สุ่มกระทะสั่นสะท้าน: วุ่นวายวันติวเข้าครัว
“จิรัส เราจะเอาจริงใช่ไหมเนี่ย?” แก๊บเอียงคอ มือแนบอกขณะดูเพื่อนซี้กำลังสาละวนกับกระทะเหล็กซึ่งใหญ่กว่าวิญญาณความมั่นใจของเขาเสียอีก ลูกบิดเตาก๊าซยังไม่ทันถูกหมุน ก็เริ่มกลิ่นไหม้แบบไม่มีที่มา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นี่แค่ซ้อม! มีเพื่อนอย่างฉันไม่ต้องกลัว ขอแค่เชื่อใจ!” จิรัสยักคิ้วให้กำลังใจเพื่อน แม้ลึก ๆ ก็แอบลน มือซ้ายกะพริบที่ตำราทำอาหารไทยปริศนาคู่กายที่เย็บเอง (และสะกดผิดสิบคํา)
แก๊บถอนหายใจ เสียงประตูเปิดพรึบ กุ๊กเดินเข้ามาพร้อมป้ายกิจกรรมใหญ่สีสด “ดูนี่! แข่งทำอาหารวันเสาร์นะพวกเธอ มันคือโอกาสสุดท้าย! ถ้าเราชนะ มีเงินซ่อมแอร์หอ หมดปัญหานอนตากยุง!”
จิรัสหรี่ตา “ก็เหมือนสร้างกองทัพด้วยทัพพี มือเรานี่แหละ กุ๊กไหน ๆ วางแผนอะไรอีกละ?”
กุ๊กดีดนิ้ว “ฉันจะเป็นผู้นำเสนอเมนู หัวหน้าทีมคือจิรัส ทำอาหารเถอะ เพราะ ‘เมนูใหม่’ นายดังแน่! แก๊บ ไปซื้อของ”
แก๊บชะงัก “ให้ฉันซื้อของ… แล้ว อย่าลืมนะ ฉันเป็นคนคิดมาก ฉันอาจสับสนว่าผงชูรสกับพริกไทยนี่มันต่างยังไง”
“นั่นแหละถึงโคตรตื่นเต้น!” กุ๊กหัวเราะ พร้อมกับยื่นเงินทอนให้ผิดจำนวนอย่างไม่รู้ตัว
ฉากวุ่นวายเริ่มต้นเมื่อตกค่ำในครัวหอพัก ใกล้วันแข่งจริง ต่างคนต่างเตรียมของขั้นสุดเท่าที่เชื่อมั่นในตัวเอง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าไม่มีใครจำรสชาติอาหารของจิรัสได้สักคน เพราะปกติไม่มีใครกล้ากินจนหมดจาน
“กุ๊ก! นี่วางหมูในถ้วยชามได้ยังไง ซอสถั่วเหลืองไหลไปโดนชุดฉันแล้ว!” แก๊บครางทันที เธอมองกองชุดวอร์มสีสดของตัวเองเปื้อนและจับผงกระเทียมโยนตัดอารมณ์
“มันคือพลังของความด่วน!” กุ๊กต่อปากต่อคำทันที เพราะใจลึก ๆ วุ่นกับคอนเซ็ปต์ ‘เร็วเข้า เราจะชนะด้วยความเร็ว’
จิรัสก้มหน้าอ่านตำรา “เพิ่มกระเทียม 0.25 กรัม…” เขากะๆ เอาและใส่ลงไปเท่ากำมือ
“มันเยอะไปไหม?” แก๊บเถียง
“เชื่อมือเซฟ!” จิรัสยิ้มกว้าง ทั้งที่ข้างหน้าเริ่มกลิ่นฉุนมหาโหด
กุ๊กเปิดประตูระบายอากาศ พลางพูด “นี่คือกลยุทธ์ สั่นคลอนศรัตรูด้วยกลิ่น!”
กลางคืนผ่านไป ข้าวของในครัวกระจัดกระจายเหมือนซากศึกใหญ่ แก๊บนั่งเหม่อ อดคิดไม่ได้ว่างานครั้งนี้เขาน่าจะชวนเพื่อนหัดวาดรูปแทนจะง่ายกว่า
“ฉันว่า แข่งทำอาหารมันไม่มีสูตรสำเร็จอ่ะ เราแค่เสนอของที่ตัวเองเก่งสุดก็พอ…”
กุ๊กสวน “แต่ถ้าเราเสนอเมนูธรรมดาแล้วใครจะจำได้ นายอย่าคิดแคบสิ!”
จิรัสพึมพำ “เราเอาเมนู ‘กระเพราเรืองวิทยา’… ใส่กล้วยกับเห็ดหอมดีไหม?”
แก๊บส่ายหน้า “นั่นมันนรกในกะทะ! ฉันขอ…”
รุ่งเช้าวันแข่งขัน ทั้งสามปรากฏตัวพร้อมความมั่นใจ (แต่แผงลอยแตกแถว ๆ ทางเดิน) กุ๊กแต่งชุดเชียร์ลีดเดอร์แปลกตา จิรัสยิ้มเขิน มือชุ่มเหงื่อ แก๊บแบกของแบบประสาทกินเล็กน้อย
กรรมการประกาศ “ห้ามนำสูตรประดิษฐ์ หรือส่วนผสมแปลกประหลาดเข้ามา!”
กุ๊กร้อง “หา?! งั้นเมนูกระเพราไอติมของฉัน…”
จิรัสเก็บสูตรลับที่น่ากลัวแกล้งทำเนียนลงกระเป๋า
แก๊บซึ่งหอบหิ้วของอยู่หน้าเวที กระซิบ “แผนพังตั้งแต่ยังไม่เริ่ม…”
การแข่งขันเริ่ม ทุกทีมดูจัดเตรียมวัตถุดิบอย่างคล่องแคล่ว หัวหน้าทีมอื่นตะโกนสั่งกระชับเสียงดัง ต่างกับทีมของพวกเขาที่จิรัสอ่านตำราเสียงเบาด้วยความประหม่า กุ๊กเริ่มเชียร์กันเอง “เราสู้!” แล้วเต้นผิดจังหวะ
จิรัสเริ่มลงมือผัดกระเพรา(ปกติ) แต่ก็เผลอหยิบใบโหระพาเพราะอ่านฉลากผิดมาก่อนหน้านี้ ใส่ลงกระทะโดยมั่นใจสุดขีด กุ๊กดีดนิ้ว “ใส่ของลับเราหน่อย!”
แก๊บรีบห้าม “หยุด! นั่นมันหัวหอม หมดอายุแล้ว…”
ควันคลุ้งทันที ตามด้วยกลิ่นกระเพราโหระพา แฝงความเปรี้ยวลึกประหลาด กรรมการคนหนึ่งทำหน้างง
กุ๊กไม่ย่อท้อ “เราแค่เริ่มผิด! ของจริงคือเสน่ห์ของทีมเวิร์ก!”
จิรัสพึมพำ “เสน่ห์ หรือความซวยก็ไม่รู้…”
ครัวแตกเสียงดัง กะทะโดนผลักเพราะมือแก๊บตกใจ หมูและผักกระจายเต็มพื้น ทั้งสามตกตะลึง
กุ๊กลุย “ไม่ตายก็ต้องไปต่อ!” เธอกวาดของขึ้นกะทะและโยนผักที่ไม่รู้จักลงไปอีก
กรรมการเข้ามาดูด้วยความสงสัย “ขอชิมหน่อย”
ทั้งสามมองหน้ากันแล้วเหลือบเห็นกองข้าวผัดเพี้ยนๆ ของทีมข้างๆ กำลังถูกชิมแล้วโดนวิจารณ์เสียงดัง พวกเขาหัวเราะขื่นขม
จิรัสเช็ดเหงื่อ “เราอาจไม่ได้รางวัลอะไร… แต่เราจะได้ความกล้ามากขึ้นแน่นอน”
แก๊บหยุดคิด “เราก็ยังเป็นทีมที่รอดจากครัวไหม้นะ”
กุ๊กแกล้งทำเสียงประกาศ “ทีมผู้กล้าแห่งข้าวผัดแห่งปี!”
หลังจบกิจกรรม แม้ไม่ได้รางวัล แต่ทั้งสามกลับได้รับคำชมเรื่อง ‘ไหวพริบ’ ในการกู้สถานการณ์ กรรมการชมแก๊บเรื่องช่วยหยุดความวุ่นวาย กุ๊กได้ภาพถ่ายลงเพจมหา’ลัย จิรัสได้กำลังใจใหม่ว่าครั้งหน้า…ต้องอ่านฉลากให้ถูก
เดินกลับหอด้วยรอยยิ้ม กุ๊กโบกมือ “แต่ฉันยังอยากชิมกระเพราไอติมนะ…”
แก๊บตัดบท “อย่าแม้แต่จะคิด!” เสียงหัวเราะประสานกันในยามเย็นที่อบอุ่นที่สุดของชั้นปีแรกในชีวิตมหาวิทยาลัย…