาด้านหลัง เธอถอดหมวกนิรภัย วางไว้พลางส่ายหัว “ก็ใครละ…บอกจะคุยสำคัญ แล้วชวนมามุมมืดแบบนี้”
ธีรดนย์เดินดุ่มตามหลังมาพร้อมกระเป๋าโน้ตบุ๊ก ท่าทางร้อนรน ยืนนิ่งเหมือนกำลังกลั้นใจ “มีอะไร…พูดมาเถอะ กินข้าวยังไม่เสร็จดียังต้องโดนลากออกมาอีก”
“คือ…ไอ้ปิ๊กยังไม่กลับห้อง” อคินพูดรวดเดียว บรรยากาศเงียบลงทันควัน ทุกคนสบตากันแวบเดียว—ความกังวลปะปนกับความตกใจฉายชัด
“หมายความว่าไง? ทักแชตมันยังอ่านเมื่อเช้าอยู่เลย” ธีรดนย์พึมพำ กระชับมือแน่นกับสายสะพาย
“เมื่อคืนตีสาม ผมเห็นไฟห้องมันเปิด อยากขึ้นไปถามแต่…ไม่กล้า” ไอซ์กระซิบเบา สีหน้าเคร่งเครียด
“ไอ้ปิ๊กหายไปไหนกันแน่?” ถ้อยคำของซีกันต์ทำให้อคินเบนหน้าหนี ไม่ตอบในทันที
เสียงเงียบยาวยืดออก ทุกคนเหมือนพยายามคิดหาคำอธิบายที่ต่างคนต่างกลัวจะเป็นจริง
“หรือมันจะแค่กลับบ้าน?” ธีรดนย์พยายามมองโลกในแง่ดีแต่ดวงตาวูบไหวชัดเจน
“บ้านมันไกลเกินจะโผล่กลับไปโดยไม่บอกใคร…แล้วของในห้องก็อยู่ครบ” อคินพูดตัดบท น้ำเสียงแฝงกดดัน
ซีกันต์ถอนใจ พลางย่อตัวลงนั่งกับพื้น “จะว่าไป…สองวันก่อนแกกับปิ๊กทะเลาะอะไรกันหนักนี่? เห็นเสียงดังออกไปถึงระเบียงชั้นสี่”
อคินชะงักกับคำถาม แววตาแข็งกระด้าง โล่งใจนิดๆ ที่ไม่มีใครสังเกตความลังเลในน้ำเสียงเมื่อเขาเอื้อนเอ่ย “ก็แค่เรื่องเดิมๆ มันเชื่อใจใครง่ายไป…”
ธีรดนย์ตบไหล่เขาเบา ๆ “เอางี้ เราขึ้นไปห้องมัน เช็กอีกที แล้วค่อยคุยกันว่าจะทำยังไง”
ทั้งสี่เดินขึ้นบันไดไปตามทางเดินแคบ เสียงฝีเท้าก้องสะท้อนไปทั่ว พวกเขาหยุดหน้าห้อง 408 ประตูปิดสนิท รีบเคาะแต่ไร้เสียงตอบ
อคินเสียบกุญแจไข—เป็นหนึ่งในก๊วนที่มีดอกสำรอง แต่ในใจเต้นระรัวเหมือนกลัวบางอย่างรออยู่ข้างใน
ภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอับ ชุดนักศึกษาถูกพาดบนเก้าอี้ หนังสือเปิดค้างบนโต๊ะ ทุกอย่างเหมือนเพิ่งใช้งานไม่นาน โทรศัพท์ของปิ๊กยังวางอยู่บนเตียง กระเป๋าสตางค์ข้างๆ กระเป๋าเป้ถูกวางกองข้างโต๊ะ น้ำดื่มดื่มไปครึ่งขวดยังตั้งอยู่
ธีรดนย์เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ขณะที่ซีกันต์หยิบโทรศัพท์ของปิ๊กมาดู “ไม่มีรหัสล็อค เอ…ข้อความล่าสุดก็แค่สั่งอาหารกับ…แชตกลุ่มเรา”
ไอซ์เดินวนรอบห้อง สังเกตกรอบรูปหมู่กลุ่มเพื่อนที่วางหัวเตียง เธอนิ่งขรึม สบตามองอคินเหมือนต้องการถามบางอย่างแต่เลือกจะเงียบไว้ก่อน
“มันจะเกิดอะไรได้บ้างในหอพัก?” ซีกันต์พึมพำต่อ รู้สึกถึงแรงกดทับในอากาศ
ไม่มีใครตอบ ทุกคนเหมือนต่างมีคำถามติดอยู่ริมฝีปากแต่ไม่กล้าปล่อยออกมา ห้อง 408 เงียบงันจนน่าขนลุก ความหวาดหวั่นแฝงจัดเจนในบรรยากาศ
สามวันผ่านไป ก๊วนนี้เริ่มกระสับกระส่าย อคินไม่ค่อยพูด เงียบขรึม กินข้าวเสร็จมานั่งเหม่อลอยใต้เสาไฟฟ้าเดิม ซีกันต์จะแวะมาตบไหล่บ้างแต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงปิ๊กโดยตรง ไอซ์เริ่มเขียนโน้ตสั้นๆ ทิ้งไว้หน้าห้องปิ๊ก เธอไม่ชอบความเงียบแต่ก็กลัวคำตอบ
คืนนั้น อคินนั่งหน้าคอม ไล่อ่านบทสนทนาระหว่างเขาและปิ๊กซ้ำไปมา สายตาเริ่มแพรวพราวด้วยน้ำตาที่กลั้นไม่ไหว ตลอดสามปีที่ผ่านมา ความสนิทและความแตกต่างก่อตัวขึ้นจนยากจะคลี่คลาย คืนสุดท้ายที่คุยกันยังค้างคาใจ ความขมขื่นที่เขาเผลอพูดทำร้ายเพื่อนออกไป…
เสียงเคาะประตูเบา ๆ แทรกความคิด ธีรดนย์ยื่นหน้าเข้ามาก่อนจะพูดช้า ๆ “คิน ตำรวจจะมาประชุมที่ห้องเราเย็นนี้…เขาขอให้พวกเราอยู่ให้ครบ เพราะเป็นกลุ่มสนิทของปิ๊ก”
อคินลังเล สุดท้ายพยักหน้าโดยไม่เอ่ยคำถาม
เย็นวันถัดมา ทั้งสี่นั่งล้อมกันในห้องใต้แสงไฟฟ้า สารวัตรหญิงอรอนงค์เข้าใจในวัยรุ่น เธอเปิดประเด็นด้วยรอยยิ้มใจดีแต่แฝงเครียด “ก่อนเกิดเหตุร้าย เคยมีใครสังเกตอะไรผิดปกติไหม?”
ซีกันต์มองรอบห้อง ก่อนขยับปาก “นอกจากคืนนั้นที่ทะเลาะกัน…มันวุ่นวายหน่อย แต่หลังจากนั้นก็เฉย ๆ”
“ใครพูดเสียงดัง?” อรอนงค์หันมองอคิน ซึ่งหลบตาทันที
ธีรดนย์กระแอม หลบสายตาทุกคน “คืนนั้น…ได้ยินเสียงถกเถียง เหมือนอคินกับปิ๊กนะครับ”
ความเงียบโรยตัวรอบวง ทุกคนรับรู้ความตึงเครียดบนใบหน้าอคิน
อรอนงค์วางมือบนโน้ตบุ๊ก “ไม่ได้จะโทษใคร…แต่ทุกข้อมูลสำคัญหมด” เธอเขียนบันทึกลงสมุดพลางลุกขึ้น “ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม ฝากแจ้งตลอดนะ”
หลังการสอบถามจบลง กลุ่มเพื่อนเงียบขรึม ธีรดนย์ทุบโต๊ะลุกขึ้น “เราต้องหาทางช่วยปิ๊กเอง! หรืออย่างน้อยรู้ว่ามันหายไปด้วยสาเหตุอะไร”
ไอซ์พยักหน้า “ฉันว่า…คำตอบอยู่ในกลุ่มเราเอง”
ซีกันต์เหมือนลังเลจะพูดอะไร บ่อยครั้งอยู่ในกลุ่มนี้เขาฉลาดเกินไปจนเหมือนเก็บอะไรไว้ในใจ
คืนนั้น อคินฝันถึงคืนวันสุดท้าย—แต่แท้จริงแล้วเขาเพียงแค่กลับมาที่ห้องปิ๊ก เอื้อมมือสัมผัสลูกบิดประตู ดวงตาแดงช้ำ น้ำตารื้นขึ้นมา “ขอโทษนะ…ถ้าวันนั้นไม่พูดแบบนั้น…” เขาพึมพำกับห้องว่างเปล่า
เสียงรองเท้าคู่หนึ่งกระทบพื้นหน้าห้อง ไอซ์โผล่หน้าเข้ามา “เธอไม่ได้เป็นต้นเหตุคนเดียวหรอก”
อคินสบตาเธอ ความลับบางอย่างดูเหมือนจะผูกแน่นในสายตาทั้งคู่
“ฉันเห็นปิ๊กทะเลาะกับแม่ทางโทรศัพท์ก่อนวันนั้น” ไอซ์สารภาพเบา ๆ “ตอนนั้นเค้านั่งหน้าห้องน้ำ ตาแดง ๆ”
“เขาบอกอะไรบ้าง?”
“บอกแค่อยากหนี อยากหายไปสักพัก” ไอซ์พร่ำพึมพำ ริมฝีปากสั่นคลอน
ความเงียบชั่วขณะที่อคินรับฟังและหลุบตาลง ก่อนจะหันกลับไปคว้าสมุดบันทึกของปิ๊กมาเปิดดู
ในสมุดหน้าหนึ่งถูกขีดฆ่านั้น เขาเห็นบันทึกข้อความ “บางครั้งอยากให้มีใครสักคนหายไป เพื่อรู้ว่า…ยังคิดถึงอยู่รึเปล่า”
อคินส่งสมุดใหัไอซ์ดู เธอเม้มปากแน่น “เราทุกคนรู้สึกผิดใช่ไหม?”
“แต่จะทำยังไงต่อ…” อคินพูดค้าง ความกดทับขยายมากขึ้นทุกนาที
ในที่สุด ตีหนึ่งคืนนั้น ธีรดนย์และซีกันต์แวะมาที่ห้องอคินโดยไม่บอกก่อน ซีกันต์ปาดเหงื่อลูบหน้า “เราโกหกตำรวจทั้งหมด!”
ธีรดนย์เริ่มเล่าความจริงชิ้นเล็ก ๆ ว่า คืนนั้น เขาเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนเดินออกนอกหอพัก ผ่านเสาไฟฟ้า ถึงจะคิดว่าเป็นปิ๊กแต่มองไม่ถนัด ซีกันต์รับว่าเขาเจอแอปที่สมุดโน้ตบุ๊กปิ๊ก ล็อกดาวน์หน้าจอใหม่หมด
ทั้งกลุ่มแตกคอกันในที่สุด อคินโวยวายใส่ธีรดนย์ “ทำไมเพิ่งบอกทุกคน!”
“ฉันกลัว…ว่าพวกเราจะโดนกล่าวหาทำอะไรไม่ดี” ธีรดนย์เสียงสั่น
ซีกันต์ทุบกำปั้นกับพื้น “เราปกปิด เราหลอกใจกันเองหมดแล้ว!”
สายตาไอซ์มองอคินขอร้องให้ทุกคนหยุดทะเลาะ เธอเช็ดน้ำตา ไม่พูดอะไรอีก
บรรยากาศในห้องอึดอัด ทุกคนหมดแรงจะเถียงกันต่อ
รุ่งเช้า วันใหม่ใต้เงาเสาไฟ อคินตัดสินใจเดินเลียบรั้วออกนอกหอพักเพื่อค้นหาทางบ่อบัวท้ายสนามกีฬา ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยได้ยินว่าปิ๊กชอบไปนั่งสงบใจ เงียบเหงา เขาเดินอย่างลังเลใจ กระทั่งพบรอยรองเท้าเก่าคู่หนึ่งกับร่างชายในชุดนักศึกษานอนแน่นิ่งลึกเข้าไปในพงหญ้า—สภาพเหนื่อยล้าแต่ยังมีลมหายใจอ่อนๆ
ดวงตาปิ๊กลืมขึ้นช้า ๆ อคินนั่งข้างกัน เงียบงันไปนาน ก่อนที่จะกล่าวเสียงเบื่อหน่ายว่า “นายรู้ไหมว่าฉันกลัวอะไรที่สุด… ฉันกลัวหายไปแล้วไม่มีใครสนใจเลย”
อคินรวบมือปิ๊กแน่น เสียงสั่นคลอน “ฉัน…ขอโทษ ที่เคยพูดอะไรแย่ ๆ”
ปิ๊กยิ้มเศร้า น้ำตาซึมในแสงแดดอ่อน
ในวันที่ความจริงและความกลัวถูกรื้อฟื้น ความสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนทั้งสี่กลับเปลี่ยนแปลงโดยถาวร พวกเขาอาจไม่ได้เข้าใจกันหมดจดแต่ก็กล้าที่จะเปิดใจและยอมรับร่องรอยความกลัวในตัวเอง โลกใบเล็กในหอพักเมืองใหญ่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เหนือเงาเสาไฟที่ทอดยาวคือการให้อภัย…และโอกาสเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม