ป่วนรักวุ่นวาย…สายฟรีที่มหาลัย
เสียงดนตรีดังสนั่นหอประชุมใหม่ของมหาวิทยาลัย โอ๊ต หนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ใส่แว่นหนารอยยิ้มกว้าง นั่งมองซ้ายขวาด้วยใบหน้าเปี่ยมความหวัง เขากระซิบกับเป้ เพื่อนสนิทที่นั่งข้าง ๆ “เฮ้ย เป้ นายคิดว่าเขาแจกนมกล่องฟรีหรือเปล่าวะ ทุกคนดูถือกระเป๋าออกมาเต็มเลย” เป้ มองหน้าด้วยสายตากังวล “นั่นมันของที่ระลึกงานรับน้องโอ๊ต นายต้องลงทะเบียนก่อนถึงจะได้”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!โอ๊ตยิ้มกริ่ม ลุกผลุนผลันไปตรงโต๊ะข้างเวทีเหมือนคนมีแผน ชายหนุ่มปัดผม ท่าทางมั่นใจเกินพอดี เขายื่นมือหยิบถุงของขวัญทันทีแต่แล้วได้ยินเสียงสายฟาดเสียงหนึ่ง “ขอโทษค่ะ น้องลงทะเบียนหรือยังคะ” เสียงทักที่มากับรอยยิ้มจอมปลอมของรุ่นพี่ชมรมดนตรี ชมรมที่เขาเล็งไว้จากข่าวลือ “โอ๊ต ของฟรีเยอะสุดในมหาลัย” เขาพยายามเนียน “อ้อ ผม…เพิ่งมาถึงครับ!” แต่รุ่นพี่คนนั้นมองมาด้วยสายตาเหมือนรู้ทันทุกกลเม็ด
ครีม น้องสาวของโอ๊ตซึ่งสวมแจ็กเก็ตยีนส์ลุคหัวขบถเดินตามมา “พี่นี่แปลก คนจะหยิบของ ยังตรวจพาสปอร์ตขนาดนี้เลยเหรอ” รุ่นพี่หันมาหรี่ตา “รบกวนน้องยื่นบัตรนักศึกษา เลยค่ะ ของฟรีก็มีต้นทุนนะจ๊ะ” เป้ถอนใจเงียบ ๆ แต่ในใจนึกว่าต้องได้ลาออกสายฟรีกันตั้งแต่วันแรกแน่ๆ
โอ๊ตควักบัตรนักศึกษา ยื่นด้วยหน้าตาระรื่นแต่พลิกไปมาหลายทีเพราะหยิบผิดกลายเป็นบัตรสมาชิกร้านของกิน กว่าจะหาบัตรตัวจริงเจอก็สายไป รุ่นพี่เบ้ปากแล้วพูดเบาๆ “เดี๋ยวรอตรงนี้ก่อน จะไปหยิบของมาให้” เธอเดินหายไปทิ้งโอ๊ตยืนชะเง้อมองเหมือนลูกหมาตกน้ำแต่มั่นใจว่าตัวเองเป็นราชสีห์แห่งสายฟรี
เป้กระซิบ “โอ๊ต ทำไมไม่เคยเตรียมอะไรให้พร้อมสักครั้ง” โอ๊ตหัวเราะกลบเกลื่อน “ถ้าเตรียมพร้อม มันจะได้ของฟรีตรงไหนล่ะเป้” ครีมหัวเราะพรืด “ฟังแกพูดแล้วฉันเหนื่อยแทน” โอ๊ตยิ้ม “วันนี้พี่เขาใจดี ดูสิเดี๋ยวกลับมาคงได้ขนมฟรีเป็นถุง” ทุกคนยังไม่รู้เลยว่าประโยคนั้นจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นหายนะเล็ก ๆ
ขณะนั้น ติ๋ม รุ่นพี่ประธานชมรมดนตรี หญิงสาวผมสั้น ผิวเข้ม หน้านิ่งราวกับหุ่นยนต์เดินออกมาพร้อมถุงของขวัญและสายตาที่เหมือนกำลังประเมินคณิตศาสตร์ขั้นสูง “งั้นขอชื่อ-นามสกุลน้องกับเซ็นรับของหน่อยค่ะ” โอ๊ตสะกดชื่อตัวเองผิด เพราะมัวแต่กะว่าจะกินโยเกิร์ตกล้วยฟรีในถุง ถึงจะงง ๆ แต่ก็เซ็นไปอย่างมั่นหน้าว่ายังไงก็เจ๋งพอรอดทุกสถานการณ์
โอ๊ตเปิดถุงอย่างตื่นเต้น สิ่งที่พบคือ ‘ชีทโน้ตเพลง’, ลูกอมเม็ดเดียว กับใบสมัครเข้าชมรมโอ๊ตหน้าหมอง “เอ้า ไหนของกิน!” ติ๋มไม่ยิ้มสักนิด “น้องลงชื่อแล้ว เห็นด้วยว่าน้องมาร่วมกิจกรรมชมรม ถูกใจไหมคะ” เป้มองโอ๊ตพลางพึมพำ “ของฟรีก็คือกับดักนะเพื่อน” ครีมแค่นเสียงหัวเราะ “โคตรเก่งเลยโอ๊ต แบบนี้ก็ได้ลงประกวดดนตรีแล้วล่ะ”
โอ๊ตอึ้ง “เอ๋…รอเดี๋ยว ผมยังตีกลองไม่เป็นเลยพี่” ติ๋มหันขวับ “ช้าไปค่ะ กติกาชัดเจน สมัครแล้วต้องซ้อม เตรียมเจอกันพรุ่งนี้เช้า ห้ามขาด!” เป้กับครีมยิ้มขำกลิ้ง โอ๊ตถอนใจเฮือกใหญ่ “ชีวิตสายฟรีมันไม่ได้ง่ายเหมือนฝันเลยนะเป้”
วันต่อมา โอ๊ตปรากฏกายตั้งแต่เช้า ท่ามกลางบรรยากาศเย็นเฉียบของชมรม เขานั่งกอดชีทเพลงเหมือนกอดฝัน ครีมเข้ามาล้อ “ตกลงจะมาเอาของฟรีหรือมาทำงานพาร์ตไทม์?” โอ๊ตตอบทันควัน “ก็รอดูว่าซ้อมดนตรีเขามีข้าวฟรีหรือเปล่า ถ้ามีฉันเอาหม้อมาเลย!” เป้มาอย่างเนี้ยบ ใส่สูทมาเฉย บอก “เผื่อได้เข้าวงแบบโปรเฟสชันนัล” ทุกสายตาในชมรมหันมามองกลุ่มเพื่อนสามคนที่ดูแตกต่างจากคนอื่นสุดขั้ว
โค้ชประจำชมรม รุ่นพี่โย่งเสียงเข้มเดินมา “น้องโอ๊ต นายอยากเล่นอะไร” โอ๊ตอ้ำอึ้ง หันซ้ายขวา “กลองครับ…แต่ อยากทดลองทุกอย่างได้ไหมพี่” โค้ชโย่งตอบ “อยากลองก็จัดไป วันนี้ฝึกเครื่องเป่า!” โอ๊ตหน้าเหวอ “เอ๊ะ…เครื่องเป่านี่มันต้องกินลมหรือเปล่า ได้ของกินแถมไหม” ทั้งวงเงียบกริบ ครีมหลุดขำ “สายฟรีของจริง”
โอ๊ตกลายเป็นตัวตลกจำเป็นในชมรม ซ้อมเครื่องดนตรีผิดเครื่องทุกวันจนทุกคนเอือม แต่ในใจโอ๊ตก็แอบกังวล ทุกครั้งที่โดนดุจะพูดว่า “แต่พี่บอกว่าได้ฝึกแล้วได้กินขนม…” จนกลายเป็นเรื่องเล่าขำ ๆ ในชมรม ทุกคนเริ่มชินกับความผิดที่เกิดจากความเข้าใจผิดของโอ๊ต
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป เรื่องราวเล็ก ๆ เริ่มบานปลาย รุ่นพี่ติ๋มเรียกทุกคนประชุม “ชมรมต้องลงแข่งประกวดดนตรีมหาลัย ใครสมัครก็ห้ามถอนตัว โอ๊ตต้องเป็นมือกลอง” โอ๊ตตกใจ “แต่ผมแค่หาของฟรี!” ติ๋มสวน “ลองแล้วออกไม่ได้ น้องควรรับผิดชอบ” เป้ลอบแอบหัวเราะสะใจ
โอ๊ตคิดหาทางหนี เขาแอบฝึกกับครีมจนตีกรองเละเปรอะบ้าน วันหนึ่งตีผิดจนหม้อข้าวแตก แม่ของโอ๊ตเดินเข้ามาเหนือความคาดหมาย “โอ๊ต! ของฟรีลูกเอาอีกแล้วเหรอ” เป้แซว “เดี๋ยวจีบรุ่นพี่ติ๋มได้ทีเด็ดแน่” โอ๊ตสะดุ้ง “จะตายยังไงบ้างเนี่ย ถ้าความจริงแตกว่าสมัครเพราะของฟรี”
เป้และครีมเกิดความคิดช่วยเพื่อน พยายามหาวิธีหาทางออกแต่แผนแต่ละแผนพังไม่เป็นท่า เป้คิดจะเขียนจดหมายขอลาออกแต่สะกดผิดกลายเป็นจดหมายน้อยปริศนาทำให้รุ่นพี่โย่งเข้าใจผิดว่าโอ๊ตรักติ๋ม ครีมหยิบจดหมายที่ว่า “ชอบพี่หัวใจดนตรีเหมือนจังหวะกลอง” (แต่เป้แค่กะจะเขียนเรื่องซ้อมไม่ไหว)
จังหวะนั้น มีข่าวลือในชมรม โอ๊ตตกเป็นเป้าซุบซิบ “โอ๊ตแอบชอบพี่ติ๋มหรือเปล่า” รุ่นพี่ติ๋มเดินมาตามสเต็ปเย็นชา “ได้ข่าวว่า…มีใจให้พี่?” โอ๊ตช็อกกลางเวที “ห๊ะ…อ๋อ…ไม่ใช่ครับ! ผะ…ผมแค่…” ครีมสวนทันควัน “โอ๊ตอยากได้ขนมฟรีค่ะพี่” บรรยากาศเงียบตึง ทุกคนชะงัก ติ๋มนิ่ง “ถ้าอยากได้ของฟรีอีก…ต่อไปนี้เป็นมือกลองอย่างตั้งใจ ทำงานแล้วได้ผลตอบแทนเสมอ” เป้แอบหัวเราะไม่กล้าให้ใครเห็น
เรื่องราวบานปลายมากขึ้นไปอีก วันประกวดวงดนตรีมาถึง โอ๊ตซ้อมมาแค่ 4 วัน ตีผิดทุกจังหวะ ทุกคนในทีมลุ้นว่าพังไม่พัง ลุคของโอ๊ตกลายเป็นขวัญใจเพื่อนฝูงเพราะคนดูชอบความเก้ ๆ กัง ๆ ของเขา ตอนจบโชว์ รุ่นพี่โย่งกล่าวขอบคุณทีมงาน โอ๊ตยื่นกระปุกของขวัญคืน ถามเสียงดัง “วันนี้แจกขนมฟรีไหมครับ” คนหัวเราะทั้งหอประชุม
หลังเวที ติ๋มเอาถุงขนมมาให้อย่างจริงจัง “นี่รางวัลความกล้า ไม่ใช่รางวัลคนล่าโปรนะจ๊ะ” โอ๊ตรับไว้อย่างภูมิใจ “ขออีกถุงได้ไหมพี่ติ๋ม เผื่อแม่กับครีม” ติ๋มหัวเราะ “เอาไปเลย จะได้ตั้งใจตีกรองสักที”
ทั้งชมรมหัวเราะกับความมุ่งมั่นแบบพิลึกของโอ๊ต เป้ตบบ่า “โว้ย วันหลังอย่าสมัครอะไรเพราะของฟรีอีกนะ” โอ๊ตยิ้มกว้าง “แต่ถ้าไม่มีของฟรี ฉันกับนายคงไม่ได้มาอยู่ชมรมนี้ใช่ไหมล่ะ…”
สุดท้าย เรื่องราววุ่นวายกลายเป็นความผูกพันและมิตรภาพ โอ๊ต เป้ ครีม และเพื่อนใหม่ในชมรมเดินถือของว่างออกจากหอประชุม ทุกคนยิ้ม หัวเราะ ประโยคสุดท้ายของโอ๊ต “ชีวิตสายฟรีมันสนุกเมื่อมีคนเดินข้าง ๆ นี่แหละ” เป้หัวเราะตาม “แต่รอบหน้า นายลงทะเบียนให้เรียบก่อนนะ” ทุกคนหัวเราะปิดท้ายด้วยความอบอุ่น เงาสะท้อนใต้ไฟเย็นละมุนของสนามมหาลัย