มื้อเช้าป่วนวันสัมภาษณ์งาน
“น้ำมนต์ ตื่น! วันนี้เราต้องทำให้สุด!” เสียงสายป่านดังขึ้นตั้งแต่หกโมงเช้า น้ำมนต์งัวเงียควานหาผ้าห่มเพื่อกลับไปฝันต่อ แต่สายป่านกระชากม่านแสงแดดพร่างพรูเข้าห้องทันที น้ำมนต์จึงจำใจลุกขึ้นนั่งในชุดนอนผ้านวมขาด ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“วันนี้วันสัมภาษณ์งานของแก เปลี่ยนชีวิตเลยนะยะ จะให้กินบะหมี่ถ้วยเหมือนเมื่อวานไม่ได้!” สายป่านประกาศกร้าว พลางสำรวจโต๊ะอาหารที่ว่างเปล่า “แกช่วยเตรียมไข่นะ ฉันจะทอดขนมปัง!!!”
น้ำมนต์พยายามเถียงแต่โดนสายป่านลากเข้าครัว สายป่านเลือกไข่แบบมั่นหน้าจนเกินเหตุ เธอจับไข่ตีใส่จาน เสียงจานตกดังเปรี๊ยะ ไข่ไหลนองเต็มโต๊ะ “เอ้า! ไม่เป็นไร ไข่ยังเหลืออีก”
น้ำมนต์เลือกไข่แบบกล้า ๆ กลัว ๆ หยิบมาหนึ่งฟอง สายป่านท้าว่าให้ตอกแบบมือโปร น้ำมนต์เลยตั้งใจตอกไข่ลงกระทะ จนเปลือกหล่นลงไปทั้งแผง ก่อนช้อนเปลือกไข่ออกอย่างตื่นตระหนก
กลิ่นไหม้โชยออกมาเร็วผิดปกติ ขนมปังในเครื่องปิ้งกลายเป็นแท่งดำปี๋ สายป่านแอบปัดขนมปังไหม้ลงถังขยะ ก่อนหันไปหยิบแยม…ฝาแยมแน่นหนึบจนปิดไม่ออก
“เออ มนต์ ทำไงดีฟะ แยมมันไม่ขยับเลย” สายป่านกระซิบ
“น้ำร้อนลวกฝาแล้วลองหมุนดู” น้ำมนต์เสนอ สายป่านเอาขวดแยมวิ่งไปที่กาน้ำร้อน แต่ดันไปชนชั้นวางของ ลังปลากระป๋องหล่นใส่ขา น้ำมนต์ตกใจแทบจะร้อง
เนยเหลือแค่ขอบถาด น้ำมนต์แงะจนเลอะมือ สายป่านทำหน้าเซ็ง “คืออะไรกันวะ เช้านี้!”
ขนมปังชุดใหม่โดนปิ้งเกินเวลาอีก น้ำมนต์ลนลานเอาออกแต่ปลายนิ้วโดนเหล็ก ไข่เจียวในกระทะเหมือนไข่เละมากกว่าของกิน
ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะสิ้นหวัง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ “สาว ๆ เรียบร้อยดีไหม?” เสียงคุณป้าทิชาแก้มป่อง เพื่อนบ้านผู้รักการสอดรู้สอดเห็นมากที่สุดในหอพัก
“ค่ะ ๆ ทุกอย่างเพอร์เฟกต์!” สายป่านโกหกเสียงสูง พลางซ่อนไข่เละไว้ใต้ชามข้าวสวย น้ำมนต์พยายามอธิบายไม่ทัน มุกโกหกจึงต้องดำเนินต่อ
คุณป้ามองแว่บเดียวก็รู้ทัน “หึ ๆ กลิ่นขนมปังไหม้กับกลิ่นไข่แปลก ๆ นี่… เหมือนทุกวันเลยนะ” คุณป้าอมยิ้มแล้วเดินจากไป ทิ้งความกดดันไว้เบื้องหลัง
“ป่าน แกนี่มันโกหกยังไงก็โป๊ะแตก!” น้ำมนต์ถอนใจ สายป่านทำหน้าไม่ไว้ใจตนเองบ้าง
สายป่านไม่ยอมแพ้ “แค่ซ้อมก่อนสัมภาษณ์เองแก ของจริงคือต้องเนี๊ยบ!” เธอหยิบมือถือเสิร์ช “วิธีทำอาหารเช้าเร่งด่วน” แล้วอ่านออกเสียงผิด ๆ ถูก ๆ
น้ำมนต์คิดหนัก “แก เราต้องสั่งข้าวกล่องแทนมั้ง ไม่งั้นสายแน่” สายป่านส่ายหัว “ไม่ได้ๆ เราต้องทำเอง! ความรับผิดชอบของผู้ใหญ่!”
ขณะเถียงกัน สองสาวเห็นขวดแยมเปิดอ้า เด็กข้างบ้านที่มาขอขนมกับคุณป้าตักแยมไปป้ายขนมปังตัวเองเสียง่าย ๆ สายป่านพูดไม่ออก
น้ำมนต์หันไปดูไข่เจียวในกระทะ หน้าตาไม่น่ากินสุดขีด “นี่แกเรียกว่าทำองุ่น ผลงานแกมันไข่เละชัด ๆ!”
สายป่านหน้าบึ้ง “แกก็เถียงเก่งเกิน เห็นไหม สุดท้ายไข่ก็ไม่ได้กิน”
น้ำมนต์ถอนหายใจ “ช่างมันเถอะ มื้อเช้าแบบนี้ สัมภาษณ์คงไม่รอด” สายป่านไม่หยุด “เราต้องสู้! เดี๋ยวซุปข้าวต้มไก่ยังเหลือในตู้เย็นป่าว?”
ค้นตู้เย็นไปเจอแต่ซองซุปหมดอายุมาแล้วหลายอาทิตย์ แถมพอจะเปิดน้ำร้อนเติม เครื่องทำน้ำร้อนก็ระเบิดเสียงดังปั้ง สองสาวตกใจวิ่งหนีออกจากครัว น้ำมนต์เกือบร้องไห้
เสียงเคาะประตูมาอีกรอบ คราวนี้เป็นป้าทิชาพร้อมเพื่อนบ้านทั้งชั้น เข้ามาสำรวจความเป็นไป
“เอ…สาว ๆ มีอะไรไหม ฉันได้กลิ่นไหม้แรงกว่าทุกปีนะวันนี้” สายป่านรีบตอบ “เปล่าค่า ฉลองวันสัมภาษณ์ค่ะ!” คุณป้าทิชามองหน้าก่อนนิ่งเงียบเหมือนรู้บางอย่างแต่ไม่พูด
น้ำมนต์กระซิบ “ป่าน ปิดประตูเข้า!” แต่ทันใดนั้น เครื่องปิ้งขนมปังเกิดไฟลุกเล็ก ๆ สายป่านรีบปิดเครื่องโดยไม่ตั้งใจถอดปลั๊กเครื่องทำน้ำร้อนออก น้ำหยุดไหลทั้งตึก เพื่อนบ้านฮือฮา
ทุกคนในชั้นออกมายืนอยู่หน้าห้องสองสาว สายป่านยิ้มซื่อ ๆ “ขอโทษค่ะ แค่จะทำขนมปัง…” น้ำมนต์รีบเสริม “แต่เราจะออกไปสัมภาษณ์ทันแน่นอนค่ะ!”
เสียงคุณอาภูมิ เจ้าของอพาร์ตเม้นท์ดังแว่วมา “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” สองสาวกลอกตามองกันเอง เข้ามาผสมโรงทันที “เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียค่ะ ไม่มีใครบาดเจ็บค่ะ”
เจ้าของตึกสูดลมหายใจพร้อมพูดช้า ๆ “ช่วยแจ้งฉันให้เร็วกว่านี้คราวหน้าด้วยนะ จะได้ป้องกันก่อนน้ำจะหยุดไหลชั้นบนหมด”
กลุ่มเพื่อนบ้านแอบซุบซิบ สายป่านกับน้ำมนต์มองหน้ากัน ยิ้มแห้ง “ไป! เตรียมตัวสัมภาษณ์เถอะ ใกล้เข้าเวลาแล้ว!”
เมื่อสองสาวเดินกลับ ห้องครัวเละมาก น้ำมนต์พูดเบา ๆ “นี่แหละความผู้ใหญ่แบบแก…” สายป่านหัวเราะ “อย่างน้อยเราก็ไม่ได้พังทุกอย่างนะ…” เสียงเครื่องปิ้งขนมปังดังจึกหนึ่ง คล้ายจะเถียง
ทั้งคู่แบ่งหน้าที่ใหม่ น้ำมนต์เตรียมแต่งหน้า สายป่านรีดชุดสูท รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองถนัด น้ำมนต์ยังคงคิดมาก “คิดว่าเขาจะเห็นว่าเรามาไม่ทันไหม?” สายป่านยักไหล่ “ก็เขาคงจำหน้าแกจากกลิ่นขนมปังไหม้แหละ!”
ต่างคนต่างพยายามปลอบใจตัวเอง และหัวเราะให้กับความซวยปนแสบของเช้านี้ ก่อนออกไปร่วมกันเดินเข้าสู่ชีวิตของผู้ใหญ่ด้วยเสียงหัวเราะปิดท้ายว่า “คราวหน้าซื้อข้าวกล่องเถอะ!”